← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ยุคอาณานิคมบริติชราช การปกครองอินเดียโดยกษัตริย์อังกฤษ

สรุปใจความสำคัญ

  • บริติชราชคือช่วงเวลาที่สหราชอาณาจักรปกครองอินเดียโดยตรงภายใต้พระมหากษัตริย์ ระหว่างปี ค.ศ. 1858 ถึง 1947
  • การปกครองเริ่มต้นขึ้นหลังจากกบฏอินเดีย ค.ศ. 1857 ซึ่งนำไปสู่การโอนอำนาจจากบริษัทอินเดียตะวันออกสู่รัฐบาลอังกฤษ
  • พื้นที่ปกครองแบ่งเป็น 'บริติชอินเดีย' (ปกครองโดยตรง) และ 'รัฐเจ้าผู้ครองนคร' (ปกครองโดยอ้อมผ่านเจ้าท้องถิ่น)
  • สิ้นสุดลงด้วยการแบ่งแยกดินแดนเป็นประเทศอินเดียและปากีสถานในปี ค.ศ. 1947

บริติชราช (British Raj) มาจากคำว่า Raj ในภาษาฮินดูสตานีที่แปลว่า "การปกครอง" หรือ "รัชสมัย" หมายถึงช่วงเวลาที่สหราชอาณาจักรเข้าปกครองอนุทวีปอินเดียโดยตรงภายใต้พระมหากษัตริย์อังกฤษ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1858 จนถึงปี ค.ศ. 1947 ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการปกครองโดยบริษัทอินเดียตะวันออก (East India Company) มาสู่การปกครองโดยรัฐบาลอังกฤษโดยตรง

ในยุคนี้ พื้นที่ภายใต้การควบคุมของอังกฤษถูกเรียกว่า "อินเดีย" ซึ่งประกอบด้วยสองส่วนหลัก คือ บริติชอินเดีย (British India) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลอังกฤษบริหารจัดการโดยตรง และ รัฐเจ้าผู้ครองนคร (Princely States) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปกครองโดยผู้ปกครองท้องถิ่นภายใต้การกำกับดูแลและอำนาจสูงสุดของอังกฤษ

แผนที่การแบ่งเขตการปกครองของบริติชราชในปี 1909
แผนที่แสดงเขตการปกครองของบริติชราชในปี 1909 โดยพื้นที่สีชมพูคือบริติชอินเดีย และพื้นที่สีเหลืองคือรัฐเจ้าผู้ครองนคร

การสถาปนาและการสิ้นสุดของบริติชราช

ระบบการปกครองแบบบริติชราชเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1858 หลังจากเหตุการณ์ กบฏอินเดีย ค.ศ. 1857 (Indian Rebellion of 1857) ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลอังกฤษตัดสินใจยุติอำนาจของบริษัทอินเดียตะวันออก และโอนอำนาจการบริหารทั้งหมดให้แก่สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย โดยในปี ค.ศ. 1876 พระองค์ทรงได้รับการประกาศให้เป็น จักรพรรดินีแห่งอินเดีย (Empress of India)

บริติชราชสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1947 เมื่อมีการแบ่งแยกดินแดนออกเป็นสองรัฐเอกราช คือ สหภาพอินเดีย (Union of India) ซึ่งต่อมากลายเป็นสาธารณรัฐอินเดีย และ โดมินียนแห่งปากีสถาน (Dominion of Pakistan) ซึ่งต่อมาได้แบ่งแยกออกเป็นสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน และสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศในปี ค.ศ. 1971

ขอบเขตทางภูมิศาสตร์

อาณาเขตของบริติชราชครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศอินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ และเมียนมาในปัจจุบัน โดยมีข้อยกเว้นเพียงบางพื้นที่ที่ตกเป็นของชาติตะวันตกอื่น เช่น โกอา (โปรตุเกส) และปอนดิเชอร์รี (ฝรั่งเศส)

