← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เคทลิน ริเวอร์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาเชิงคำนวณและการเตรียมพร้อมรับมือโรคระบาด

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นนักระบาดวิทยาเชิงคำนวณที่เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบบจำลองเพื่อพยากรณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ
  • ดำรงตำแหน่งนักวิชาการอาวุโสที่ศูนย์ความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์
  • มีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์และพยากรณ์ความต้องการทรัพยากรทางการแพทย์ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐฯ
  • ผลักดันแนวคิด 'วิทยาศาสตร์การระบาด' (Outbreak Science) เพื่อนำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์มาใช้ในการตัดสินใจด้านสาธารณสุข

เคทลิน เอ็ม. ริเวอร์ส (Caitlin M. Rivers) เป็นนักระบาดวิทยาชาวอเมริกัน ผู้ดำรงตำแหน่งนักวิชาการอาวุโส (Senior Scholar) ประจำศูนย์ความมั่นคงด้านสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ (Johns Hopkins Center for Health Security) และอาจารย์ผู้ช่วยที่โรงเรียนสาธารณสุขบลูมเบิร์กแห่งมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ (Johns Hopkins Bloomberg School of Public Health) โดยเธอมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในการปรับปรุงการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับโรคระบาด

ในปัจจุบัน ริเวอร์สมีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์การตอบสนองของสหรัฐอเมริกาต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยมุ่งเน้นที่การนำการสร้างแบบจำลองโรคติดเชื้อและการพยากรณ์มาประยุกต์ใช้ในการตัดสินใจด้านสาธารณสุข

ภาพพอร์ตเทรตของเคทลิน ริเวอร์ส
เคทลิน ริเวอร์ส นักระบาดวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบบจำลองโรคระบาด

ประวัติการศึกษา

ริเวอร์สสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขามานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยนิวแฮมป์เชียร์ (University of New Hampshire) ในปี 2011 โดยเน้นศึกษาด้านมานุษยวิทยาการแพทย์ เธอระบุว่าความสนใจในด้านสาธารณสุขเริ่มต้นขึ้นหลังจากได้อ่านหนังสือ Mountains Beyond Mountains ของเทรซี คิดเดอร์ ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวการทำงานของพอล ฟาร์เมอร์ ในการกำจัดโรคติดเชื้อ

ต่อมาในปี 2013 เธอได้รับปริญญาโทด้านสาธารณสุข (MPH) โดยเน้นด้านโรคติดเชื้อจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค (Virginia Tech) และในปี 2015 เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (PhD) ในหลักสูตรพันธุศาสตร์ ชีวสารสนเทศ และชีววิทยาเชิงคำนวณ จากมหาวิทยาลัยเดียวกัน โดยเชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาเชิงคำนวณ

วิทยานิพนธ์ของเธอเน้นการสร้างแบบจำลองโรคติดเชื้ออุบัติใหม่เพื่อสนับสนุนงานสาธารณสุข โดยใช้แหล่งข้อมูลที่ไม่ใช่แบบดั้งเดิมและเป็นข้อมูลสาธารณะ เช่น ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียและคำค้นหาใน Google โดยมุ่งเน้นไปที่การระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์ A (H7N9), โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS-CoV) และโรคไวรัสอีโบลา (EVD)

เส้นทางอาชีพและการทำงาน

การวิจัยและงานด้านระบาดวิทยา

ในช่วงการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ริเวอร์สทำงานเป็นผู้ช่วยวิจัยที่สถาบันไบโอคอมเพล็กซิตี้แห่งมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค (Biocomplexity Institute of Virginia Tech) โดยสร้างแบบจำลองโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ รวมถึงไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H7N9, MERS และการระบาดของไวรัสอีโบลาในแอฟริกาตะวันตกช่วงปี 2014-2015 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ โดยเธอเป็นผู้ดูแลคลังข้อมูลดิจิทัลเพียงแห่งเดียวในช่วงการระบาดของอีโบลา และได้พัฒนาเครื่องมือ อินเทอร์เฟซ และบทเรียนการใช้งานด้วยภาษา Python สำหรับนักระบาดวิทยา

การทำงานร่วมกับกองทัพบกสหรัฐฯ

ระหว่างปี 2013 ถึง 2015 ริเวอร์สปฏิบัติหน้าที่เป็นนักระบาดวิทยาพลเรือนให้กับกองทัพบกสหรัฐฯ ณ ศูนย์สาธารณสุขกองทัพบก (U.S. Army Public Health Center) ภายใต้โครงการทุนการศึกษา SMART Defense โดยเธอทำงานในโครงการเฝ้าระวังโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันของกองทัพบก เพื่อติดตามแนวโน้มของโรคติดเชื้อและระบุจุดที่เกิดการระบาด

