← กลับไปยังบทความทั้งหมด

สถานี Carleton ศูนย์กลางการเดินทางของมหาวิทยาลัย Carleton

สรุปใจความสำคัญ

  • สถานี Carleton เป็นส่วนหนึ่งของ Line 2 (Trillium Line) ของระบบ O-Train ในเมืองออตตาวา
  • สถานีนี้ตั้งอยู่ใจกลางวิทยาเขตของมหาวิทยาลัย Carleton ในรัฐออนแทรีโอ
  • มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ในโครงการ Stage 2 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและเชื่อมต่อกับอาคารในมหาวิทยาลัย
  • สถานีปิดให้บริการชั่วคราวตั้งแต่ปี 2020 ถึงต้นปี 2025 เพื่อการปรับปรุง

สถานี Carleton เป็นสถานีรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail) ของระบบ O-Train ตั้งอยู่ใจกลางวิทยาเขตของมหาวิทยาลัย Carleton ในเมืองออตตาวา รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา สถานีนี้ให้บริการโดย Line 2 (Trillium Line) ซึ่งเริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2544 โดยตั้งอยู่ระหว่างสถานี Dow's Lake ทางทิศเหนือ และสถานี Mooney's Bay ทางทิศใต้

มุมมองจากด้านบนของสถานี Carleton
มุมมองจากด้านบนของสถานี Carleton

สถานีและเส้นทาง Trillium Line ทั้งหมดได้ปิดให้บริการชั่วคราวเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 เพื่อดำเนินการขยายเส้นทางและปรับปรุงสถานี โดยได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568

ประวัติความเป็นมา

ในอดีต สถานี Carleton เคยเป็นสถานีเดียวบนเส้นทาง Trillium Line ที่มีรางและชานชาลาแยกกันสำหรับแต่ละทิศทาง เพื่อให้รถไฟสองขบวนที่วิ่งบนเส้นทางรางเดี่ยวสามารถสวนกันได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการปรับปรุงบริการในปี พ.ศ. 2557-2558 และโครงการขยายเส้นทาง O-Train South (Stage 2) ได้มีการเพิ่มรางหลีกให้มากขึ้นในเส้นทาง

บรรยากาศสถานี Carleton
บรรยากาศสถานี Carleton
รถไฟ O-Train ที่สถานี Carleton
รถไฟ O-Train ที่สถานี Carleton

ในปี พ.ศ. 2560 สถานีได้รับการปรับปรุงเพื่อติดตั้งประตูตรวจตั๋ว (Fare Gates) และหลังคาคลุมชานชาลาขนานกับชานชาลาเดิม เพื่อเปลี่ยนจากระบบการตรวจสอบตั๋วแบบ Proof-of-payment มาเป็นระบบที่ทันสมัยขึ้น

การขยายตัวในระยะที่ 2 (Stage 2 Expansion) และการปรับปรุง

ทางทิศใต้ของสถานี เส้นทางรถไฟจะข้ามแม่น้ำ Rideau ผ่านสะพานซึ่งได้รับการบูรณะในช่วง Stage 2 นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงทางเดินลอดใต้ดินที่เชื่อมต่อระหว่าง Richcraft Hall และ Pigiarvik รวมถึงการรื้อถอนทางเดินลอดใต้ดินหลักระหว่างชานชาลาและอาคารบำรุงรักษา เพื่อสร้างโครงสร้างใหม่ที่มีความยาวเป็นสองเท่าของของเดิม

ในช่วง Stage 2 ได้มีการขุดอุโมงค์สั้นๆ ในแนวตั้งฉากกับชานชาลาทางทิศเหนือ ซึ่งในอนาคตอันใกล้จะทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อที่ได้รับการป้องกันจากสภาพอากาศระหว่างสถานีและระบบอุโมงค์ของมหาวิทยาลัย Carleton โดยคาดว่าจะเชื่อมต่อกับอาคาร Minto CASE ในการขยายตัวของอาคารในภายหลัง

ตามแผนแม่บทของวิทยาเขตปี พ.ศ. 2566 และกลยุทธ์การขนส่งของมหาวิทยาลัย Carleton ปี พ.ศ. 2562 มหาวิทยาลัยมีแผนที่จะสร้างจุดจอดรถบัส (Bus Loop) หรือศูนย์กลางการขนส่ง (Transit Hub) ทางด้านตะวันออกของสถานี โดยจะย้ายจุดเชื่อมต่อรถบัสทั้งหมดมายังบริเวณนี้ และหากได้รับการอนุมัติจากเมืองออตตาวา มหาวิทยาลัยมีแผนจะเชื่อมต่อศูนย์กลางการขนส่งนี้เข้ากับชานชาลาทางทิศเหนือของสถานีรถไฟโดยตรง เพื่อเพิ่มจุดเข้าถึงสำหรับผู้ใช้บริการ

ชานชาลาสถานี Carleton
ชานชาลาสถานี Carleton

การให้บริการ

สถานี Carleton ให้บริการเชื่อมต่อกับเส้นทางต่างๆ ดังนี้:

  • Line 1: Confederation Line
  • Line 2: Trillium Line
  • Line 4: Airport Link
  • เส้นทาง 5 ถึง 199: เส้นทางปรับแต่งที่เชื่อมต่อกับ Line 1 และ/หรือ Line 2
  • เส้นทาง 200 ถึง 299: Connexion (เส้นทางช่วงเวลาเร่งด่วนที่เชื่อมต่อกับ O-Train)
  • เส้นทาง 301 ถึง 305: Shopper Routes (บริการสำหรับพื้นที่ชนบท)
  • เส้นทาง 404 ถึง 406: กิจกรรมที่ Canadian Tire Centre
  • เส้นทาง 450 ถึง 456: กิจกรรมที่ Lansdowne Park
  • เส้นทาง 600 ถึง 699: เส้นทางสำหรับโรงเรียน
  • เส้นทาง R1, R2, R4: รถบัสทดแทนเมื่อ Line 1, 2 หรือ 4 ไม่สามารถให้บริการได้
  • เส้นทาง N39 ถึง N98: บริการเดินรถรอบดึก (ทดแทน Line 1 และ Line 4)
รหัสตัวเลขสองหลักสุดท้าย พื้นที่ให้บริการ
00s และ 10s ใจกลางเมือง (Central)
20s Gloucester
30s Orléans
40s Ottawa East
คง 50s Ottawa West
60s 70s Barrhaven
80s 90s South Keys

หมายเหตุ: รหัสตัวเลขแสดงถึงพื้นที่การเดินรถของระบบขนส่งมวลชนในออตตาวา

คำถามที่พบบ่อย

สถานี Carleton เปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อไหร่?

สถานีกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2568

สถานี Carleton ตั้งอยู่ที่ไหน?

สถานีตั้งอยู่ใจกลางวิทยาเขตของมหาวิทยาลัย Carleton ในเมืองออตตาวา รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา

โครงการ Stage 2 มีการปรับปรุงอะไรบ้างที่สถานี Carleton?

มีการบูรณะสะพานข้ามแม่น้ำ Rideau, ปรับปรุงทางเดินลอดใต้ดิน และขุดอุโมงค์เพื่อเชื่อมต่อกับระบบอุโมงค์ของมหาวิทยาลัยในอนาคต