มหายุคซีโนโซอิก ยุคแห่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและวิวัฒนาการสู่ปัจจุบัน
สรุปใจความสำคัญ
- เริ่มต้นเมื่อ 66 ล้านปีก่อน หลังจากการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ที่ไม่ใช่นก
- ถูกเรียกว่า 'ยุคแห่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม' เนื่องจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมวิวัฒนาการขึ้นมาเป็นกลุ่มเด่น
- แบ่งออกเป็น 3 ยุคหลัก ได้แก่ พาลีโอจีน, นีโอจีน และควอเทอร์นารี
- มีการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากความอบอุ่นจัดในยุคแรกสู่ยุคน้ำแข็งในยุคหลัง
มหายุคซีโนโซอิก (Cenozoic Era) หรือที่รู้จักในชื่อ มหายุคแห่งชีวิตใหม่ เป็นมหายุคทางธรณีวิทยาปัจจุบันของโลก ซึ่งครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ 66 ล้านปีก่อนจนถึงปัจจุบัน มหายุคนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ในช่วงปลายยุคครีเทเชียส-พาลีโอจีน (Cretaceous–Paleogene extinction event) ซึ่งส่งผลให้ไดโนเสาร์ที่ไม่ใช่นกสูญพันธุ์ไปเกือบทั้งหมด โดยเชื่อว่ามีสาเหตุหลักมาจากการพุ่งชนของดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่บริเวณชิกซูลูบ (Chicxulub impactor)

ลักษณะเด่นของมหายุคซีโนโซอิก
มหายุคนี้ถูกขนานนามว่า "ยุคแห่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม" (Age of Mammals) เนื่องจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้วิวัฒนาการและแพร่กระจายพันธุ์จนกลายเป็นกลุ่มสัตว์เด่นที่ครอบครองระบบนิเวศบนบกทั้งในซีกโลกเหนือ (กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีรก) และซีกโลกใต้ (กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีกระเป๋าหน้าท้อง เช่น ในออสเตรเลียและอเมริกาใต้)
นอกจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแล้ว แมลง นก และพืชดอก (Angiosperms) ยังมีความหลากหลายและแพร่หลายอย่างมากในช่วงเวลานี้ รวมถึงการเคลื่อนที่ของทวีปต่างๆ จนเข้าสู่ตำแหน่งปัจจุบัน
การแบ่งช่วงเวลาทางธรณีวิทยา
มหายุคซีโนโซอิกแบ่งออกเป็น 3 ยุค (Periods) และ 7 สมัย (Epochs) ดังนี้:
1. ยุคพาลีโอจีน (Paleogene Period)
ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ 66 ล้านปีก่อน ถึง 23.03 ล้านปีก่อน แบ่งเป็น 3 สมัย:
- สมัยพาลีโอซีน (Paleocene): ช่วงเวลาแห่งการฟื้นตัวหลังการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ ป่าทึบเริ่มแพร่กระจาย และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีรกเริ่มถือกำเนิด
- สมัยอีโอซีน (Eocene): ยุคที่โลกมีอุณหภูมิสูงมาก (Paleocene–Eocene Thermal Maximum) ป่าดิบชื้นแผ่ขยายไปถึงบริเวณขั้วโลก มีวิวัฒนาการของไพรเมต วาฬ และม้าในยุคแรกเริ่ม
- สมัยโอลิโกซีน (Oligocene): โลกเริ่มเย็นลง ทุ่งหญ้าเริ่มขยายตัว นำไปสู่การวิวัฒนาการของสัตว์กลุ่มใหม่ๆ เช่น ช้าง แมว และสุนัข

2. ยุคนีโอจีน (Neogene Period)
ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ 23.03 ล้านปีก่อน ถึง 2.58 ล้านปีก่อน แบ่งเป็น 2 สมัย คือ สมัยไมโอซีน (Miocene) และ สมัยพลัยโอซีน (Pliocene) ในช่วงนี้ทุ่งหญ้ากลายเป็นระบบนิเวศหลักแทนที่ป่าไม้ ส่งผลให้สัตว์ที่กินหญ้ามีวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว
3. ยุคควอเทอร์นารี (Quaternary Period)
เป็นยุคปัจจุบันที่เริ่มต้นเมื่อ 2.58 ล้านปีก่อน ประกอบด้วย สมัยไพลสโตซีน (Pleistocene) ซึ่งเป็นยุคน้ำแข็ง และ สมัยโฮโลซีน (Holocene) ซึ่งเป็นสมัยปัจจุบันที่มนุษย์สร้างอารยธรรมขึ้นมา
การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ
ในช่วงต้นของมหายุคซีโนโซอิก สภาพอากาศของโลกมีความอบอุ่นกว่าปัจจุบันอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงรอยต่อระหว่างสมัยพาลีโอซีนและอีโอซีน อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ช่วงรอยต่อระหว่างสมัยอีโอซีนและโอลิโกซีน รวมถึงการเกิดยุคน้ำแข็งในยุคควอเทอร์นารี ทำให้โลกมีอุณหภูมิลดต่ำลงและมีความแห้งแล้งมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
มหายุคซีโนโซอิกเริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร?
เริ่มต้นขึ้นหลังจากการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ในช่วงปลายยุคครีเทเชียส-พาลีโอจีน ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการพุ่งชนของดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่ชิกซูลูบ ทำให้ไดโนเสาร์ส่วนใหญ่สูญพันธุ์และเปิดโอกาสให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมวิวัฒนาการขึ้นมา
ทำไมถึงเรียกว่ายุคแห่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม?
เพราะหลังจากการสูญพันธุ์ของสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมได้แพร่กระจายพันธุ์และวิวัฒนาการจนมีความหลากหลายและมีขนาดตัวที่ใหญ่ขึ้น จนกลายเป็นสัตว์เด่นที่ครอบครองระบบนิเวศบนบกทั่วโลก
มหายุคซีโนโซอิกแตกต่างจากมหายุคมิโซโซอิกอย่างไร?
มหายุคมิโซโซอิกเป็นยุคของไดโนเสาร์และสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ ส่วนมหายุคซีโนโซอิกเป็นยุคของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก และพืชดอก โดยมีสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงจากความร้อนชื้นไปสู่ความเย็นและแห้งแล้งมากขึ้นในเวลาต่อมา