ไบรอัน แลง นักมานุษยวิทยาและผู้บริหารสถาบันการศึกษาและวัฒนธรรม
สรุปใจความสำคัญ
- ไบรอัน แลง เป็นนักมานุษยวิทยาชาวสกอตแลนด์ที่เคยดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์ (2001-2008)
- เคยดำรงตำแหน่งรองประธานหอสมุดแห่งชาติอังกฤษ (British Library) และประธานวงดุริยางค์แห่งชาติสกอตแลนด์
- ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ CBE ในปี 2016 สำหรับผลงานด้านศิลปะ มรดกทางวัฒนธรรม และการศึกษา
ไบรอัน แอนดรูว์ แลง (Brian Andrew Lang) เกิดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 1945 เป็นนักมานุษยวิทยาชาวสกอตแลนด์ที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารสถาบันทางวัฒนธรรมและการศึกษาระดับสูงในสหราชอาณาจักร เขาเคยดำรงตำแหน่งรองประธานหอสมุดแห่งชาติอังกฤษ (British Library) และอธิการบดีมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์ (University of St Andrews) ระหว่างปี ค.ศ. 2001–2008 นอกจากนี้ยังเคยเป็นประธานของวงดุริยางค์แห่งชาติสกอตแลนด์ (Royal Scottish National Orchestra) และเป็นกรรมการมูลนิธิพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสกอตแลนด์ (National Museums Scotland)
ประวัติการศึกษาและการเริ่มต้นอาชีพ
แลงเกิดที่เมืองเอดินบะระ และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท (MA) สาขามานุษยวิทยาสังคมจากมหาวิทยาลัยเอดินบะระในปี ค.ศ. 1968 จากนั้นเขาได้เริ่มทำวิจัยระดับปริญญาเอกในปี ค.ศ. 1969 โดยได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนามในประเทศเคนยาเป็นเวลาหนึ่งปี และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกในอีกหกปีต่อมา
ในช่วงแรกของอาชีพ เขาเป็นอาจารย์สอนวิชามานุษยวิทยาสังคมที่มหาวิทยาลัยออร์ฮุส (Aarhus University) ประเทศเดนมาร์ก ก่อนจะกลับมาทำงานในสหราชอาณาจักรในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ของสภาวิจัยสังคมศาสตร์ (Social Science Research Council) โดยดำรงตำแหน่งสูงสุดเป็นเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์หลัก (Principal Scientific Officer)
การบริหารงานด้านมรดกทางวัฒนธรรม
ระหว่างปี ค.ศ. 1979 ถึง 1980 แลงดำรงตำแหน่งหัวหน้าสาขาอาคารประวัติศาสตร์ของแผนกพัฒนาสกอตแลนด์ (Scottish Development Department) และต่อมาในปี ค.ศ. 1980–1987 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการกองทุนอนุสรณ์มรดกแห่งชาติ (National Heritage Memorial Fund) ในลอนดอน
หลังจากนั้น เขาทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาธารณะของ National Trust เป็นเวลาสี่ปี ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานหอสมุดแห่งชาติอังกฤษในปี ค.ศ. 1991 จนถึงปี ค.ศ. 2000 ในช่วงเวลาดังกล่าว หอสมุดแห่งชาติอังกฤษได้ย้ายเข้าสู่ที่ทำการแห่งใหม่ที่เซนต์แพนคราส (St Pancras) แม้ว่าโครงการดังกล่าวจะมีความล่าช้าและใช้งบประมาณเกินกำหนดก็ตาม นอกจากนี้ แลงยังได้ดำเนินนโยบายการจำหน่ายคลังเอกสารหนังสือพิมพ์ต่างประเทศในอดีต ซึ่งเป็นนโยบายที่ก่อให้เกิดข้อโต้แย้งและถูกยกเลิกโดยผู้สืบทอดตำแหน่งของเขาคือ ลินน์ บรินด์ลีย์ (Lynne Brindley)
การดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์
แลงเข้ารับตำแหน่งอธิการบดีและรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2001 โดยเขาได้ประกาศความมุ่งมั่นในการสร้างความเท่าเทียมทางสังคม (Social Inclusion) ในการเข้ารับตำแหน่ง
ในปี ค.ศ. 2003 ผลการวิเคราะห์การรับนักศึกษาจากโรงเรียนรัฐบาลเข้าสู่มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรพบว่า มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์มีผลการดำเนินงานต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน ส่งผลให้ในปีถัดมา แลงได้ประกาศมอบทุนการศึกษาจำนวน 50 ทุนให้แก่นักเรียนชาวสกอตแลนด์ เพื่อลดปัญหาการเลือกปฏิบัติและเพิ่มความหลากหลายของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย
