← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กระสุนแบบเซนเตอร์ไฟร์ (Centerfire) ความรู้เบื้องต้นและข้อดี

สรุปใจความสำคัญ

  • ไพรเมอร์ของกระสุนเซนเตอร์ไฟร์จะติดตั้งอยู่ตรงกลางฐานปลอกกระสุน
  • ปลอกกระสุนเซนเตอร์ไฟร์สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reload) โดยการเปลี่ยนไพรเมอร์และดินปืน
  • รองรับแรงดันในรังเพลิงได้สูงกว่ากระสุนแบบริมไฟร์ ทำให้มีความเร็วและพลังงานสูงกว่า

กระสุนแบบ เซนเตอร์ไฟร์ (Centerfire) คือประเภทของกระสุนโลหะที่ใช้ในอาวุธปืน โดยมีจุดเด่นคือ ไพรเมอร์ (Primer) หรือแก๊ปจุดระเบิดจะถูกติดตั้งไว้ที่จุดศูนย์กลางของฐานปลอกกระสุน (Case Head) ซึ่งแตกต่างจากกระสุนแบบริมไฟร์ (Rimfire) ที่สารจุดระเบิดจะอยู่ที่ขอบปลอกกระสุน

ในปัจจุบัน กระสุนแบบเซนเตอร์ไฟร์ได้เข้ามาแทนที่กระสุนแบบริมไฟร์ในเกือบทุกด้าน ยกเว้นในกระสุนขนาดเล็กบางประเภท ปืนพก ปืนไรเฟิล และปืนลูกซองส่วนใหญ่ในปัจจุบันล้วนใช้กระสุนแบบเซนเตอร์ไฟร์ทั้งสิ้น

ตัวอย่างกระสุนแบบเซนเตอร์ไฟร์
ลักษณะของกระสุนแบบเซนเตอร์ไฟร์ที่มีไพรเมอร์อยู่ตรงกลางฐานปลอก

ประวัติความเป็นมา

รูปแบบเริ่มแรกของกระสุนเซนเตอร์ไฟร์ถูกคิดค้นขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1808 ถึง 1812 โดย Jean Samuel Pauly ซึ่งเป็นกระสุนแบบบูรณาการเต็มรูปแบบครั้งแรก นอกจากนี้ยังมี Clement Pottet ชาวฝรั่งเศสที่คิดค้นอีกรูปแบบหนึ่งในปี 1829 และพัฒนาจนสมบูรณ์ในปี 1855 ต่อมานายพล Stephen Vincent Benét ของสหรัฐฯ ได้พัฒนากระสุนเซนเตอร์ไฟร์แบบจุดระเบิดภายใน ซึ่งกองทัพบกสหรัฐฯ นำมาใช้ในปี 1868 ก่อนจะค่อยๆ เลิกใช้ไปในช่วงกลางทศวรรษ 1880

การพัฒนากระสุนเซนเตอร์ไฟร์ได้รับการปรับปรุงโดยผู้เชี่ยวชาญหลายท่าน เช่น Smith & Wesson, Charles Lancaster และ Hiram Berdan ซึ่งทำให้กระสุนประเภทนี้มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพมากขึ้น

ข้อดีของกระสุนเซนเตอร์ไฟร์

การทำงานของเข็มแทงชนวน
ภาพจำลองการทำงานของเข็มแทงชนวนที่กระแทกไพรเมอร์ตรงกลาง
  • ความทนทานและความปลอดภัย: ปลอกกระสุนที่มีโลหะหนากว่าทำให้ทนต่อการขนย้ายและการใช้งานที่สมบุกสมบันได้ดีกว่า และปลอดภัยกว่ากระสุนแบบริมไฟร์ เนื่องจากสารจุดระเบิดไม่ได้อยู่ที่ขอบปลอก ซึ่งลดความเสี่ยงในการระเบิดจากการกระแทกโดยไม่ตั้งใจ
  • ประสิทธิภาพสูง: ฐานที่แข็งแรงกว่าสามารถรองรับแรงดันในรังเพลิงได้สูงกว่า ส่งผลให้กระสุนมีความเร็วและพลังงานในการทำลายล้างสูงขึ้น
  • ความน่าเชื่อถือ: การใช้ไพรเมอร์แยกชิ้นช่วยลดปัญหาการจุดระเบิดไม่ติด (Misfire) หรือการจุดระเบิดที่ล่าช้า (Hang fire) ซึ่งมักพบในกระสุนริมไฟร์ขนาดใหญ่
  • การนำกลับมาใช้ใหม่ (Reloading): ข้อดีที่สำคัญที่สุดคือปลอกกระสุนเซนเตอร์ไฟร์สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยการเปลี่ยนไพรเมอร์ เติมดินปืน และใส่หัวกระสุนใหม่ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะกับกระสุนขนาดหายากหรือราคาแพง

ประเภทของไพรเมอร์ (Primers)

ประเภทของไพรเมอร์
เปรียบเทียบไพรเมอร์แบบต่างๆ ในกระสุนเซนเตอร์ไฟร์

ไพรเมอร์คือถ้วยโลหะขนาดเล็กที่บรรจุสารระเบิดปฐมภูมิ ซึ่งจะถูกเข็มแทงชนวนกระแทกให้เกิดก๊าซร้อนและประกายไฟเพื่อจุดระเบิดดินปืนในปลอกกระสุน โดยไพรเมอร์ที่นิยมใช้มี 2 ประเภทหลัก คือ:

1. ไพรเมอร์แบบเบอร์แดน (Berdan Primer)

ตั้งชื่อตาม Hiram Berdan ผู้ประดิษฐ์ โดยมีลักษณะเด่นคือมีรูระบายก๊าซขนาดเล็กสองรูภายในปลอกกระสุน ทำให้มีต้นทุนการผลิตต่ำและนิยมใช้ในกระสุนส่วนเกินจากกองทัพ (Military Surplus) นอกสหรัฐอเมริกา

2. ไพรเมอร์แบบบ็อกเซอร์ (Boxer Primer)

มีลักษณะเด่นคือมีรูระบายก๊าซเพียงรูเดียวขนาดใหญ่ตรงกลาง ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกาและทำให้การรีโหลดกระสุนทำได้ง่ายกว่า

คำถามที่พบบ่อย

กระสุนเซนเตอร์ไฟร์แตกต่างจากกระสุนริมไฟร์อย่างไร?

กระสุนเซนเตอร์ไฟร์มีไพรเมอร์อยู่ตรงกลางฐานปลอก ในขณะที่กระสุนริมไฟร์มีสารจุดระเบิดอยู่ที่ขอบปลอกกระสุน

ทำไมกระสุนเซนเตอร์ไฟร์ถึงรีโหลดได้?

เพราะไพรเมอร์เป็นชิ้นส่วนแยกที่สามารถถอดออกและเปลี่ยนใหม่ได้ ทำให้สามารถนำปลอกกระสุนเดิมกลับมาใช้ใหม่ได้

กระสุนเซนเตอร์ไฟร์ปลอดภัยกว่ากระสุนริมไฟร์หรือไม่?

ใช่ ในแง่ของการใช้งานทางทหารและการขนส่ง เนื่องจากปลอกกระสุนมีความแข็งแรงกว่าและลดโอกาสการจุดระเบิดโดยไม่ตั้งใจจากการกระแทกที่ขอบปลอก