← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ชาร์ลส์ อัลเบิร์ต บราวน์ จูเนียร์ นักเคมีน้ำตาลและผู้บุกเบิกประวัติศาสตร์เคมี

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นอดีตหัวหน้าสำนักงานเคมี (Bureau of Chemistry) ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นกำเนิดขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA)
  • เป็นผู้นำในการก่อตั้งแผนกประวัติศาสตร์เคมีของสมาคมเคมีอเมริกัน (American Chemical Society) ในปี 1921
  • ได้รับปริญญาเอกด้านเคมีจากมหาวิทยาลัยเกิททิงเกน ประเทศเยอรมนี ในปี 1901
  • เป็นบรรณาธิการบริหารคนแรกของวารสาร Chymia ซึ่งเป็นวารสารด้านประวัติศาสตร์เคมี

ชาร์ลส์ อัลเบิร์ต บราวน์ จูเนียร์ (Charles Albert Browne Jr.; 12 สิงหาคม ค.ศ. 1870 – 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1947) เป็นนักเคมีผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำตาลและอดีตหัวหน้าสำนักงานเคมี (Bureau of Chemistry) ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (Food and Drug Administration หรือ FDA) นอกจากบทบาทในด้านการบริหารและวิทยาศาสตร์แล้ว เขายังได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้นำคนสำคัญในการศึกษาและรวบรวมประวัติศาสตร์เคมีในภูมิภาคอเมริกาเหนือ

ภาพพอร์ตเทรตของ ชาร์ลส์ อัลเบิร์ต บราวน์ จูเนียร์
ชาร์ลส์ อัลเบิร์ต บราวน์ จูเนียร์ นักเคมีและนักประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

บราวน์เกิดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 1870 ที่เมืองนอร์ทอดัมส์ รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นบุตรคนโตในบรรดาพี่น้องห้าคน บิดาของเขาคือ ชาร์ลส์ อัลเบิร์ต บราวน์ ซีเนียร์ เป็นนักประดิษฐ์ผู้ถือสิทธิบัตรหลายฉบับเกี่ยวกับเทคโนโลยีวัตถุระเบิด รวมถึงชนวนไฟฟ้า ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ถูกนำมาใช้ในการก่อสร้างอุโมงค์ฮูซัก (Hoosac Tunnel) ใกล้กับบ้านเกิดของเขา

ในช่วงวัยเยาว์ บราวน์ได้ช่วยบิดาทำการทดลองทางเคมี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์อย่างลึกซึ้ง หลังจากสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมดรูรี (Drury High School) เขาเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยวิลเลียมส์ (Williams College) และได้รับปริญญาตรี (B.A.) และปริญญาโท (M.A.) ในปี ค.ศ. 1892 ในระหว่างการศึกษา บราวน์มีความสนใจอย่างมากในภาษาภาษากรีก ซึ่งเป็นความสนใจที่เขาศึกษาควบคู่ไปกับวิชาเคมีตลอดชีวิต

ต่อมาเขาได้เดินทางไปศึกษาต่อในระดับดุษฎีบัณฑิต ณ มหาวิทยาลัยเกิททิงเกน (University of Göttingen) ประเทศเยอรมนี และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกในสาขาเคมีในปี ค.ศ. 1901

ชีวิตครอบครัว

ในปี ค.ศ. 1918 บราวน์ได้สมรสกับ หลุยส์ แมคแดนเนลล์ (Louise McDannell) จากรัฐเคนทักกี ซึ่งเป็นผู้ถือปริญญาเอกด้านเคมีเช่นกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่พบได้ยากมากสำหรับผู้หญิงในยุคนั้น ทั้งคู่มีบุตรสาวหนึ่งคนคือ แคโรไลน์ หลุยส์ บราวน์ (Caroline Louise Browne; 8 มิถุนายน ค.ศ. 1922 – 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 2007) ซึ่งใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในและรอบๆ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

การบุกเบิกประวัติศาสตร์เคมี

บราวน์มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับ เอ็ดการ์ ฟาห์ส สมิธ (Edgar Fahs Smith) และในปี ค.ศ. 1921 ทั้งสองได้ร่วมกันประกาศจัดตั้งแผนกใหม่ภายในสมาคมเคมีอเมริกัน (American Chemical Society) เพื่อมุ่งเน้นการศึกษาประวัติศาสตร์เคมีโดยเฉพาะ

ในปี ค.ศ. 1945 บราวน์ได้บริจาคสิ่งของสะสมจำนวนประมาณ 450 รายการให้แก่ห้องสมุดอนุสรณ์เอ็ดการ์ ฟาห์ส สมิธ ด้านประวัติศาสตร์เคมี (Edgar Fahs Smith Memorial Library in the History of Chemistry) ซึ่งดูแลโดย เอวา อาร์มสตรอง (Eva Armstrong)

นอกจากนี้ บราวน์ยังทำหน้าที่ในคณะกรรมการที่ปรึกษาของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (University of Pennsylvania) เพื่อวางแผนการใช้ทรัพยากรจากคอลเลกชันของสมิธ และได้เสนอให้มีการจัดทำสิ่งพิมพ์รายปีเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เคมี ส่งผลให้เกิดการก่อตั้งวารสาร Chymia โดยบราวน์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นบรรณาธิการบริหารคนแรกของวารสารนี้ อย่างไรก็ตาม เขาได้เสียชีวิตลงก่อนที่วารสารฉบับแรกจะถูกตีพิมพ์ โดยมี เทนนีย์ แอล. เดวิส (Tenney L. Davis) เข้ามารับช่วงต่อเป็นบรรณาธิการในสองฉบับแรก

คำถามที่พบบ่อย

ชาร์ลส์ อัลเบิร์ต บราวน์ จูเนียร์ มีบทบาทสำคัญอย่างไรในหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ?

เขาเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานเคมี (Bureau of Chemistry) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ต่อมาได้กลายเป็นองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ในปัจจุบัน

บราวน์มีความสนใจนอกเหนือจากวิชาเคมีอย่างไรบ้าง?

เขามีความสนใจอย่างลึกซึ้งในภาษากรีก ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาศึกษาควบคู่ไปกับวิชาเคมีตลอดชีวิตของเขา

ผลงานด้านประวัติศาสตร์เคมีของบราวน์คืออะไร?

เขาร่วมก่อตั้งแผนกประวัติศาสตร์เคมีของสมาคมเคมีอเมริกัน และเป็นบรรณาธิการบริหารคนแรกของวารสาร Chymia รวมถึงบริจาคสิ่งของสะสมทางประวัติศาสตร์เคมีจำนวนมากให้แก่ห้องสมุดอนุสรณ์เอ็ดการ์ ฟาห์ส สมิธ