← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กระสุนปืนไรเฟิลขนาด 9×39 มม. ของโซเวียต

สรุปใจความสำคัญ

  • พัฒนาจากปลอกกระสุน 7.62x39 มม. แต่ใช้หัวกระสุนขนาด 9.2 มม.
  • ออกแบบมาเพื่อใช้กับอาวุธเก็บเสียงสำหรับหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (Spetsnaz)
  • มีรุ่น SP-6 ที่มีความสามารถในการเจาะเกราะสูงแม้จะเป็นกระสุนความเร็วต่ำกว่าเสียง
  • ใช้ในปืนไรเฟิลชื่อดังอย่าง VSS Vintorez และ AS Val

กระสุนขนาด 9×39 มม. เป็นกระสุนปืนไรเฟิลที่พัฒนาโดยสหภาพโซเวียต โดยมีจุดเด่นคือการให้ประสิทธิภาพสูงในลำกล้องปืนที่มีความยาวสั้น และมีความสามารถในการทำงานแบบความเร็วต่ำกว่าเสียง (Subsonic) ซึ่งช่วยลดเสียงการยิงเมื่อใช้ร่วมกับอุปกรณ์เก็บเสียง

กระสุนปืนไรเฟิลขนาด 9x39 มม.
ลักษณะของกระสุนปืนไรเฟิลขนาด 9x39 มม.

ประวัติและการออกแบบ

กระสุนขนาด 9×39 มม. พัฒนาขึ้นโดยใช้พื้นฐานจากปลอกกระสุนขนาด 7.62×39 มม. ของโซเวียต แต่มีการขยายส่วนคอปลอกกระสุนเพื่อให้สามารถบรรจุหัวกระสุนขนาด 9.2 มม. ได้ การออกแบบขั้นสุดท้ายดำเนินการโดย N. Zabelin, L. Dvoryaninova และ Y. Frolov จากสถาบัน TsNIITochMash ในช่วงทศวรรษ 1980

วัตถุประสงค์หลักในการพัฒนาคือเพื่อสร้างกระสุนที่มีความเงียบในการยิงมากขึ้นสำหรับอาวุธที่ติดตั้งอุปกรณ์เก็บเสียง ซึ่งใช้โดยหน่วย Spetsnaz และกองกำลังพิเศษอื่นๆ โดยมุ่งหวังให้มีอำนาจการยิง ระยะยิง และความสามารถในการเจาะทะลุที่เหนือกว่ากระสุนความเร็วต่ำกว่าเสียงขนาด 7.62 มม. ของสหรัฐฯ ที่มีการทดสอบในขณะนั้น

กระสุนแบบ Subsonic นี้ถูกออกแบบมาให้มีระยะหวังผลที่มีประสิทธิภาพประมาณ 400 ถึง 530 เมตร และสามารถเจาะเหล็กได้สูงสุด 10 มม. สำหรับรุ่น SP-5 จะมีช่องว่างอากาศที่ส่วนปลายของหัวกระสุน (คล้ายกับกระสุน 5.45×39 มม.) ซึ่งช่วยให้หัวกระสุนเกิดการส่าย (Yaw) หรือการพลิกตัวเมื่อกระทบเป้าหมาย ส่งผลให้สร้างความเสียหายต่อเนื้อเยื่ออ่อนได้มากขึ้น ส่วนรุ่น SP-6 จะเน้นประสิทธิภาพในการเจาะเกราะเบา ยานพาหนะ หรือสิ่งกีดขวาง

รุ่นต่างๆ ของกระสุน

กระสุน 9×39 มม. มีการพัฒนาออกมาหลายรูปแบบเพื่อตอบสนองภารกิจที่แตกต่างกัน ดังนี้:

  • SP-5 (7N8): พัฒนาโดย Nikolai Zabelin เป็นหัวกระสุนแบบ FMJ แกนตะกั่ว เน้นความแม่นยำ
  • SP-5UZ: รุ่นดัดแปลงจาก SP-5 โดยเพิ่มปริมาณดินปืน เพื่อใช้ในการทดสอบความแข็งแรงของอาวุธจากโรงงาน
  • SP-6 (7N9): พัฒนาโดย Yuri Frolov มีแกนโลหะแข็งสำหรับเจาะเกราะ สามารถเจาะเหล็ก 2 มม. ที่ระยะ 500 เมตร หรือเจาะเหล็ก 6 มม., ไทเทเนียม 2.8 มม. หรือเคฟลาร์ 30 ชั้น ที่ระยะ 200 เมตร และที่ระยะ 100 เมตร สามารถเจาะเหล็ก 8 มม. หรือเสื้อเกราะมาตรฐาน GOST 3 ได้
  • SP-6UCh: รุ่นดัดแปลงจาก SP-6 เพื่อใช้ในการฝึกซ้อม
  • PAB-9 (7N12): พยายามลดต้นทุนการผลิตโดยใช้แกนเหล็กปั๊มขึ้นรูปแทนการกลึง แต่ประสิทธิภาพลดลงอย่างมากจนไม่สามารถใช้งานได้จริง และถูกสั่งห้ามใช้ในกองทัพรัสเซียตั้งแต่ปี 2011
  • SPP: กระสุนสำหรับพลซุ่มยิงที่เพิ่มความสามารถในการเจาะทะลุ
  • BP: กระสุนเจาะเกราะที่พัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของรุ่น PAB-9 โดยมีการปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้น

อาวุธที่ใช้กระสุนขนาด 9×39 มม.

กระสุนชนิดนี้ถูกนำไปใช้ในอาวุธปืนหลายประเภทที่ออกแบบมาเพื่อการปฏิบัติการพิเศษ เช่น:

  • VSS Vintorez
  • AS "Val"
  • 9A-91
  • OTs-12 "Tiss"
  • OTs-14-4A "Groza"
  • SR-3, SR-3M "Vikhr"
  • VSK-94
  • AMB-17

คำถามที่พบบ่อย

กระสุน 9x39 มม. แตกต่างจากกระสุนปืนพกทั่วไปอย่างไร?

แม้จะมีขนาดใกล้เคียงกับกระสุนปืนพกบางชนิด แต่ 9x39 มม. เป็นกระสุนปืนไรเฟิลที่มีการออกแบบปลอกและดินปืนเพื่อให้ใช้กับลำกล้องที่มีเกลียวและมีความยาวมากกว่า เพื่อให้ได้ระยะยิงและอำนาจการทำลายล้างที่สูงกว่ากระสุนปืนพก

ทำไมต้องใช้กระสุนความเร็วต่ำกว่าเสียง (Subsonic)?

เพื่อลดเสียงการยิงให้เหลือน้อยที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับอุปกรณ์เก็บเสียง โดยการป้องกันไม่ให้เกิด 'Sonic Boom' หรือเสียงดังจากการที่หัวกระสุนเดินทางเร็วกว่าความเร็วเสียง

กระสุนรุ่น SP-6 มีความสามารถในการเจาะเกราะอย่างไร?

รุ่น SP-6 สามารถเจาะเหล็ก 8 มม. ได้ที่ระยะ 100 เมตร และสามารถเจาะผ่านเสื้อเกราะมาตรฐาน GOST 3 ได้

อาวุธชนิดใดที่นิยมใช้กระสุนนี้มากที่สุด?

ปืนไรเฟิล VSS Vintorez และปืนกลมือ AS Val เป็นอาวุธหลักที่ใช้กระสุนขนาดนี้ในการปฏิบัติการลับและภารกิจซุ่มยิงระยะใกล้