หนังสือระเบียบวินัยของคริสตจักรแห่งสกอตแลนด์ ประวัติศาสตร์และการปฏิรูป
สรุปใจความสำคัญ
- หนังสือระเบียบวินัยฉบับแรก (1560) ร่างโดยคณะกรรมการ 'six Johns' ซึ่งรวมถึงจอห์น น็อกซ์
- ความล้มเหลวในการเข้าถึงทรัพย์สินของคริสตจักรเดิมทำให้โครงการการศึกษาในฉบับแรกไม่ประสบความสำเร็จ
- หนังสือระเบียบวินัยฉบับที่สอง (1578) ได้สถาปนาระบบการปกครองแบบเพรสไบทีเรียนอย่างเต็มตัว โดยใช้ระบบสภาผู้ปกครองที่ได้รับเลือก
ในประวัติศาสตร์ของคริสตจักรแห่งสกอตแลนด์ หนังสือระเบียบวินัย (Book of Discipline) หมายถึงเอกสารสำคัญสองฉบับที่ใช้กำหนดระเบียบการปกครองคริสตจักรในช่วงการปฏิรูปศาสนาในสกอตแลนด์ ได้แก่ หนังสือระเบียบวินัยฉบับแรก (ค.ศ. 1560) และฉบับที่สอง (ค.ศ. 1578)
ภูมิหลังของการปฏิรูปศาสนาในสกอตแลนด์
ในปี ค.ศ. 1560 หลังจากความพ่ายแพ้ของกองกำลังฝรั่งเศสที่การล้อมเมืองเลธ (Siege of Leith) และการเสียชีวิตของแมรีแห่งกีส (Mary of Guise) กลุ่มขุนนางที่เรียกว่า Lords of the Congregation ซึ่งมีแนวคิดปฏิรูปศาสนาได้ก้าวขึ้นมามีอำนาจในสกอตแลนด์
รัฐสภาสกอตแลนด์ได้ประชุมกันในวันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 1560 และต่อมาในวันที่ 17 สิงหาคม ได้อนุมัติคำสารภาพความเชื่อฉบับปฏิรูป (Scots Confession) และในวันที่ 24 สิงหาคม ได้ผ่านกฎหมายสามฉบับที่ยกเลิกความเชื่อแบบเดิมในสกอตแลนด์ โดยมีสาระสำคัญดังนี้:
- ยกเลิกกฎหมายเดิมที่ไม่สอดคล้องกับคำสารภาพความเชื่อฉบับปฏิรูป
- ลดจำนวนศีลศักดิ์สิทธิ์เหลือเพียงสองประการ คือ ศีลล้างบาป (Baptism) และศีลมหาสนิท (Communion) ซึ่งดำเนินการโดยผู้ประกาศศาสนาที่ปฏิรูปแล้วเท่านั้น
- กำหนดบทลงโทษสำหรับการประกอบพิธีมิสซา (Mass) ซึ่งในที่สุดอาจรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต
- ปฏิเสธอำนาจการปกครองของพระสันตะปาปาในสกอตแลนด์
อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระราชินีแมรีแห่งสกอตส์ (Mary, Queen of Scots) ทรงปฏิเสธที่จะรับรองกฎหมายเหล่านี้ ทำให้คริสตจักรใหม่ตกอยู่ในสภาวะที่ไม่มีความชัดเจนทางกฎหมาย
หนังสือระเบียบวินัยฉบับแรก (The First Book of Discipline, 1560)
เดิมทีกลุ่มขุนนางต้องการให้รัฐสภาพิจารณาหนังสือการปฏิรูป (Book of Reformation) ซึ่งเขียนโดย จอห์น น็อกซ์ (John Knox) แต่เนื่องจากความไม่พอใจในเนื้อหา จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการที่เรียกว่า "six Johns" ซึ่งประกอบด้วย จอห์น น็อกซ์, จอห์น วินแรม, จอห์น สปอตติสวูด, จอห์น วิลล็อก, จอห์น ดักลาส และจอห์น โรว์ เพื่อจัดทำฉบับปรับปรุง