ในด้านวิชาการและชื่อเสียง ในช่วงที่แลงดำรงตำแหน่ง มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์มีการขยับอันดับขึ้นจากอันดับที่ 20 ของสหราชอาณาจักรในปี ค.ศ. 2001 ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 5 ในปี ค.ศ. 2008 ตามการจัดอันดับของบางสถาบัน แลงพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2008 โดยมี หลุยส์ ริชาร์ดสัน (Louise Richardson) เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน
บทบาทหลังการเกษียณและงานอาสาสมัคร
ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2008 แลงได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการบริหารของวงดุริยางค์แห่งชาติสกอตแลนด์ (Royal Scottish National Orchestra) และดำรงตำแหน่งนี้จนถึงเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2015 นอกจากนี้ เขายังเป็นกรรมการของมูลนิธิพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสกอตแลนด์ตั้งแต่เดือนกันยายน ค.ศ. 2014 โดยได้รับการต่ออายุวาระการดำรงตำแหน่งจนถึงเดือนมีนาคม ค.ศ. 2023
ข้อโต้แย้งและวิพากษ์วิจารณ์
ในช่วงปีแรกของการดำรงตำแหน่งอธิการบดีที่เซนต์แอนดรูวส์ แลงถูกกล่าวหาว่ามีการข่มขู่ คุกคาม และล่วงละเมิดทางเพศต่อพนักงานฝ่ายบริหารคนหนึ่ง ซึ่งแลงได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงยอมความกันนอกศาลในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2002 ก่อนที่จะมีการพิจารณาคดีในศาลแรงงาน ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลต่อความนิยมของเขาในหมู่บุคลากรและนักศึกษา
นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 2004 แลงถูกวิพากษ์วิจารณ์จากการนำความรู้ทางมานุษยวิทยามาเปรียบเทียบแผนกวิชาการแห่งหนึ่งในมหาวิทยาลัยกับเผ่าอิก (Ik tribe) ในยูกันดา โดยระบุว่าเผ่าดังกล่าวมีพฤติกรรม "ไม่ซื่อสัตย์ โกหก และคดโกง" ซึ่งมุมมองนี้ต่อเผ่าอิกเป็นสิ่งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในแวดวงวิชาการ
ในด้านการดำเนินชีวิต แลงถูกหนังสือพิมพ์นักศึกษา The Saint กล่าวหาว่ามีความย้อนแย้งในตนเอง โดยการรณรงค์ให้นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและขอให้บุคลากรเลิกใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางมาทำงาน แต่ตัวเขากลับยังคงใช้รถยนต์ยี่ห้อจากัวร์ (Jaguar) เดินทางมายังสำนักงานซึ่งมีระยะทางเพียง 1.1 ไมล์
รางวัลและเกียรติยศ
- ปี ค.ศ. 2006: ได้รับการแต่งตั้งเป็น Fellow ของ Royal Society of Edinburgh
- ปี ค.ศ. 2008: ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์
- ปี ค.ศ. 2016: ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Commander of the Order of the British Empire (CBE) จากสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในวาระวันคล้ายวันพระราชสมภพ สำหรับการทำประโยชน์ให้แก่ศิลปะ มรดกทางวัฒนธรรม และการศึกษา
คำถามที่พบบ่อย
ไบรอัน แลง ดำรงตำแหน่งอะไรที่มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์?
เขาดำรงตำแหน่งอธิการบดีและรองอธิการบดี (Principal and Vice-Chancellor) ระหว่างปี ค.ศ. 2001 ถึง 2008
ไบรอัน แลง มีบทบาทอย่างไรในหอสมุดแห่งชาติอังกฤษ?
เขาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานหอสมุดแห่งชาติอังกฤษระหว่างปี ค.ศ. 1991 ถึง 2000 โดยเป็นผู้ดูแลการย้ายหอสมุดไปยังอาคารแห่งใหม่ที่เซนต์แพนคราส
ไบรอัน แลง ได้รับรางวัลเกียรติยศอะไรบ้าง?
เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ CBE ในปี 2016, เป็น Fellow ของ Royal Society of Edinburgh และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูวส์
ข้อโต้แย้งที่สำคัญเกี่ยวกับ ไบรอัน แลง คืออะไร?
เขาเคยถูกกล่าวหาเรื่องการคุกคามทางเพศ (ซึ่งจบลงด้วยการยอมความนอกศาล), การเปรียบเทียบแผนกวิชาการกับเผ่าอิกในยูกันดา และความย้อนแย้งในการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมขณะที่ยังใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางระยะสั้น