คดีบลูมเบิร์ก กับ คณะผู้ว่าการระบบสำรองเงินตราสหรัฐฯ การเปิดเผยข้อมูลเงินกู้ช่วงวิกฤตการเงิน
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นคดีความระหว่าง Bloomberg L.P. และ Federal Reserve เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลการกู้ยืมเงินในช่วงวิกฤตการเงินปี 2008
- ใช้กฎหมาย Freedom of Information Act (FOIA) เป็นเครื่องมือในการขอเข้าถึงข้อมูลภาครัฐ
- ศาลตัดสินให้ Federal Reserve ต้องเปิดเผยรายชื่อสถาบันการเงินที่กู้ยืมเงินจาก Discount Window
- คดีสิ้นสุดลงเมื่อศาลฎีกาสหรัฐฯ ปฏิเสธการอุทธรณ์ของ Federal Reserve ในปี 2011
คดีบลูมเบิร์ก กับ คณะผู้ว่าการระบบสำรองเงินตราสหรัฐฯ (Bloomberg L.P. v. Board of Governors of the Federal Reserve System, หมายเลขคดี 1:08-cv-09595) เป็นการฟ้องร้องทางกฎหมายที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทสื่อ Bloomberg L.P. และคณะผู้ว่าการระบบสำรองเงินตราสหรัฐฯ (Federal Reserve Board) โดยมีประเด็นหลักอยู่ที่การขอเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับธนาคารและสถาบันการเงินที่กู้ยืมเงินจาก "หน้าต่างส่วนลด" (Discount Window) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในช่วงฟองสบู่ที่อยู่อาศัยและวิกฤตการณ์ทางการเงินปี 2008

ภูมิหลังและสาเหตุของคดี
ในช่วงวิกฤตการเงินปี 2008 รัฐสภาสหรัฐฯ, ระบบสำรองเงินตรา (Federal Reserve), กระทรวงการคลัง และบรรษัทประกันเงินฝาก (FDIC) ได้ร่วมกันผลักดัน พระราชบัญญัติการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจฉุกเฉินปี 2008 (Emergency Economic Stabilization Act of 2008) เพื่อช่วยเหลือสถาบันการเงินที่ประสบปัญหา โดยการซื้อหลักทรัพย์ที่มีการจำนองค้ำประกัน (Mortgage-backed securities) และการให้เงินกู้โดยตรงแก่ธนาคารและบริษัทโฮลดิ้งของธนาคาร
เนื่องจากธนาคารที่ประสบปัญหาหลายแห่งเกรงว่าหากสาธารณชนทราบว่าตนกู้ยืมเงินจากธนาคารกลาง จะทำให้เกิดการตื่นตระหนกและนำไปสู่การแห่ถอนเงิน (Bank run) รวมถึงการสูญเสียความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ธนาคารกลางสหรัฐฯ จึงได้จัดทำโครงการให้สถาบันการเงินเข้าถึงหน้าต่างส่วนลด (Discount Window) โดยที่ข้อมูลการกู้ยืมดังกล่าวไม่ต้องถูกเปิดเผยต่อสาธารณะตามปกติ
การดำเนินคดีและการต่อสู้ทางกฎหมาย
นักข่าวของ Bloomberg L.P. ได้แก่ Mark Pittman และ Bob Ivry ได้พยายามขอข้อมูลรายชื่อธนาคารผู้กู้และหลักทรัพย์ค้ำประกันจาก Federal Reserve โดยอาศัย พระราชบัญญัติเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร (Freedom of Information Act หรือ FOIA) แต่คำขอถูกปฏิเสธ ส่งผลให้ Bloomberg L.P. ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงสหรัฐฯ สำหรับเขตใต้แห่งนิวยอร์ก (United States District Court for the Southern District of New York) เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2008 เพื่อบังคับให้มีการเปิดเผยข้อมูล
คำตัดสินของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์
- 24 สิงหาคม 2009: ผู้พิพากษา Loretta Preska ตัดสินให้ Federal Reserve ต้องเปิดเผยข้อมูลภายในวันที่ 14 กันยายน 2009
- 27 สิงหาคม 2009: ศาลตกลงชะลอการบังคับใช้คำตัดสินเพื่อให้ Federal Reserve ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 (United States Court of Appeals for the Second Circuit)
- 19 มีนาคม 2010: คณะผู้พิพากษา 3 ท่านของศาลอุทธรณ์มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ Federal Reserve ต้องปล่อยเอกสารดังกล่าว
- 20 สิงหาคม 2010: ศาลอุทธรณ์ปฏิเสธคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ (Rehearing) ของทั้ง Federal Reserve และ The Clearing House Association L.L.C.
บทสรุปของคดี
Federal Reserve พยายามยื่นเรื่องต่อศาลฎีกาสหรัฐฯ (U.S. Supreme Court) เพื่อขอระงับการบังคับใช้คำตัดสิน แต่คำขอถูกปฏิเสธเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2011 ส่งผลให้ Federal Reserve ต้องส่งมอบข้อมูลการกู้ยืมทั้งหมดให้แก่ Bloomberg L.P. ภายใน 5 วันหลังจากนั้น
คำถามที่พบบ่อย
คดี Bloomberg L.P. v. Board of Governors of the Federal Reserve System คืออะไร?
เป็นคดีที่บริษัทสื่อ Bloomberg L.P. ฟ้องร้องธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) เพื่อบังคับให้เปิดเผยข้อมูลว่าธนาคารใดบ้างที่กู้ยืมเงินจากหน้าต่างส่วนลด (Discount Window) ในช่วงวิกฤตการเงินปี 2008
ทำไม Federal Reserve ถึงไม่ต้องการเปิดเผยข้อมูลนี้?
เพราะเกรงว่าหากสาธารณชนทราบว่าธนาคารใดกู้เงินจากธนาคารกลาง จะทำให้เกิดการตื่นตระหนกและนำไปสู่การแห่ถอนเงิน (Bank run) และทำให้สถานการณ์ทางการเงินเลวร้ายลง
ผลการตัดสินของคดีนี้เป็นอย่างไร?
ศาลตัดสินให้ Bloomberg L.P. ชนะคดี โดย Federal Reserve ต้องเปิดเผยข้อมูลรายชื่อผู้กู้และหลักทรัพย์ค้ำประกันตามคำขอของ Bloomberg L.P.
กฎหมายฉบับใดที่ถูกนำมาใช้ในคดีนี้?
พระราชบัญญัติเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร (Freedom of Information Act หรือ FOIA) ของสหรัฐอเมริกา
