← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การตรวจเลือดตรวจแก๊สในเลือด (Blood Gas Test) คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร

สรุปใจความสำคัญ

  • การตรวจแก๊สในเลือดสามารถวัดค่า pH, ความดันย่อยของออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อประเมินการทำงานของปอดและไต
  • การเจาะเลือดจากหลอดเลือดแดง (ABG) เป็นวิธีที่นิยมใช้ที่สุดในการประเมินการหายใจและการแลกเปลี่ยนแก๊ส
  • การตรวจนี้ช่วยวินิจฉัยภาวะเลือดเป็นกรดและด่าง (Acidosis and Alkalosis) ซึ่งเป็นภาวะวิกฤตทางการแพทย์

การตรวจแก๊สในเลือด หรือ Blood Gas Analysis คือการทดสอบทางห้องปฏิบัติการเพื่อวัดค่าความดันย่อยของแก๊สในเลือดและค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของเลือด นอกจากนี้ยังมีการวัดระดับของไบคาร์บอเนต (Bicarbonate) และค่า Base Excess เพื่อประเมินสุขภาพของระบบหายใจและระบบเผาผลาญในร่างกาย

แผนผังการตรวจแก๊สในเลือด
ภาพประกอบการตรวจแก๊สในเลือด

ค่าที่ทำการวัดผล

การเก็บตัวอย่างเลือดสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการตรวจ โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้:

  • เลือดจากหลอดเลือดแดง (Arterial Blood Gas - ABG): เก็บโดยการเจาะเลือดจากหลอดเลือดแดง (Radial Artery Puncture) ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้มากที่สุด
  • เลือดจากหลอดเลือดดำ (Venous Blood Gas - VBG): เก็บโดยละเอียดผ่านการเจาะเลือดจากหลอดเลือดดำ (Venipuncture)
  • เลือดจากหลอดเลือดฝอย (Capillary Blood Gas - CBG): เก็บโดยใช้เข็มเจาะ (Lancet) จากติ่งหูหรือปลายนิ้ว เพื่อใช้คาดการณ์ค่า pH และความดันย่อยของคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด

นอกเหนือจากค่าแก๊สแล้ว การตรวจนี้ยังวัดระดับไบคาร์บอเนตมาตรฐาน, ค่า Base Excess, ความอิ่มตัวของออกซิเจน (Oxygen Saturation) และค่า pH ของเลือด เพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำ

ความสำคัญทางคลินิก

การตรวจแก๊สในเลือดมีความสำคัญอย่างยิ่งในการวินิจฉัยภาวะผิดปกติของร่างกาย เช่น:

  • ภาวะเลือดเป็นกรด (Acidosis): เช่น ภาวะเลือดเป็นกรดจากกรดแลกติก (Lactic Acidosis), ภาวะเลือดเป็นกรดจากระบบเผาผลาญ (Metabolic Acidosis) และภาวะเลือดเป็นกรดจากระบบหายใจ (Respiratory Acidosis)
  • ภาวะเลือดเป็นด่าง (Alkalosis): เช่น ภาวะเลือดเป็นด่างจากระบบหายใจ (Respiratory Alkalosis)
  • ภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน: เช่น ภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตนในเบาหวาน (Diabetic Ketoacidosis)

ในกรณีของทารกแรกเกิด การตรวจเลือดจากสายสะดือ (Umbilical Cord Blood Gas) สามารถบ่งบอกถึงภาวะขาดออกซิเจนของทารกในครรภ์ (Fetal Hypoxic Stress) ได้ ซึ่งเมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลทางคลินิกอื่นๆ จะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินได้ว่าทารกเกิดภาวะขาดออกซิเจนและเลือดไม่ไปเลี้ยงสมอง (Hypoxic-Ischaemic Event) ระหว่างการคลอดหรือไม่

สาเหตุของผลการตรวจที่ผิดปกติ

ผลการตรวจที่ผิดปกติอาจเกิดจากโรคหรือปัจจัยหลายประการ ได้แก่:

  • การได้รับสารพิษหรือการได้รับยาเกินขนาด (Drug Overdose)
  • การบาดเจ็บรุนแรง (Trauma)
  • โรคของปอด, ไต หรือโรคทางระบบเผาผลาญ
  • โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
  • การบาดเจ็บที่บริเวณศีรษะและลำคอที่ส่งผลกระทบต่อการหายใจ

คำถามที่พบบ่อย

การตรวจแก๊สในเลือดแตกต่างจากการตรวจเลือดทั่วไปอย่างไร?

การตรวจแก๊สในเลือดมุ่งเน้นที่การวัดค่าแก๊ส (ออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์) และค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ซึ่งแตกต่างจากการตรวจเลือดทั่วไปที่มักจะวัดระดับสารเคมีหรือเซลล์เม็ดเลือด

ทำไมต้องเจาะเลือดจากหลอดเลือดแดงแทนที่จะเป็นหลอดเลือดดำ?

เพราะเลือดในหลอดเลือดแดงเป็นเลือดที่ผ่านการแลกเปลี่ยนแก๊สจากปอดมาแล้ว จึงสามารถสะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงานของปอดและการเติมออกซิเจนในเลือดได้แม่นยำกว่า

ผลการตรวจที่ผิดปกติบ่งบอกถึงอะไรได้บ้าง?

สิ่งที่ผิดปกติอาจบ่งบอกถึงภาวะปอดล้มเหลว, ไตวาย, ภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวาน หรือการได้รับสารพิษ ซึ่งต้องได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