← กลับไปยังบทความทั้งหมด

บัดดี้ โบลเดน บิดาผู้บุกเบิกดนตรีแจ๊สแห่งนิวออร์ลีนส์

สรุปใจความสำคัญ

  • ได้รับการยกย่องว่าเป็น 'บิดาแห่งดนตรีแจ๊ส' จากการผสมผสานแร็กไทม์ บลูส์ และดนตรีทางศาสนา
  • เป็นผู้ริเริ่มนวัตกรรมจังหวะ 'The Big Four' ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการด้นสดในดนตรีแจ๊ส
  • ใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายในสถานบำบัดจิตเวชรัฐลุยเซียนาหลังจากประสบภาวะทางจิตในปี 1907

ชาร์ลส์ โจเซฟ "บัดดี้" โบลเดน (Charles Joseph "Buddy" Bolden; 6 กันยายน 1877 – 4 พฤศจิกายน 1931) เป็นนักเป่าคอร์เน็ตชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งเพื่อนร่วมสมัยและนักวิชาการด้านดนตรีแจ๊สในยุคต่อมายกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญในการพัฒนาแนวดนตรีแร็กไทม์ (Ragtime) ในสไตล์นิวออร์ลีนส์ หรือที่เรียกกันในขณะนั้นว่า "jass" ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นที่รู้จักในชื่อ ดนตรีแจ๊ส (Jazz)

ภาพถ่ายของบัดดี้ โบลเดน ประมาณปี 1905
บัดดี้ โบลเดน ในช่วงปี 1905

ชีวิตวัยเด็กและภูมิหลัง

โบลเดนเกิดในครอบครัวที่มีประวัติความเชื่อมโยงกับระบบทาสในรัฐลุยเซียนา โดยปู่ของเขาคือ กุสตาวัส โบลเดน (Gustavus Bolden) ซึ่งเชื่อกันว่าเกิดในสถานะทาส ส่วนบิดาของเขา เวสต์มอร์ โบลเดน (Westmore Bolden) ทำงานเป็นคนขับรถให้กับอดีตเจ้าของทาสของครอบครัว โบลเดนต้องเผชิญกับความสูญเสียตั้งแต่ยังเด็ก โดยบิดาเสียชีวิตเมื่อเขาอายุได้เพียง 6 ปี ทำให้เขาต้องเติบโตมาภายใต้การดูแลของมารดาและญาติพี่น้อง

เส้นทางดนตรีและการสร้างสรรค์แนวทางใหม่

โบลเดนได้รับฉายาว่า "King" Bolden และวงดนตรีของเขามีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในนิวออร์ลีนส์ช่วงปี 1900 ถึง 1907 เขาเป็นที่รู้จักในเรื่องการเป่าที่มีเสียงดังทรงพลังและทักษะการด้นสด (Improvisation) ที่ยอดเยี่ยม ซึ่งส่งอิทธิพลอย่างมากต่อกลุ่มนักดนตรีรุ่นหลัง

แม้ว่าคำว่า "แจ๊ส" จะยังไม่ถูกนำมาใช้แพร่หลายในขณะที่เขายังมีบทบาททางดนตรี แต่นักดนตรีแจ๊สยุคแรกหลายคนให้เครดิตว่าโบลเดนและเพื่อนร่วมวงเป็นผู้ริเริ่มดนตรีประเภทนี้ นักประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊ส เท็ด จีโอเอีย (Ted Gioia) ระบุว่าโบลเดนคือ "บิดาแห่งดนตรีแจ๊ส" โดยอธิบายว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผสมผสานองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ จังหวะของแร็กไทม์, โน้ตที่บิดเบี้ยว (Bent notes) และรูปแบบคอร์ดของบลูส์ รวมถึงการใช้เครื่องดนตรีจากวงโยธวาทิตและวงเครื่องสายในนิวออร์ลีนส์

โบลเดนไม่ได้เลียนแบบนักเป่าคอร์เน็ตคนอื่น แต่เขาใช้วิธีการฟังและดัดแปลงสิ่งที่ได้ยินให้เข้ากับเครื่องดนตรีของตนเอง เกิดเป็นการผสมผสานระหว่างแร็กไทม์, ดนตรีทางศาสนาของชาวแอฟริกัน-อเมริกัน, ดนตรีวงมาร์ชชิ่งแบนด์ และบลูส์จากชนบท นอกจากนี้เขายังปรับโครงสร้างวงดนตรีเต้นรำในนิวออร์ลีนส์ โดยให้เครื่องสายทำหน้าที่เป็นส่วนจังหวะ (Rhythm section) และให้คลาริเน็ต ทรอมโบน และคอร์เน็ตเป็นเครื่องดนตรีแถวหน้า

