← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กองกำลังอาณานิคมเคป ประวัติศาสตร์การป้องกันประเทศของอาณานิคมเคป

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1855 เพื่อให้อาณานิคมเคปดูแลการป้องกันตนเอง
  • ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักในระยะแรก: ตำรวจติดอาวุธชายแดน (FAMP), กองกำลังพลเมือง (Burgher Force) และกองกำลังอาสาสมัคร (Volunteer Force)
  • เปลี่ยนชื่อ FAMP เป็นทหารม้าไรเฟิลเคป (CMR) ในปี ค.ศ. 1878
  • ถูกยุบเลิกในปี ค.ศ. 1912 เพื่อรวมเข้ากับกองกำลังป้องกันสหภาพ (Union Defence Forces) ของแอฟริกาใต้

กองกำลังอาณานิคมเคป (Cape Colonial Forces - CCF) คือองค์กรป้องกันประเทศอย่างเป็นทางการของอาณานิคมเคป (Cape Colony) ในแอฟริกาใต้ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1855 เพื่อให้ทางอาณานิคมสามารถรับผิดชอบด้านการป้องกันตนเองได้มากขึ้น หลังจากที่สหราชอาณาจักรได้มอบ "รัฐบาลตัวแทน" (Representative Government) ให้แก่อาณานิคมเคปในปี ค.ศ. 1853

กองกำลังนี้ดำเนินบทบาทสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยและการสู้รบในพื้นที่ชายแดน จนกระทั่งถูกโอนย้ายไปยังสหภาพแอฟริกาใต้ (Union of South Africa) ในปี ค.ศ. 1910 และถูกยุบเลิกอย่างเป็นทางการเมื่อมีการจัดตั้งกองกำลังป้องกันสหภาพ (Union Defence Forces) ในปี ค.ศ. 1912

การก่อตั้งและโครงสร้างระยะแรก (ค.ศ. 1855–1877)

ในช่วงเริ่มต้น กองกำลังอาณานิคมเคปถูกแบ่งออกเป็นสามองค์กรหลักที่มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้:

  • ตำรวจติดอาวุธและกองม้าชายแดน (Frontier Armed and Mounted Police - FAMP): มีหน้าที่หลักในการรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตพื้นที่ชายแดนที่ติดกับดินแดนของชาวโฆซา (Xhosa) ในภูมิภาคทรานสเค (Transkei)
  • กองกำลังพลเมือง (Burgher Force): เป็นกองกำลังอาสาสมัครประจำเขต ซึ่งจะถูกระดมพลเมื่อจำเป็นเพื่อรักษาความสงบภายในเขตพื้นที่ของตนเอง
  • กองกำลังอาสาสมัคร (Volunteer Force): ประกอบด้วยหน่วยที่จัดตั้งขึ้นโดยเอกชนและได้รับเงินสนับสนุนจากตนเอง โดยเสนอตัวเข้าช่วยเหลืองานของรัฐบาลเมื่อมีการร้องขอ

ระหว่างปี ค.ศ. 1855 ถึง 1861 มีการจัดตั้งหน่วยอาสาสมัครขึ้นประมาณสามโหล เช่น กองทหารไรเฟิลเคป (Cape Rifle Corps) และปืนใหญ่เคปทาวน์ (Cape Town Artillery) อย่างไรก็ตาม กองกำลังอาสาสมัครได้เผชิญกับภาวะถดถอยในช่วงต้นทศวรรษ 1860 เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ทำให้การเป็นทหารพาร์ทไทม์เป็นเรื่องที่ยากลำบากทางการเงิน

การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลที่รับผิดชอบ

ในปี ค.ศ. 1872 อาณานิคมเคปได้รับ "รัฐบาลที่รับผิดชอบ" (Responsible Government) ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนแรก จอห์น โมลเทโน (John Molteno) รัฐบาลชุดใหม่ได้ส่งเสริมการฟื้นฟูกองกำลังท้องถิ่น โดยเฉพาะกองกำลังอาสาสมัคร เพื่อลดการแทรกแซงจากกองทัพจักรวรรดิอังกฤษและจัดการกับความไม่สงบในพื้นที่ทรานสเคด้วยทรัพยากรในท้องถิ่น

รัฐบาลเคปเชื่อว่ากองกำลังขนาดเล็กที่มีความคล่องตัวสูงและใช้ม้า (Mounted Commandos) ซึ่งเกณฑ์มาจากคนในพื้นที่ เช่น เกษตรกรผิวขาว ชาวเอ็มเฟงกู (Mfengu) และชาวคอย (Khoi) มีความเหมาะสมกับการรบแบบไม่เป็นรูปแบบ (Irregular Warfare) ในพื้นที่ภูเขาชายแดนมากกว่ากองทัพอังกฤษที่มีการเคลื่อนพลเป็นขบวนยาวและเชื่องช้า

การขยายตัวและปฏิบัติการทางทหาร (ค.ศ. 1877–1881)

