← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สถาบันบริติชอะแคเดมี ศูนย์กลางวิชาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ของสหราชอาณาจักร

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1902 และได้รับพระราชทานกฎบัตร (Royal Charter) ในปีเดียวกัน
  • เป็นสถาบันระดับชาติของสหราชอาณาจักรสำหรับสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  • สมาชิกสมทบ (Fellows) สามารถใช้ตัวย่อ FBA ต่อท้ายชื่อเพื่อแสดงถึงความโดดเด่นทางวิชาการ
  • ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานจัดสรรทุนวิจัยที่สำคัญสำหรับนักวิชาการในสหราชอาณาจักรและทั่วโลก

สถาบันบริติชอะแคเดมี (The British Academy) หรือชื่อเต็มคือ The British Academy for the Promotion of Historical, Philosophical and Philological Studies เป็นสถาบันระดับชาติของสหราชอาณาจักรที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาวิชาการในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยทำหน้าที่เป็นทั้งสมาคมวิชาการของผู้ทรงคุณวุฒิและหน่วยงานจัดสรรทุนวิจัยที่สำคัญในระดับประเทศ

สถาบันก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1902 และได้รับพระราชทานกฎบัตร (Royal Charter) ในปีเดียวกัน ปัจจุบันสถาบันประกอบด้วยสมาชิกสมทบ (Fellows) ซึ่งเป็นนักวิชาการชั้นนำมากกว่า 1,000 ท่าน จากหลากหลายสาขาวิชา โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ 10–11 Carlton House Terrace ในกรุงลอนดอน และดำเนินงานในฐานะองค์กรการกุศลจดทะเบียนที่เป็นอิสระและปกครองตนเอง

อาคารสำนักงานของบริติชอะแคเดมี
อาคารสำนักงานของสถาบันบริติชอะแคเดมี ณ Carlton House Terrace

วัตถุประสงค์หลักของสถาบัน

บริติชอะแคเดมีกำหนดพันธกิจหลัก 5 ประการ เพื่อขับเคลื่อนวงการวิชาการ ดังนี้:

  • เป็นกระบอกเสียงและตัวแทนในการส่งเสริมความสำคัญของมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
  • ลงทุนในตัวนักวิจัยและโครงการวิจัยที่มีคุณภาพสูงสุด
  • ให้ข้อมูลและส่งเสริมการอภิปรายเกี่ยวกับประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสังคม
  • สร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
  • บริหารจัดการทรัพย์สินของสถาบันเพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

ประวัติความเป็นมา

แนวคิดในการก่อตั้งสถาบันเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1899 เพื่อให้สหราชอาณาจักรมีตัวแทนในที่ประชุมของสถาบันวิชาการในยุโรปและอเมริกา ต่อมาได้เริ่มก่อตั้งในรูปแบบสมาคมที่ไม่ได้จดทะเบียนเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 1901 และได้รับพระราชทานกฎบัตรจากพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ค.ศ. 1902

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีนักวิชาการผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกหลายท่านได้เข้ามามีส่วนร่วมกับสถาบัน เช่น จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ (John Maynard Keynes), ไอเซยา เบอร์ลิน (Isaiah Berlin), ซี. เอส. ลูอิส (C. S. Lewis) และ เฮนรี มัวร์ (Henry Moore)

การเปลี่ยนแปลงสถานที่ตั้ง

ในช่วงแรกสถาบันไม่มีอาคารเป็นของตนเองจนกระทั่งปี ค.ศ. 1927–1928 จึงได้ย้ายไปยังอาคารเลขที่ 6 Burlington Gardens ต่อมาในปี ค.ศ. 1968 ได้ย้ายไปยัง Burlington House และย้ายไปยังสำนักงานใกล้สวนรีเจนท์สปาร์ก (Regent's Park) ก่อนจะย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบันที่ Carlton House Terrace ในปี ค.ศ. 1998

อาคารที่ตั้งปัจจุบันออกแบบโดย จอห์น แนช (John Nash) ในช่วงทศวรรษ 1820 และ 1830 โดยอาคารเลขที่ 10 เคยเป็นที่พำนักของตระกูล Ridley และอาคารเลขที่ 11 เคยเป็นบ้านของนายกรัฐมนตรี วิลเลียม แกลดสตัน (William Gladstone) ระหว่างปี ค.ศ. 1856 ถึง 1875

ในปี ค.ศ. 2010 สถาบันได้ดำเนินโครงการปรับปรุงห้องสาธารณะในอาคารเลขที่ 11 ด้วยงบประมาณ 2.75 ล้านปอนด์ และเชื่อมต่ออาคารทั้งสองหลังเข้าด้วยกัน ซึ่งแล้วเสร็จในเดือนมกราคม ค.ศ. 2011 โดยมีการสร้างหอประชุมวูลฟ์สัน (Wolfson Auditorium) ขนาด 150 ที่นั่ง เพื่อใช้สำหรับการจัดประชุมและกิจกรรมทางวิชาการ

ระบบสมาชิกสมทบ (Fellowship)

