เครือข่ายเมือง C40 เพื่อการนำด้านสภาพภูมิอากาศ
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นเครือข่ายของเมืองใหญ่ 96 เมืองทั่วโลกที่มุ่งเน้นการลดก๊าซเรือนกระจก
- ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 โดยนายกเทศมนตรีเมืองลอนดอน เคน ลิฟวิงสตัน
- มีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายระดับเมืองเพื่อสนับสนุนข้อตกลงปารีส (Paris Agreement)
- ประกอบด้วยสมาชิกจากทั้งซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ เพื่อสร้างความร่วมมือระดับสากล
เครือข่ายเมือง C40 เพื่อการนำด้านสภาพภูมิอากาศ (C40 Cities Climate Leadership Group) คือกลุ่มความร่วมมือของเมืองใหญ่จากทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันประกอบด้วยสมาชิก 96 เมือง โดยเป็นตัวแทนของประชากรประมาณหนึ่งในสิบสองของโลก และมีสัดส่วนทางเศรษฐกิจคิดเป็นหนึ่งในสี่ของเศรษฐกิจโลก องค์กรนี้ก่อตั้งและนำโดยผู้บริหารระดับเมือง โดยมีเป้าหมายหลักในการต่อสู้กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และผลักดันให้เกิดการดำเนินงานในระดับเมืองเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งส่งเสริมสุขภาพ ความเป็นอยู่ และโอกาสทางเศรษฐกิจของผู้อยู่อาศัยในเขตเมือง
โครงสร้างการบริหารและบทบาท
ตั้งแต่ปี 2023 เครือข่าย C40 ดำเนินงานภายใต้การนำร่วมของนายกเทศมนตรีเมืองลอนดอน (Sadiq Khan) และนายกเทศมนตรีเมืองฟรีทาวน์ (Yvonne Aki-Sawyerr) ในตำแหน่งประธานร่วม (Co-Chair) โดยมี ไมเคิล บลูมเบิร์ก (Michael Bloomberg) อดีตนายกเทศมนตรีเมืองนิวยอร์ก ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการ และมี มาร์ก วัตต์ส (Mark Watts) เป็นผู้อำนวยการบริหาร
การกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์และการกำกับดูแลดำเนินการโดยคณะกรรมการอำนวยการ (Steering Committee) ซึ่งประกอบด้วยนายกเทศมนตรีจากเมืองสมาชิกที่หมุนเวียนกันมาทำหน้าที่ เช่น ลอนดอน, ฟรีทาวน์, เมลเบิร์น, จาการ์ตา, อาบีจัน, ฟีนิกซ์, เมเดยิน, โคเปนเฮเกน, ไนโรบี, โตเกียว, คูริตีบา, บอสตัน, มิลาน, โซล, ออสโล และฮ่องกง
การดำเนินงานและบริการ
C40 ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงเครือข่ายเมืองผ่านการดำเนินงานในหลายภาคส่วน โดยให้บริการสนับสนุนสมาชิกดังนี้:
- การสนับสนุนทางเทคนิคโดยตรง: ช่วยเหลือเมืองสมาชิกในการนำนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศไปปฏิบัติจริง
- การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเมือง: ส่งเสริมการแบ่งปันประสบการณ์และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด (Peer-to-peer exchange)
- การวิจัยและการสื่อสาร: ผลิตงานวิจัยและแบ่งปันความรู้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในวงกว้าง
นอกจากนี้ C40 ยังมุ่งเน้นการยกระดับบทบาทของเมืองให้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศระดับโลก โดยการเรียกร้องให้รัฐบาลระดับชาติให้การสนับสนุนและมอบอำนาจในการบริหารจัดการเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน
ประวัติความเป็นมา
เครือข่ายนี้เริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม 2005 เมื่อ เคน ลิฟวิงสตัน (Ken Livingstone) นายกเทศมนตรีเมืองลอนดอนในขณะนั้น ได้เชิญตัวแทนจาก 18 เมืองใหญ่ (Megacities) มาตกลงร่วมมือกันลดมลพิษทางสภาพภูมิอากาศ โดยเริ่มแรกใช้ชื่อว่า 'C20'