ภาพประวัติศาสตร์ของกองกำลังอาณานิคมเคป
ภาพแสดงการจัดระเบียบและยุทโธปกรณ์ของกองกำลังในยุคอาณานิคมเคป

ระหว่างปี ค.ศ. 1877 ถึง 1881 กองกำลังอาณานิคมเคปได้เข้ามีส่วนร่วมในสงครามและแคมเปญทางทหารหลายครั้ง โดยมีเหตุการณ์สำคัญดังนี้:

  • สงครามชายแดนครั้งที่ 9 (ค.ศ. 1877–1878): กองกำลัง FAMP, พลเมือง และอาสาสมัคร ได้ร่วมกันสู้รบกับชาวโฆซาในทรานสเคและซิสเค (Ciskei)
  • การกบฏชายแดนเหนือ (ค.ศ. 1878): มีการระดมพลเพื่อต่อต้านชาวโครันนา (Koranna) ตามแนวแม่น้ำออเรนจ์
  • สงครามแองโกล-ซูลู (ค.ศ. 1879): ในขณะที่กองทัพอังกฤษประจำการอยู่ในซูลูแลนด์ หน่วยอาสาสมัครเคปได้รับมอบหมายให้ดูแลป้อมปราการในทรานสเคและพื้นที่อื่นๆ
  • สงครามปืนบาสุโต (Basuto Gun War, ค.ศ. 1880–1881): กองกำลังอาณานิคมเคปถูกส่งไปยังบาสุโตแลนด์เพื่อบังคับใช้กฎหมายห้ามชาวบาสุโตครอบครองอาวุธปืน

ในปี ค.ศ. 1878 รัฐบาลได้ปรับโครงสร้างกองกำลังทั้งหมดให้รวมเป็นองค์กรเดียวภายใต้กระทรวงกลาโหม โดยมีผู้บัญชาการทหารสูงสุด (Commandant-General) เป็นผู้ดูแล และได้เปลี่ยนชื่อ FAMP เป็น ทหารม้าไรเฟิลเคป (Cape Mounted Riflemen - CMR)

การพัฒนาสู่ความเป็นมืออาชีพ (ค.ศ. 1882–1899)

ในช่วงทศวรรษ 1880 และ 1890 กองกำลังอาณานิคมเคปมีการพัฒนาความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ภายใต้การนำของนายทหารระดับสูง เช่น พลตรี ชาร์ลส์ 'ไชนีส' กอร์ดอน (Maj Gen Charles 'Chinese' Gordon) และพันเอก แซคคารี เบย์ลี (Col Zachary Bayly)

อย่างไรก็ตาม กองกำลังพลเมือง (Burgher Force) ซึ่งเดิมใช้ระบบการลงทะเบียนบังคับ ได้ถูกยกเลิกไปในปี ค.ศ. 1884 ส่งผลให้กองกำลังส่วนนี้สลายตัวลง และเปลี่ยนมาเน้นการใช้กองกำลังอาสาสมัครที่จัดตั้งขึ้นใหม่เพื่อรับมือกับภัยคุกคามภายนอก เช่น ความกังวลเรื่องสงครามระหว่างอังกฤษและรัสเซียที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างหน่วยอาสาสมัครเพิ่มขึ้นในเคปทาวน์

คำถามที่พบบ่อย

กองกำลังอาณานิคมเคปก่อตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด?

ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้อาณานิคมเคปสามารถรับผิดชอบด้านการป้องกันตนเองและรักษาความสงบเรียบร้อยภายในดินแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนที่ติดกับชนเผ่าท้องถิ่น ลดการพึ่งพากองทัพจักรวรรดิอังกฤษ

โครงสร้างของกองกำลังอาณานิคมเคปในระยะแรกเป็นอย่างไร?

ในระยะแรกแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ตำรวจติดอาวุธและกองม้าชายแดน (FAMP) สำหรับงานชายแดน, กองกำลังพลเมือง (Burgher Force) สำหรับการรักษาความสงบในเขต, และกองกำลังอาสาสมัคร (Volunteer Force) ที่จัดตั้งโดยเอกชน

กองกำลังอาณานิคมเคปมีบทบาทอย่างไรในสงครามปืนบาสุโต?

กองกำลังนี้ถูกส่งไปยังบาสุโตแลนด์เพื่อบังคับใช้กฎหมายที่ห้ามไม่ให้ชาวบาสุโตครอบครองอาวุธปืน ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งทางทหารในช่วงปี ค.ศ. 1880–1881

กองกำลังอาณานิคมเคปสิ้นสุดลงเมื่อใด?

กองกำลังนี้ถูกโอนย้ายไปยังสหภาพแอฟริกาใต้ในปี ค.ศ. 1910 และถูกยุบเลิกอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1912 เมื่อมีการจัดตั้งกองกำลังป้องกันสหภาพ (Union Defence Forces)