← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ระบบเงินตราคาโรลิงเจียน การปฏิรูปเศรษฐกิจของชาร์เลอมาญ

สรุปใจความสำคัญ

  • ระบบเงินตราคาโรลิงเจียนใช้อัตราส่วน 1 ปอนด์ : 20 ชิลลิง : 240 เพนนี
  • พระเจ้าชาร์เลอมาญเปลี่ยนมาใช้ระบบเงินบริสุทธิ์แทนทองคำเนื่องจากแหล่งแร่เงินในยุโรปมีมากกว่า
  • สิทธิในการผลิตเหรียญกษาปณ์ถูกกำหนดให้เป็นเอกสิทธิ์ของกษัตริย์เพียงผู้เดียว
  • ระบบนี้มีอิทธิพลต่อระบบการเงินของยุโรปและบริเตนใหญ่เป็นเวลาหลายร้อยปี

ระบบเงินตราคาโรลิงเจียน หรือที่รู้จักกันในชื่อระบบเหรียญกษาปณ์คาโรลิงเจียน คือโครงสร้างสกุลเงินที่นำมาใช้โดย พระเจ้าชาร์เลอมาญ (Charlemagne) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 8 ซึ่งเป็นการปฏิรูปครั้งสำคัญที่มีอิทธิพลต่อระบบการเงินในยุโรป รวมถึงบริเตนใหญ่ เป็นเวลาหลายศตวรรษ

เหรียญกษาปณ์ในระบบคาโรลิงเจียน
ตัวอย่างเหรียญกษาปณ์ที่ใช้ในระบบเงินตราคาโรลิงเจียน

โครงสร้างและอัตราแลกเปลี่ยน

ลักษณะเด่นของระบบนี้คือการมีหน่วยเงินสามระดับที่มีอัตราส่วนค่าเงินเป็น 1:20:240 โดยใช้คำศัพท์ภาษาละตินดังนี้:

  • Libra (ปอนด์): หน่วยใหญ่ที่สุด ซึ่งในระยะแรกเป็นหน่วยน้ำหนักของเงินบริสุทธิ์
  • Solidus (ชิลลิง): หน่วยบัญชีที่มีค่าเท่ากับ 12 เพนนี
  • Denarius (เพนนี): เหรียญกษาปณ์หลักที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนจริง

เนื่องจากทองคำหาได้ยากและต้องนำเข้าผ่านการค้าทางไกล แต่ยุโรปทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์มีแหล่งแร่เงินจำนวนมาก พระเจ้าชาร์เลอมาญจึงทรงตัดสินใจนำระบบเงินตราที่ทำจาก เงินบริสุทธิ์ มาใช้ โดยกำหนดให้ 1 ปอนด์ (ประมาณ 408 กรัม) สามารถตีเป็นเหรียญเพนนีได้ 240 เหรียญ

ประวัติและการแพร่กระจาย

ยุคโบราณและการเปลี่ยนแปลง

ก่อนการปฏิรูปของคาโรลิงเจียน ระบบเงินตราของจักรวรรดิโรมันคลาสสิกมีพื้นฐานมาจากเหรียญทองแดง (as) และต่อมามีการใช้เหรียญเงิน (denarius) และทองคำ (solidus) อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายของจักรวรรดิและการอพยพครั้งใหญ่ เกิดความสับสนในระบบน้ำหนักและมาตรวัด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงค่าเงินบ่อยครั้ง ทำให้การค้าขายมีความยุ่งยาก

การปฏิรูปของพระเจ้าชาร์เลอมาญ

พระเจ้าปิปปินผู้เยาว์ พระราชบิดาของชาร์เลอมาญ ทรงเริ่มการปรับปรุงโดยการยกเลิกโรงกษาปณ์ของเหล่าขุนนางและนักบวช และกำหนดให้สิทธิในการผลิตเหรียญเป็นเอกสิทธิ์ของกษัตริย์เท่านั้น

ต่อมาพระเจ้าชาร์เลอมาญทรงสร้างมาตรฐานใหม่เพื่อทำให้จักรวรรดิปกครองได้ง่ายขึ้น โดยกำหนดให้ 1 ปอนด์ (libra) มีน้ำหนักมากกว่าปอนด์โรมันเดิม และนำเหรียญ denarius ใหม่มาใช้ ซึ่ง 240 เหรียญมีน้ำหนักเท่ากับเงินบริสุทธิ์ 1 ปอนด์ (ทำให้ 1 เหรียญมีเงินประมาณ 1.7 กรัม) และนำหน่วย solidus มาใช้เป็นหน่วยบัญชีเพื่อความสะดวกในการคำนวณ

เหรียญเดนาริอุสของชาร์เลอมาญ
เหรียญเดนาริอุสที่แสดงชื่อของพระเจ้าชาร์เลอมาญและสถานที่ผลิต

ลำดับการพัฒนา

  1. ช่วงแรก (ตั้งแต่ ค.ศ. 771): เริ่มใช้ทั่วอาณาจักรแฟรงก์ โดยเหรียญส่วนใหญ่จะมีชื่อกษัตริย์ (CAROLUS) ด้านหนึ่ง และสถานที่ผลิต (เช่น LEODICO สำหรับเมืองลีแยฌ) อีกด้านหนึ่ง
  2. ช่วงที่สอง (ค.ศ. 793/794): นำ Karlspfund (ปอนด์ของชาร์เลอมาญ) มาเป็นมาตรฐานน้ำหนักและเงินตรา ยกเลิกการหักค่าธรรมเนียมโรงกษาปณ์จากจำนวนเหรียญ และออกกฤษฎีกาให้ใช้ novi denarii (เหรียญเพนนีใหม่) ที่ทำจากเงินบริสุทธิ์ทั่วอาณาจักร
  3. ช่วงที่สาม (หลัง ค.ศ. 800): หลังจากชาร์เลอมาญได้รับมงกุฎเป็นจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ เหรียญส่วนใหญ่ยังคงใช้ตำแหน่งกษัตริย์แห่งแฟรงก์ แต่มีเหรียญพิเศษบางส่วนที่แสดงรูปพระพักตร์และคำจารึกว่า KAROLUS IMP AVG (ชาร์เลอมาญ จักรพรรดิออกัสตัส)

คำถามที่พบบ่อย

หน่วยเงินหลักของระบบคาโรลิงเจียนมีอะไรบ้าง?

มี 3 หน่วยหลักคือ Libra (ปอนด์), Solidus (ชิลลิง) และ Denarius (เพนนี) โดยมีอัตราส่วน 1:20:240

ทำไมพระเจ้าชาร์เลอมาญจึงเลือกใช้เงิน (Silver) แทนทองคำ (Gold)?

เพราะทองคำต้องนำเข้าจากการค้าทางไกลซึ่งหายาก ในขณะที่ยุโรปทางตอนเหนือของเทือกเขาแอลป์มีแหล่งแร่เงินจำนวนมาก ทำให้สามารถผลิตเหรียญได้ในปริมาณที่เพียงพอ

เหรียญ Denarius ในยุคนั้นมีลักษณะอย่างไร?

เป็นเหรียญเงินบริสุทธิ์ ด้านหนึ่งมักจารึกชื่อของกษัตริย์ (เช่น CARLVS REX FR) และอีกด้านหนึ่งระบุสถานที่ของโรงกษาปณ์ที่ผลิตเหรียญนั้น