← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เครนสายเคเบิลบลอนดิน นวัตกรรมการขนส่งวัสดุในเหมืองหิน

สรุปใจความสำคัญ

  • ชื่อ 'บลอนดิน' ตั้งตามชื่อของ ชาร์ลส์ บลอนดิน นักเดินไต่ลวดผู้โด่งดัง
  • พัฒนาขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1872 โดยวิศวกรชาวสกอตแลนด์ชื่อ จอห์น ไฟฟ์
  • ใช้กลไกยกวัสดุในแนวตั้งร่วมกับการเคลื่อนที่ในแนวราบ ทำให้เหมาะสำหรับเหมืองหินลึกและกว้าง
  • มีการเปลี่ยนจากสายเคเบิลเหล็กหล่อเป็นสายเคเบิลเหล็กกล้าในปี ค.ศ. 1896 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

เครนสายเคเบิลบลอนดิน (Blondin) หรือที่รู้จักในชื่อ เครนเคเบิล (Cable Crane), เครนฟูนิคูลาร์ (Funicular Crane) หรือทางขนส่งวัสดุทางอากาศ (Cableway) เป็นระบบขนส่งวัสดุประเภทหนึ่งที่ใช้สายเคเบิลในการเคลื่อนย้ายสิ่งของ โดยชื่อ "บลอนดิน" นั้นตั้งตามชื่อของ ชาร์ลส์ บลอนดิน (Charles Blondin) นักเดินไต่ลวดผู้โด่งดังในอดีต

ภาพรวมของระบบเครนสายเคเบิลบลอนดินในพื้นที่เหมือง
ระบบเครนสายเคเบิลบลอนดินที่ใช้ในการขนย้ายวัสดุข้ามพื้นที่กว้าง

ลักษณะและการทำงาน

เครนบลอนดินเป็นระบบขนส่งวัสดุทางอากาศที่มีลักษณะเฉพาะ คือมีกลไกที่สามารถยกและหย่อนน้ำหนักในแนวตั้งจากสายเคเบิลที่ขึงอยู่ได้ ความสามารถนี้ทำให้เครนบลอนดินมีประสิทธิภาพสูงในการข้ามพื้นที่ที่กว้างและลึก เช่น ในเหมืองหิน โดยสามารถเคลื่อนย้ายวัสดุจากก้นบ่อเหมืองขึ้นมายังระดับของสายเคเบิล และขนส่งต่อไปยังขอบเหมืองได้

ระบบขับเคลื่อนของเครนประเภทนี้ใช้เครื่องกว้าน (Hoist) ซึ่งในยุคแรกขับเคลื่อนด้วยพลังงานไอน้ำ และต่อมาได้เปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้า

รายละเอียดโครงสร้างของเครนบลอนดิน
โครงสร้างการยึดโยงสายเคเบิลของระบบบลอนดิน

ประวัติการพัฒนา

เครนบลอนดินถูกพัฒนาขึ้นโดย จอห์น ไฟฟ์ (John Fyfe) วิศวกรเหมืองหินชาวสกอตแลนด์ โดยเขาได้ติดตั้งระบบนี้เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1872 ที่เหมืองหินแกรนิตเคมเนย์ (Kemnay granite quarry) ในเขตแกริออค (Garioch)

ต่อมาในปี ค.ศ. 1896 บริษัท จอห์น เอ็ม. เฮนเดอร์สัน และบริษัท (John M. Henderson and Co.) ได้นำเสนอระบบบลอนดินในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก โดยมีการเปลี่ยนมาใช้สายเคเบิลเหล็กแทนสายเคเบิลเหล็กหล่อ (Iron ropes) แบบเดิม ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความทนทาน

แบบแปลนหรือภาพวาดทางเทคนิคของเครนบลอนดิน
แผนผังการทำงานของระบบเครนสายเคเบิลในเหมืองหิน

การใช้งานในเหมืองหินชนวนเวลส์

ในพื้นที่เหมืองหินชนวนของเวลส์ มีการนำเครนบลอนดินมาใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1899 ที่เหมืองเพน-อีร์-ออร์เซดด์ (Pen-yr-Orsedd quarry) โดยใช้เครื่องยนต์ไอน้ำแบบติดตั้งอยู่กับที่ในการขับเคลื่อน

ตัวอย่างที่โดดเด่นคือที่เหมืองเพนริน (Penrhyn quarry) ในเบเธสดา ซึ่งเป็นบ่อเหมืองลึกกว่า 400 ฟุต และทำงานเป็นชั้นๆ (Terraces) เหมืองแห่งนี้เริ่มใช้เครนบลอนดินในปี ค.ศ. 1913 เพื่อเชื่อมต่อชั้นเหมืองที่อยู่ห่างไกลเข้ากับโรงโม่หินโดยตรง โดยใช้รถรางขนหินที่แขวนอยู่กับเปล (Cradles) บนสายเคเบิล เมื่อรถรางเคลื่อนที่ไปถึงจุดหยุด รถรางจะถูกหย่อนลงสู่ระดับพื้นดินโดยอัตโนมัติ เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายหินต่อไปด้วยระบบรางรถไฟ

ภาพถ่ายเก่าของเครนบลอนดินขณะปฏิบัติงาน
การขนส่งหินชนวนด้วยระบบเครนบลอนดินในอดีต

การประยุกต์ใช้งาน

เครนบลอนดินถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในหลายประเทศ โดยเฉพาะในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะเป็นที่รู้จักมากที่สุดในอุตสาหกรรมหินชนวนของเวลส์ แต่ระบบนี้ยังถูกนำไปใช้ในเหมืองหินประเภทอื่นๆ รวมถึงโครงการก่อสร้างสะพานและงานวิศวกรรมโยธาขนาดใหญ่ที่ต้องการการขนย้ายวัสดุข้ามสิ่งกีดขวาง

คำถามที่พบบ่อย

เครนบลอนดินแตกต่างจากกระเช้าไฟฟ้าทั่วไปอย่างไร?

เครนบลอนดินถูกออกแบบมาเพื่อขนส่งวัสดุหนักในเชิงอุตสาหกรรม โดยมีกลไกพิเศษที่สามารถยกและหย่อนวัสดุลงในแนวตั้งจากสายเคเบิลที่ขึงอยู่ได้ ซึ่งต่างจากกระเช้าทั่วไปที่เน้นการขนส่งผู้โดยสารหรือวัสดุในแนวราบหรือแนวเฉียง

ใครเป็นผู้คิดค้นเครนบลอนดิน?

จอห์น ไฟฟ์ (John Fyfe) วิศวกรเหมืองหินชาวสกอตแลนด์ เป็นผู้ติดตั้งระบบบลอนดินครั้งแรกในปี ค.ศ. 1872

เครนบลอนดินนิยมใช้ในงานประเภทใด?

นิยมใช้ในเหมืองหิน (โดยเฉพาะเหมืองหินชนวนในเวลส์) และงานก่อสร้างวิศวกรรมขนาดใหญ่ เช่น การสร้างสะพาน เพื่อขนย้ายวัสดุข้ามพื้นที่ลึกหรือกว้าง

ระบบขับเคลื่อนของเครนบลอนดินในยุคแรกเป็นอย่างไร?

ในยุคแรกใช้เครื่องกว้านที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไอน้ำ ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าในเวลาต่อมา