บทบาทที่มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์

ในปี 2017 ริเวอร์สเข้าดำรงตำแหน่งนักวิชาการอาวุโสที่ศูนย์ความมั่นคงด้านสุขภาพ และอาจารย์ผู้ช่วยในภาควิชาสิ่งแวดล้อมและวิศวกรรมสุขภาพที่โรงเรียนสาธารณสุขบลูมเบิร์กแห่งมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ งานของเธอมุ่งเน้นที่การสร้างแบบจำลองการระบาดเพื่อทำความเข้าใจวิถีการแพร่กระจายและหาวิธีชะลอหรือหยุดยั้งการระบาด

ริเวอร์สและเพื่อนร่วมงานได้ผลักดันแนวคิดการบูรณาการแบบจำลองเหล่านี้เข้ากับการตัดสินใจด้านสาธารณสุข ซึ่งพวกเขาเรียกว่า "วิทยาศาสตร์การระบาด" (Outbreak Science) นอกจากนี้ เธอยังเสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์พยากรณ์โรคติดเชื้อแห่งชาติ (National Infectious Disease Forecasting Center) เพื่อให้เป็นแหล่งข้อมูลหลักด้านแบบจำลองทางระบาดวิทยาในช่วงวิกฤต คล้ายกับบทบาทของบริการสภาพอากาศแห่งชาติ (National Weather Service)

บทบาทในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

เมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 ในปลายปี 2019 ริเวอร์สได้ใช้ความเชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาเชิงคำนวณเพื่อพยากรณ์ผลกระทบในสหรัฐอเมริกา โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากความต้องการเตียงผู้ป่วยหนัก (ICU) และผู้ป่วยในจากเมืองอู่ฮั่นและกวางโจวในประเทศจีน ผลการวิเคราะห์ระบุว่าหากเกิดการระบาดในระดับเดียวกับอู่ฮั่นในเมืองของสหรัฐฯ ความต้องการเตียง ICU จะเกินขีดความสามารถของโรงพยาบาล

ริเวอร์สใช้ Twitter เป็นช่องทางในการสื่อสารผลการวิเคราะห์เพื่อให้สาธารณชนเข้าใจทิศทางของการแพร่ระบาดได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ เธอยังร่วมมือกับนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ แอมเฮิร์สต์ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มของโรคที่คล้ายไข้หวัดใหญ่ซึ่งไม่ใช่ไข้หวัดใหญ่ และพบกิจกรรมที่ผิดปกติในเดือนมีนาคม ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐฯ

ในเดือนมีนาคม 2020 เธอได้ร่วมเขียนข้อเสนอเชิงนโยบายผ่านสถาบัน American Enterprise Institute ร่วมกับอดีตผู้บริหาร FDA เพื่อกำหนดขั้นตอนการผ่อนปรนข้อจำกัดอย่างปลอดภัยหลังการแพร่ระบาด โดยแบ่งเป็น 4 ระยะ พร้อมเงื่อนไขในการเปลี่ยนผ่านแต่ละระยะบนพื้นฐานของหลักฐานทางระบาดวิทยา

คำถามที่พบบ่อย

เคทลิน ริเวอร์ส คือใคร?

เธอเป็นนักระบาดวิทยาชาวอเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยาเชิงคำนวณ ทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ โดยมุ่งเน้นการสร้างแบบจำลองเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับโรคระบาด

งานวิจัยของเธอในช่วงโควิด-19 มีความสำคัญอย่างไร?

เธอได้วิเคราะห์ข้อมูลจากประเทศจีนเพื่อพยากรณ์ว่าหากเกิดการระบาดในระดับเดียวกันในสหรัฐฯ ความต้องการเตียง ICU จะเกินขีดความสามารถของโรงพยาบาล ซึ่งช่วยให้เห็นความสำคัญของการเตรียมพร้อมด้านทรัพยากรทางการแพทย์

แนวคิด 'วิทยาศาสตร์การระบาด' (Outbreak Science) คืออะไร?

คือการบูรณาการการสร้างแบบจำลองทางระบาดวิทยาเข้ากับการตัดสินใจด้านสาธารณสุข เพื่อให้การตอบสนองต่อโรคระบาดเป็นไปอย่างมีระบบและมีหลักฐานสนับสนุน

ริเวอร์สเคยทำงานร่วมกับหน่วยงานใดบ้าง?

เธอเคยทำงานเป็นนักระบาดวิทยาพลเรือนให้กับกองทัพบกสหรัฐฯ และร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในการสร้างแบบจำลองการระบาดของไวรัสอีโบลา