← กลับไปยังบทความทั้งหมด

บลูมเบิร์ก ลอว์ (Bloomberg Law) แพลตฟอร์มวิจัยกฎหมายดิจิทัลและวิเคราะห์ข้อมูล

สรุปใจความสำคัญ

  • เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2010 โดย Bloomberg L.P. เพื่อเจาะกลุ่มตลาดนักกฎหมาย
  • สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งด้วยการผสานข้อมูลธุรกิจและการเงินเข้ากับการวิจัยทางกฎหมาย
  • บูรณาการเนื้อหาจาก Bureau of National Affairs (BNA) หลังจากเข้าซื้อกิจการในปี 2011
  • ใช้เทคโนโลยี AI และ Machine Learning ในเครื่องมืออย่าง Smart Code และ Brief Analyzer เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของนักกฎหมาย

บลูมเบิร์ก ลอว์ (Bloomberg Law) คือบริการวิจัยกฎหมายออนไลน์แบบบอกรับสมาชิกที่นำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลทางกฎหมาย บริการนี้เปิดตัวโดยบริษัท Bloomberg L.P. ในปี 2009 เพื่อให้บริการเนื้อหาทางกฎหมาย ข้อมูลบริษัท และข่าวสารแก่ทนายความ นักศึกษากฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทั่วโลก

แพลตฟอร์มนี้เป็นการบูรณาการระหว่างข่าวจาก Bloomberg Law News กับเนื้อหาทางกฎหมายทั้งระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิ รวมถึงเครื่องมือพัฒนาธุรกิจจาก Bloomberg Industry Group เพื่อสร้างระบบนิเวศที่ครอบคลุมทั้งด้านกฎหมายและธุรกิจในที่เดียว

ประวัติการก่อตั้งและการพัฒนา

Bloomberg Law เริ่มต้นจากการเป็นโครงการนำร่องในช่วงปลายปี 2009 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2010 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายฐานลูกค้าของ Bloomberg L.P. ให้ครอบคลุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย นอกเหนือจากกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินซึ่งเป็นลูกค้าหลักของเครื่องปลายทาง (Terminals) ของ Bloomberg

ในช่วงเริ่มต้น ตลาดการวิจัยกฎหมายถูกครอบงำโดยผู้ให้บริการรายใหญ่อย่าง LexisNexis และ Westlaw ทาง Bloomberg L.P. จึงสร้างจุดเด่นที่แตกต่างด้วยการผสานรวมข้อมูลทางการเงินและข้อมูลบริษัทของ Bloomberg เข้ากับการวิจัยทางกฎหมาย ทำให้นักกฎหมายสามารถเข้าถึงกราฟหุ้น ประวัติสิทธิบัตร และข้อมูลเกี่ยวกับผู้พิพากษาหรือทนายความที่เกี่ยวข้องได้พร้อมกับการค้นหาข้อกฎหมาย

ในปี 2011 Bloomberg L.P. ได้เข้าซื้อกิจการ Bureau of National Affairs (BNA) ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ด้านกฎหมายชั้นนำ และนำเนื้อหาของ BNA เข้ามาบูรณาการใน Bloomberg Law ต่อมาในเดือนกันยายน 2019 Bloomberg BNA ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Bloomberg Industry Group ซึ่งดูแลบริการหลัก ได้แก่ Bloomberg Law, Bloomberg Tax, Bloomberg Government และ Bloomberg Environment

การบริหารและการขยายตัว

เพื่อให้การเติบโตเป็นไปอย่างรวดเร็ว Bloomberg Law ได้ดึงตัวผู้บริหารระดับสูงจากคู่แข่ง โดยในปี 2010 ได้แต่งตั้ง Lou Andreozzi (อดีต CEO ของ LexisNexis North American Legal Markets) เป็นประธาน และ Larry Thompson (อดีต Global Marketing Officer ของ LexisNexis) เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ

ระหว่างปี 2014 ถึง 2015 แพลตฟอร์มได้ขยายขีดความสามารถอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มระบบติดตามคำฟ้อง (Dockets) ที่ครอบคลุมทั้งศาลรัฐและศาลรัฐบาลกลางในสหรัฐฯ รวมถึงศาลระหว่างประเทศบางแห่ง พร้อมทั้งเปิดตัวผลิตภัณฑ์เฉพาะทางสำหรับธุรกรรมองค์กร ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล และการธนาคาร

คุณสมบัติและเครื่องมือสำคัญ

Bloomberg Law ให้บริการเครื่องมือที่เน้นการเพิ่มผลิตภาพของทนายความผ่านเทคโนโลยีขั้นสูง ดังนี้:

  • ระบบติดตามคำฟ้อง (Dockets): ให้บริการข้อมูลคำฟ้องของศาลรัฐ ศาลรัฐบาลกลาง และศาลระหว่างประเทศบางแห่ง พร้อมระบบแจ้งเตือนและเครื่องมือค้นหาคำฟ้องใหม่ (Breaking Complaints)
  • การวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics): แบ่งเป็นสองส่วนหลักคือ การวิเคราะห์ทางการเงินและการวิเคราะห์ทางกฎหมาย โดยมีศูนย์พัฒนาธุรกิจ (Business Development Center) ที่ช่วยวิเคราะห์ข่าวการควบรวมกิจการ (M&A) ข่าวลือเรื่องการล้มละลาย และการเคลื่อนย้ายของทนายความ
  • จุดแห่งกฎหมาย (Points of Law): เครื่องมือวิจัยกฎหมายที่ใช้ AI เพื่อระบุคำตัดสินของศาลในประเด็นข้อกฎหมายที่เฉพาะเจาะจง
  • เครื่องมือสร้างตารางเปรียบเทียบกฎหมาย (State Chart Builders): ช่วยให้นักกฎหมายเปรียบเทียบกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่แตกต่างกันในแต่ละเขตอำนาจศาล
  • สมาร์ทโค้ด (Smart Code): การใช้ AI และ Machine Learning เพื่อสร้างประมวลกฎหมายที่มีการอ้างอิงคำอธิบายแบบเสมือน (Virtual Annotated Codes)
  • เครื่องมือวิเคราะห์คำคู่ความ (Brief Analyzer): ใช้ AI เพื่อลดระยะเวลาในการวิเคราะห์เอกสารคำคู่ความทางกฎหมาย
  • การวิเคราะห์การดำเนินคดี (Litigation Analytics): จัดระเบียบการวิเคราะห์ข้อมูลตามรายชื่อทนายความ สำนักงานกฎหมาย ศาล ผู้พิพากษา และบริษัท
  • คำแนะนำเชิงปฏิบัติ (Practical Guidance): ข้อมูลและแนวทางปฏิบัติสำหรับทนายความด้านคดีความและทนายความด้านธุรกรรมในสาขากฎหมายต่างๆ

คำถามที่พบบ่อย

Bloomberg Law แตกต่างจากบริการวิจัยกฎหมายอื่นอย่างไร?

Bloomberg Law แตกต่างด้วยการนำข้อมูลทางการเงินและข้อมูลบริษัทจากเครือข่าย Bloomberg มาผสานรวมกับการวิจัยทางกฎหมาย ทำให้นักกฎหมายสามารถวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจควบคู่ไปกับข้อกฎหมายได้ในแพลตฟอร์มเดียว

Bloomberg Industry Group คืออะไร?

คือชื่อใหม่ของ Bloomberg BNA (เปลี่ยนชื่อในปี 2019) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลบริการข้อมูลเฉพาะทาง ได้แก่ Bloomberg Law, Bloomberg Tax, Bloomberg Government และ Bloomberg Environment

AI ถูกนำมาใช้ใน Bloomberg Law อย่างไร?

AI ถูกนำมาใช้ในหลายเครื่องมือ เช่น Points of Law เพื่อระบุคำตัดสินของศาลในประเด็นเฉพาะ, Smart Code เพื่อสร้างประมวลกฎหมายแบบเสมือน และ Brief Analyzer เพื่อช่วยวิเคราะห์เอกสารทางกฎหมายให้รวดเร็วยิ่งขึ้น