การได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสมทบ (Fellow) ของบริติชอะแคเดมี ถือเป็นการยอมรับในความโดดเด่นทางวิชาการระดับสูงในสาขามนุษยศาสตร์หรือสังคมศาสตร์ ซึ่งพิจารณาจากผลงานตีพิมพ์ที่ได้รับการยอมรับ ผู้ที่ได้รับเลือกสามารถใช้ตัวย่อ FBA ต่อท้ายชื่อได้

สมาชิกจะถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มสาขาวิชา ดังนี้:

กลุ่มมนุษยศาสตร์

  • โบราณคดีและประวัติศาสตร์ยุคคลาสสิก
  • เทววิทยาและศาสนศึกษา
  • แอฟริกันศึกษาและตะวันออกศึกษา
  • ภาษาศาสตร์และนิรุกติศาสตร์
  • ภาษาและวรรณกรรมยุคสมัยใหม่ตอนต้น
  • ภาษา วรรณกรรม และสื่อสมัยใหม่
  • โบราณคดี
  • ยุคกลางศึกษา
  • ประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ตอนต้น (ถึงประมาณ ค.ศ. 1800)
  • ประวัติศาสตร์สมัยใหม่ (ตั้งแต่ ค.ศ. 1800)
  • ประวัติศาสตร์ศิลปะและดนตรี
  • ปรัชญา
  • วัฒนธรรม สื่อ และการแสดง

กลุ่มสังคมศาสตร์

  • นิติศาสตร์
  • เศรษฐศาสตร์และประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ
  • มานุษยวิทยาและภูมิศาสตร์
  • สังคมวิทยา ประชากรศาสตร์ และสถิติสังคม
  • รัฐศาสตร์: ทฤษฎีการเมือง การปกครอง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
  • จิตวิทยา
  • การจัดการและบริหารธุรกิจ
  • ศึกษาศาสตร์
การสนับสนุนทุนวิจัย
สถาบันบริติชอะแคเดมีทำหน้าที่จัดสรรทุนวิจัยเพื่อสนับสนุนนักวิชาการในหลากหลายสาขา

การจัดสรรทุนวิจัย

บริติชอะแคเดมีเป็นช่องทางหลักในการส่งผ่านงบประมาณภาครัฐเพื่อสนับสนุนบุคคลและองค์กรที่ทำวิจัยด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ทั้งในสหราชอาณาจักรและต่างประเทศ โดยมีทุนหลายประเภทเพื่อรองรับนักวิชาการในแต่ละช่วงอาชีพ เช่น ทุนวิจัยหลังปริญญาเอก (Postdoctoral Fellowships), ทุนศาสตราจารย์วิจัยวูลฟ์สัน (Wolfson Research Professorships) และทุนวิจัยโครงการของบริติชอะแคเดมี (British Academy Research Projects)

นอกเหนือจากงบประมาณภาครัฐ สถาบันยังได้รับเงินทุนจากภาคเอกชน ของขวัญ มรดก และเงินบริจาคจากสมาชิกสมทบ เพื่อนำมาสนับสนุนกิจกรรมทางวิชาการเพิ่มเติม

ความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติ
การส่งเสริมความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสหราชอาณาจักรและนานาชาติ

การเงินและการดำเนินงาน

สถาบันได้รับเงินทุนหลักจากเงินอุดหนุนรายปีของรัฐบาล โดยในปี ค.ศ. 2022 สถาบันมีรายได้จากการกุศล 51.7 ล้านปอนด์ ซึ่งในจำนวนนี้ 49.3 ล้านปอนด์มาจากกระทรวงธุรกิจ พลังงาน และกลยุทธ์อุตสาหกรรม (Department for Business, Energy, and Industrial Strategy) และมีรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ อีกประมาณ 2.56 ล้านปอนด์

คำถามที่พบบ่อย

สถาบันบริติชอะแคเดมีคืออะไร?

เป็นสถาบันระดับชาติของสหราชอาณาจักรที่ส่งเสริมการวิจัยและวิชาการในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยทำหน้าที่เป็นสมาคมของนักวิชาการชั้นนำและหน่วยงานจัดสรรทุนวิจัย

ใครสามารถเป็นสมาชิกสมทบ (Fellow) ของสถาบันได้บ้าง?

ผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสมทบต้องเป็นนักวิชาการที่มีความโดดเด่นทางวิชาการระดับสูงในสาขามนุษยศาสตร์หรือสังคมศาสตร์ ซึ่งพิจารณาจากผลงานตีพิมพ์ที่ได้รับการยอมรับ

สถาบันบริติชอะแคเดมีให้ทุนวิจัยในด้านใดบ้าง?

สถาบันให้ทุนสนับสนุนการวิจัยในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ครอบคลุมทั้งนักวิจัยหลังปริญญาเอก นักวิจัยอาวุโส และโครงการวิจัยขนาดใหญ่ทั้งในสหราชอาณาจักรและต่างประเทศ

สำนักงานใหญ่ของสถาบันตั้งอยู่ที่ไหน?

ที่ตั้งปัจจุบันคือ 10–11 Carlton House Terrace ในกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นอาคารประวัติศาสตร์ที่ออกแบบโดย จอห์น แนช