โครงสร้างและเป้าหมาย
หนังสือระเบียบวินัยฉบับแรกนำเสนอระบบการปกครองคริสตจักรที่ประกอบด้วย ผู้ดูแล (superintendents), ศิษยาภิบาล (ministers), ดอกเตอร์ (doctors), ผู้ปกครอง (elders) และมัคนายก (deacons) โดยมีเป้าหมายหลักคือ:
- การปฏิรูปในระดับตำบล (Parish-based reformation)
- การใช้ทรัพยากรของคริสตจักรเดิมเพื่อจ่ายเงินเดือนศิษยาภิบาล
- การสร้างระบบโรงเรียนในทุกตำบลและการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย
- การจัดระบบช่วยเหลือผู้ยากไร้
แต่เนื่องจากข้อเสนอในการใช้ทรัพย์สินของคริสตจักรถูกปฏิเสธ โดยกฎหมายกำหนดให้ทรัพย์สินสองในสามยังคงอยู่ในมือเจ้าของเดิม และส่วนที่เหลือต้องแบ่งกับมงกุฎ ทำให้โครงการด้านการศึกษาถูกยกเลิก และศิษยาภิบาลได้รับค่าตอบแทนต่ำ ส่งผลให้คริสตจักรขาดแคลนงบประมาณอย่างมาก
หนังสือระเบียบวินัยฉบับที่สอง (The Second Book of Discipline, 1578)
หลังจากสมเด็จพระราชินีแมรีถูกบังคับให้สละราชสมบัติในปี ค.ศ. 1567 ให้แก่พระเจ้าเจมส์ที่ 6 (James VI) ผู้ซึ่งทรงได้รับการเลี้ยงดูแบบโปรเตสแตนต์ สกอตแลนด์ได้เข้าสู่ช่วงการปกครองโดยผู้สำเร็จราชการ
ในปี ค.ศ. 1578 ได้มีการรับรอง หนังสือระเบียบวินัยฉบับที่สอง ซึ่งมีแนวคิดแบบ เพรสไบทีเรียน (Presbyterian) ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้การกำกับดูแลคริสตจักรอยู่ในมือของกลุ่มผู้นำคริสตจักรที่ได้รับเลือก ซึ่งแบ่งเป็นระดับต่างๆ ดังนี้:
- Presbyteries: สภาผู้ปกครองระดับท้องถิ่น
- Synods: สภาสังฆราชระดับภูมิภาค
- General Assembly: สมัชชาใหญ่ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดของคริสตจักร
คำถามที่พบบ่อย
หนังสือระเบียบวินัย (Book of Discipline) คืออะไร?
คือเอกสารสองฉบับ (ปี 1560 และ 1578) ที่ใช้กำหนดระเบียบการปกครองและโครงสร้างของคริสตจักรแห่งสกอตแลนด์ในช่วงการปฏิรูปศาสนา
ทำไมโครงการการศึกษาในหนังสือระเบียบวินัยฉบับแรกจึงล้มเหลว?
เพราะข้อเสนอในการนำทรัพย์สินของคริสตจักรเดิมมาใช้ถูกปฏิเสธ ทำให้คริสตจักรขาดแคลนเงินทุนในการสร้างโรงเรียนและจ่ายค่าตอบแทนศิษยาภิบาล
ความแตกต่างหลักระหว่างหนังสือระเบียบวินัยฉบับแรกและฉบับที่สองคืออะไร?
ฉบับแรกพยายามสร้างระบบการบริหารที่หลากหลายและเน้นการศึกษา แต่ฉบับที่สองมีความเป็นเพรสไบทีเรียนชัดเจนกว่า โดยเน้นการปกครองผ่านสภาผู้ปกครอง (Presbyteries) และสมัชชาใหญ่ (General Assembly)