แผนที่บริติชราชและประเทศเพื่อนบ้านในปี 1909
ตำแหน่งที่ตั้งของบริติชราชและประเทศโดยรอบในปี 1909
บริติชราชในบริบทของจักรวรรดิอังกฤษ
ความสัมพันธ์ระหว่างบริติชราชกับส่วนอื่น ๆ ของจักรวรรดิอังกฤษในปี 1909

พื้นที่บริหารจัดการพิเศษ

  • พม่า (Burma): พม่าตอนล่างเป็นส่วนหนึ่งของบริติชอินเดียตั้งแต่เริ่มยุคราช ส่วนพม่าตอนบนถูกผนวกเข้าในปี ค.ศ. 1886 และถูกบริหารในฐานะจังหวัดปกครองตนเองจนถึงปี ค.ศ. 1937 ก่อนจะแยกตัวเป็นอาณานิคมเอกเทศและได้รับเอกราชในปี ค.ศ. 1948
  • เอเดน (Aden): เป็นส่วนหนึ่งของบริติชอินเดียจนถึงปี ค.ศ. 1937 ก่อนจะกลายเป็นอาณานิคมแยกต่างหาก
  • ซีลอน (Ceylon): หรือศรีลังกาในปัจจุบัน แม้จะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอินเดีย แต่ถูกบริหารจัดการโดยตรงจากลอนดอนและไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบริติชราช

เหตุการณ์สำคัญและบุคคลสำคัญ

หลังการกบฏในปี ค.ศ. 1857 อังกฤษได้ปรับเปลี่ยนนโยบายการปกครองให้มีความระมัดระวังมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลุกฮือขึ้นอีกครั้ง

พระนางลักษมีไบ ราชินีแห่งฌานสี
พระนางลักษมีไบ (Lakshmibai) หนึ่งในผู้นำสำคัญของการกบฏปี 1857 ผู้สูญเสียอาณาจักรจากนโยบาย Doctrine of Lapse ของอังกฤษ
เซอร์ ไซยิด อะห์มัด ข่าน
เซอร์ ไซยิด อะห์มัด ข่าน ผู้ก่อตั้งวิทยาลัยมุฮัมมัดัน แองโกล-โอเรียนทัล และผู้เขียนบทวิเคราะห์สาเหตุของการกบฏอินเดีย
ภาพพอร์ตเทรตสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย
ภาพพอร์ตเทรตของสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียในฐานะจักรพรรดินีแห่งอินเดีย ปี ค.ศ. 1887

คำถามที่พบบ่อย

บริติชราชแตกต่างจากการปกครองของบริษัทอินเดียตะวันออกอย่างไร?

ความแตกต่างหลักคืออำนาจการปกครองสูงสุดถูกโอนจากบริษัทการค้า (East India Company) ไปยังพระมหากษัตริย์อังกฤษ (The Crown) โดยตรง ทำให้การบริหารจัดการเป็นเรื่องของรัฐบาลสหราชอาณาจักรแทนที่จะเป็นบริษัทเอกชน

รัฐเจ้าผู้ครองนคร (Princely States) คืออะไร?

คือรัฐในอนุทวีปอินเดียที่ยังคงมีผู้ปกครองท้องถิ่นบริหารจัดการภายใน แต่ต้องยอมรับอำนาจสูงสุดของอังกฤษ (British Paramountcy) และยอมทำตามนโยบายต่างประเทศและการป้องกันประเทศของอังกฤษ

ทำไมบริติชราชจึงสิ้นสุดลงในปี 1947?

เนื่องจากกระแสชาตินิยมอินเดียที่เพิ่มสูงขึ้น และผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้สหราชอาณาจักรตัดสินใจมอบเอกราชให้อินเดีย ซึ่งนำไปสู่การแบ่งแยกดินแดนตามหลักศาสนาเป็นอินเดีย (ฮินดู) และปากีสถาน (มุสลิม)