ในปี 2006 นายกเทศมนตรีลิฟวิงสตันได้ร่วมมือกับโครงการ Clinton Climate Initiative (CCI) ซึ่งนำโดยอดีตประธานาธิบดี บิล คลินตัน (Bill Clinton) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร ส่งผลให้จำนวนเมืองสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 40 เมือง และมีการนำระบบการจัดการโครงการมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การพัฒนาภายใต้ผู้นำแต่ละยุค
- ยุคเคน ลิฟวิงสตัน: จัดตั้งสำนักงานเลขาธิการ C40 ในลอนดอน และริเริ่มการจัดเวิร์กชอปเพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดระหว่างเมือง
- ยุคเดวิด มิลเลอร์ (2008): นายกเทศมนตรีเมืองโตรอนโตได้ผลักดันการประชุมสุดยอดนายกเทศมนตรีที่โคเปนเฮเกนและโซลในปี 2009 พร้อมเปิดตัวโครงการพัฒนาเชิงบวกต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate Positive Development Program)
- ยุคไมเคิล บลูมเบิร์ก (2010–2013): มุ่งเน้นการสร้างองค์กรแบบมืออาชีพ กำหนดเกณฑ์มาตรฐานความสำเร็จที่วัดผลได้ และบูรณาการโครงการ CCI Cities เข้ากับ C40 อย่างสมบูรณ์ ทำให้จำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 63 เมือง
- ยุคเอดูอาร์โด ปาเอส (2013): นายกเทศมนตรีเมืองริโอเดจาเนโร ผลักดันการรับเมืองจากกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ (Global South) เข้าเป็นสมาชิกเพิ่มขึ้นกว่า 20 เมือง และร่วมก่อตั้ง Compact of Mayors (ปัจจุบันคือ Global Covenant of Mayors for Climate & Energy)
ในปี 2015 ในวาระครบรอบ 10 ปี C40 มีบทบาทสำคัญในการผลักดันข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) โดยมีการจัดประชุม Climate Summit for Local Leaders ร่วมกับเลขาธิการสหประชาชาติ และในปี 2016 แอนน์ อิดัลโก (Anne Hidalgo) นายกเทศมนตรีเมืองปารีส ได้รับเลือกเป็นประธานหญิงคนแรกของ C40 โดยมุ่งเน้นการจัดหาเงินทุนสีเขียวและการส่งเสริมบทบาทของสตรีในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ
ประเภทของสมาชิก
เดิมที C40 มุ่งเน้นที่เมืองขนาดใหญ่พิเศษ (Megacities) เนื่องจากมีศักยภาพสูงในการสร้างผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนประเภทสมาชิกเพื่อสะท้อนความหลากหลายของเมืองที่ร่วมขับเคลื่อน ดังนี้:
- เมืองขนาดใหญ่พิเศษ (Megacities): เมืองที่มีประชากร 3 ล้านคนขึ้นไป หรือเขตปริมณฑลมีประชากร 10 ล้านคนขึ้นไป หรือมีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ในระดับสูงตามเกณฑ์ที่กำหนด
คำถามที่พบบ่อย
C40 Cities คืออะไร?
C40 คือเครือข่ายความร่วมมือของเมืองใหญ่ทั่วโลกที่นำโดยนายกเทศมนตรี เพื่อร่วมกันต่อสู้กับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างเมืองที่ยั่งยืน
เป้าหมายหลักของ C40 คืออะไร?
เป้าหมายหลักคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับเมือง และลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในเมือง
ใครเป็นผู้ก่อตั้ง C40?
C40 ก่อตั้งขึ้นในปี 2005 โดยนายกเทศมนตรีเมืองลอนดอน เคน ลิฟวิงสตัน ร่วมกับตัวแทนจากเมืองใหญ่ 18 เมืองในระยะแรก
C40 ให้การสนับสนุนสมาชิกอย่างไร?
C40 ให้การสนับสนุนผ่านการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค การจัดเวิร์กชอปแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเมือง และการผลิตงานวิจัยเพื่อนำไปใช้กำหนดนโยบาย
บทบาทของ C40 ในข้อตกลงปารีสคืออะไร?
C40 ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้เมืองใหญ่ทั่วโลกในการผลักดันและสนับสนุนให้เกิดข้อตกลงปารีอากาศที่เข้มแข็ง และช่วยให้เมืองสมาชิกนำเป้าหมายของข้อตกลงดังกล่าวไปปฏิบัติจริงในระดับท้องถิ่น