ภาพจำลองหรือสื่อประกอบเกี่ยวกับดนตรีแจ๊สยุคแรก
การพัฒนาจังหวะและสไตล์ดนตรีในยุคบุกเบิกของนิวออร์ลีนส์

นวัตกรรมทางดนตรีที่สำคัญ

  • Funky Butt: บทเพลงที่รู้จักกันในชื่อ "Buddy Bolden's Blues" ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการอ้างอิงถึงแนวคิดเรื่อง "ฟังก์" (Funk) ยุคแรก ๆ ในดนตรีสมัยนิยม
  • The Big Four: นวัตกรรมทางจังหวะที่สำคัญในจังหวะมาร์ชชิ่งแบนด์ ซึ่งเป็นการสร้างจังหวะเน้น (Syncopation) ที่เบี่ยงเบนไปจากจังหวะมาตรฐาน ทำให้ดนตรีแจ๊สยุคแรกมีพื้นที่สำหรับการด้นสดรายบุคคลมากขึ้น

การเสื่อมถอยทางร่างกายและจิตใจ

ในปี 1907 ขณะอายุได้ 30 ปี โบลเดนประสบภาวะทางจิตอย่างรุนแรงและถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคจิตเภท (Schizophrenia) หรือในสมัยนั้นเรียกว่า Dementia Praecox เขาถูกส่งตัวเข้ารักษาที่สถานบำบัดจิตเวชรัฐลุยเซียนา (Louisiana State Insane Asylum) ในเมืองแจ็คสัน และใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดในนั้นจนกระทั่งเสียชีวิตในวันที่ 4 พฤศจิกายน 1931 ด้วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ (Cerebral arteriosclerosis)

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในยุคหลังเสนอว่าอาการของเขาอาจเกิดจากโรคเพลลากรา (Pellagra) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการขาดวิตามินที่พบบ่อยในกลุ่มคนยากจนและชาวผิวดำในทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกาในช่วงปี 1907

ชีวิตส่วนตัว

ในช่วงปี 1895–1896 โบลเดนมีความสัมพันธ์กับ แฮร์เรียต "แฮตตี้" โอลิเวอร์ (Harriet "Hattie" Oliver) ซึ่งมีอายุมากกว่าเขาหลายปี ทั้งคู่ไม่ได้แต่งงานกัน แต่มีบุตรชายหนึ่งคนคือ ชาร์ลส์ โจเซฟ โบลเดน จูเนียร์ เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 1897

คำถามที่พบบ่อย

บัดดี้ โบลเดน มีความสำคัญอย่างไรต่อดนตรีแจ๊ส?

เขาเป็นผู้บุกเบิกที่นำเอาดนตรีแร็กไทม์มาทำให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพิ่มองค์ประกอบของบลูส์ และผสมผสานดนตรีทางศาสนาและวงมาร์ชชิ่งแบนด์ จนกลายเป็นรากฐานของดนตรีแจ๊สในสไตล์นิวออร์ลีนส์

นวัตกรรม 'The Big Four' คืออะไร?

คือรูปแบบจังหวะกลองเบสที่เน้นจังหวะขัด (Syncopation) ซึ่งแตกต่างจากจังหวะมาร์ชมาตรฐาน ทำให้ดนตรีมีจังหวะที่ชวนเต้นและเปิดโอกาสให้นักดนตรีสามารถด้นสดได้มากขึ้น

ทำไมถึงไม่มีบันทึกเสียงของบัดดี้ โบลเดน?

แม้จะมีคำบอกเล่าว่าเขาเคยบันทึกเสียงลงในกระบอกสูญญากาศ (Phonograph cylinder) แต่ปัจจุบันไม่มีบันทึกเสียงใดที่หลงเหลืออยู่ให้รับฟังได้

บัดดี้ โบลเดน เสียชีวิตด้วยสาเหตุใด?

ตามใบมรณบัตรระบุว่าเขาเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ (Cerebral arteriosclerosis) หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในสถานบำบัดจิตเวชเป็นเวลานาน