← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เออร์นี วิลกินส์ นักแซกโซโฟนและผู้เรียบเรียงเสียงประสานแจ๊สระดับตำนาน

สรุปใจความสำคัญ

  • เกิดวันที่ 20 กรกฎาคม 1922 ที่เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา
  • เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานคนสำคัญของวงเคานต์ เบซี โดยเฉพาะเพลง Every Day I Have the Blues
  • ย้ายไปพำนักที่เดนมาร์กในช่วงบั้นปลายชีวิตและมีถนนที่ตั้งชื่อตามเขาในเมืองโคเปนเฮเกน
  • ก้าวข้ามปัญหาการติดยาเสพติดในช่วงทศวรรษ 1960 และกลับมาประสบความสำเร็จในอาชีพดนตรีอีกครั้ง

เออร์นี วิลกินส์ (Ernest Brooks Wilkins Jr.) เป็นนักแซกโซโฟน ผู้ควบคุมวง และผู้เรียบเรียงเสียงประสานดนตรีแจ๊สชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการทำงานร่วมกับ เคานต์ เบซี (Count Basie) และศิลปินแจ๊สระดับตำนานอีกมากมาย ผลงานของเขามีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนดนตรีแจ๊สในยุคบิ๊กแบนด์ให้มีความทันสมัยและทรงพลัง

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

วิลกินส์เกิดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ค.ศ. 1922 ที่เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยม Sumner High School ร่วมกับจิมมี วิลกินส์ พี่ชายของเขา จากนั้นได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Wilberforce และต่อมาได้เข้าประจำการในกองทัพเรือ ซึ่งเขาได้มีโอกาสเล่นดนตรีในวงร่วมกับเจอรัลด์ วิลสัน ภายใต้การนำของวิลลี สมิธ

เส้นทางอาชีพและความสำเร็จ

หลังจากปลดประจำการจากกองทัพ วิลกินส์ได้เข้าร่วมวงบิ๊กแบนด์สุดท้ายของเอิร์ล ไฮนส์ (Earl Hines) ในปี 1948 ต่อมาในปี 1949-1950 เขาได้บันทึกเสียงร่วมกับวงของจอร์จ ฮัดสัน และร่วมงานกับไดนาห์ วอชิงตัน ในนามวง Teddy Stewart Orchestra

การร่วมงานกับเคานต์ เบซี

ในปี 1951 วิลกินส์ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับเคานต์ เบซี ผ่านทางคลาร์ก เทอร์รี เพื่อนของเขา การร่วมงานครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต โดยวิลกินส์ได้ช่วยให้วงของเบซีกลับมาครองความนิยมสูงสุดอีกครั้ง ผลงานการเรียบเรียงเสียงประสานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือเพลง “Every Day I Have the Blues” ในปี 1955 ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในบันทึกเสียงแจ๊สที่ขายดีที่สุดตลอดกาล นอกจากนี้เขายังสร้างสรรค์เพลงอย่าง “Basie Power”, “Way Out Basie” และ “Right On, Right On” ให้กับวง

การทำงานกับศิลปินระดับโลก

ในช่วงปลายทศวรรษ 1950 วิลกินส์ได้ร่วมงานกับวงของดิซซี กิลเลสปี (Dizzy Gillespie) รวมถึงเขียนเพลงให้กับวงของทอมมี ดอร์ซีย์ (Tommy Dorsey) และแฮร์รี เจมส์ (Harry James) นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานให้กับเซราห์ วอห์น (Sarah Vaughan) และร่วมมือกับเมลบา ลิสตัน (Melba Liston) ในการเขียนเพลงสำหรับการทัวร์ยุโรปของวงควินซี โจนส์ (Quincy Jones)

เออร์นี วิลกินส์
เออร์นี วิลกินส์ ในปี 1976

อุปสรรคและการกลับมา

ในช่วงทศวรรษ 1960 วิลกินส์ต้องเผชิญกับปัญหาการติดเฮโรอีน ซึ่งส่งผลให้ชื่อเสียงและงานของเขาลดลง อย่างไรก็ตาม คลาร์ก เทอร์รี ยังคงสนับสนุนเขาอย่างต่อเนื่อง โดยเชิญให้เขามาร่วมงานในวง Big B-A-D Band ในช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งวิลกินส์ได้รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการดนตรีและผู้ประพันธ์เพลงหลัก เขาค่อยๆ ก้าวข้ามการเสพติดและกลับมามีชื่อเสียงในฐานะผู้ประพันธ์และผู้เรียบเรียงเสียงประสานอีกครั้ง

ช่วงปีสุดท้ายในเดนมาร์ก

ในปี 1980 วิลกินส์ได้ก่อตั้งวง Almost Big Band ซึ่งเป็นวงดนตรีขนาด 13 ชิ้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภรรยาของเขา (เจนนี) เขาได้ย้ายไปพำนักที่เดนมาร์กและสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับคลาร์ก เทอร์รี บันทึกเสียงอัลบั้มและแสดงในเทศกาลแจ๊สที่มงเทรอซ์ (Montreux Jazz Festival) ในปี 1983

ในปี 1991 เขาได้เดินทางไปอังกฤษเพื่อควบคุมวง Danish Radio Big Band ในการแสดงผลงานของเขา รวมถึงเพลง Suite for Jazz Band ซึ่งเขียนขึ้นเมื่อ 30 ปีก่อนหน้า

เออร์นี วิลกินส์ เสียชีวิตลงที่เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 1999 หลังจากอาการเส้นเลือดในสมองแตก เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา เมืองโคเปนเฮเกนได้ตั้งชื่อถนนสายหนึ่งในทางตอนใต้ของเมืองว่า "Ernie Wilkins Vej"

รางวัลและเกียรติยศ

  • ได้รับรางวัล Ben Webster Prize ในปี 1981

คำถามที่พบบ่อย

เออร์นี วิลกินส์ มีบทบาทสำคัญอย่างไรในวงของเคานต์ เบซี?

เขาเป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานที่ช่วยให้วงของเคานต์ เบซี กลับมาได้รับความนิยมสูงสุด และสร้างสรรค์เพลงฮิตอย่าง Every Day I Have the Blues ซึ่งเป็นหนึ่งในบันทึกเสียงแจ๊สที่ขายดีที่สุดตลอดกาล

เออร์นี วิลกินส์ ย้ายไปอยู่ที่ไหนในช่วงบั้นปลายชีวิต?

เขาย้ายไปอยู่ที่ประเทศเดนมาร์ก และได้ก่อตั้งวง Almost Big Band รวมถึงร่วมงานกับศิลปินแจ๊สในเดนมาร์กจนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1999

เขาได้รับรางวัลอะไรที่โดดเด่นที่สุด?

เขาได้รับรางวัล Ben Webster Prize ในปี 1981