ชาร์ลส์ แครริงตัน นักประวัติศาสตร์และทหารผ่านศึกผู้ทรงคุณวุฒิ
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และสถาบัน Chatham House
- ได้รับเหรียญ Military Cross (MC) จากการปฏิบัติหน้าที่ในสงครามโลกครั้งที่ 1
- เป็นผู้เขียนชีวประวัติของ รัดยาร์ด คิปลิง และบันทึกสงครามหลายเล่ม เช่น A Subaltern's War
- ปฏิบัติหน้าที่ในทั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามโลกครั้งที่ 2
ชาร์ลส์ เอ็ดมันด์ แครริงตัน (Charles Edmund Carrington, MC) เกิดเมื่อวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 1897 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 1990 เป็นนักวิชาการ ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และเลขาธิการด้านการศึกษาของสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ นอกจากนี้เขายังเป็นนักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักรวรรดิอังกฤษและเครือจักรภพ โดยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์เครือจักรภพที่สถาบันกิจการระหว่างประเทศแห่งรอยัล (Royal Institute of International Affairs หรือ Chatham House) และมีผลงานเขียนหนังสือวิชาการและชีวประวัติจำนวนมาก
แครริงตันยังเป็นนายทหารอาสาสมัครของกองทัพบกอังกฤษที่ได้รับเหรียญกล้าหาญ โดยผ่านการปฏิบัติหน้าที่ในทั้งสงครามโลกครั้งที่ 1 และสงครามโลกครั้งที่ 2
ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
แครริงตันเกิดที่เมืองเวสต์บรอมวิช (West Bromwich) ในมณฑลสแตฟฟอร์ดเชียร์ ประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1897 ต่อมาได้ย้ายไปพำนักที่ประเทศนิวซีแลนด์พร้อมกับครอบครัว เนื่องจากบิดาของเขาคือ C. W. Carrington ได้รับตำแหน่งคณบดีแห่งเมืองไครสต์เชิร์ช (Dean of Christchurch)
เขาได้รับการศึกษาที่วิทยาลัยไครสต์สคอลเลจ (Christ's College) ในนิวซีแลนด์ และวิทยาลัยไครสต์เชิร์ช (Christ Church) แห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (BA) ในปี ค.ศ. 1921 และได้รับปริญญาโท (MA) ในปี ค.ศ. 1929
บทบาทในสงครามโลกครั้งที่ 1
เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 ปะทุขึ้นในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1914 แครริงตันซึ่งขณะนั้นกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอังกฤษ ได้สมัครเข้ากองทัพบกอังกฤษในกรม Royal Warwickshire แม้ว่าในขณะนั้นเขาจะยังมีอายุไม่ถึงเกณฑ์ก็ตาม ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1915 เขาได้รับยศร้อยตรีในกองพันที่ 9 (Service) ของกรม York and Lancaster ซึ่งเป็นหน่วยงานในกองทัพของคิทเชนเนอร์ (Kitchener's Army)
ด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเข้าร่วมการรบ แครริงตันได้โอนย้ายไปยังกองพันที่ 1/5 ของกรม Royal Warwickshire และเดินทางไปยังฝรั่งเศสในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1915 เขาปฏิบัติหน้าที่ในแนวรบด้านตะวันตกที่กอมเมอกูร์ (Gommecourt) เป็นเวลาหกเดือน ก่อนจะถูกย้ายไปร่วมการรบที่สมรภูมิซอมม์ (Battle of the Somme) ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1916
เขาได้รับการเลื่อนยศเป็นร้อยเอกในปี ค.ศ. 1917 และได้รับรางวัล Military Cross (MC) จากความกล้าหาญในการรบ ประสบการณ์ของเขาในสงครามโลกครั้งที่ 1 ถูกนำมาถ่ายทอดในภาพยนตร์สารคดี They Shall Not Grow Old ของปีเตอร์ แจ็คสัน และคลิปวิดีโอของ BBC เรื่อง The voices behind They Shall Not Grow Old
เส้นทางอาชีพและงานวิชาการ
หลังจากปลดประจำการในปี ค.ศ. 1919 แครริงตันกลับไปศึกษาต่อด้านประวัติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และเริ่มอาชีพครูที่โรงเรียนไฮลีเบอรี (Haileybury) ระหว่างปี ค.ศ. 1921–1924 และ 1926–1929 รวมถึงเป็นอาจารย์ที่วิทยาลัยเพมโบรค (Pembroke College) แห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดในช่วงปี ค.ศ. 1924–1925
ระหว่างปี ค.ศ. 1929 ถึง 1954 เขาทำหน้าที่เป็นเลขาธิการด้านการศึกษาของสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (Cambridge University Press) และได้กลับเข้าสู่กองทัพบกอีกครั้งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยปฏิบัติหน้าที่เป็นนายทหารประสานงานกับกองทัพอากาศ (Royal Air Force) และดำรงตำแหน่งพันโทฝ่ายเสนาธิการ (Lt. Col. General Staff) ระหว่างปี ค.ศ. 1941–1945
ในปี ค.ศ. 1954 แครริงตันลาออกจากเคมบริดจ์เพื่อรับตำแหน่งศาสตราจารย์ด้านความสัมพันธ์เครือจักรภพที่ Chatham House ซึ่งเขาดำรงตำแหน่งจนถึงปี ค.ศ. 1962 ในช่วงเวลานี้ เขาได้รับหน้าที่เป็นผู้จัดงานประชุมด้านความสัมพันธ์เครือจักรภพในนิวซีแลนด์ (ค.ศ. 1959) และไนจีเรีย (ค.ศ. 1962)
ผลงานเขียนและบันทึกความทรงจำ
แครริงตันมีผลงานเขียนที่โดดเด่นหลายเล่ม โดยเฉพาะการเขียนชีวประวัติของ รัดยาร์ด คิปลิง (Rudyard Kipling) ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1955 และได้รับคำชมอย่างมากจากนักเขียนชื่อดังอย่าง แกรแฮม กรีน (Graham Greene) และปีเตอร์ เคว็นเนลล์ (Peter Quennell)
ในด้านบันทึกสงคราม เขาเขียนหนังสือ A Subaltern's War (ตีพิมพ์ปี ค.ศ. 1929 ภายใต้นามปากกา Charles Edmonds) ซึ่งบอกเล่าประสบการณ์การเป็นนายทหารชั้นผู้น้อยในแนวรบด้านตะวันตก โดยแครริงตันพยายามนำเสนอภาพลักษณ์ของกองทัพที่แตกต่างจากมุมมองเชิงลบที่แพร่หลายในสมัยนั้น โดยยืนยันว่าเขามิได้พบกับความไร้ประสิทธิภาพหรือการทุจริตในกองทัพตามที่หลายคนกล่าวอ้าง
นอกจากนี้ เขายังเขียน Soldier at Bomber Command (ค.ศ. 1987) เกี่ยวกับประสบการณ์ในสงครามโลกครั้งที่ 2 และ Soldier from the Wars Returning (ค.ศ. 1965) ซึ่งเขาวิจารณ์มุมมองเชิงลบต่อสงครามโลกครั้งที่ 1 ในยุค 1960 และสนับสนุนแนวคิดที่ว่าการมีส่วนร่วมของอังกฤษในสงครามนั้นมีความชอบธรรมและกองทัพอังกฤษควรได้รับความภาคภูมิใจ
ชีวิตส่วนตัว
แครริงตันสมรสครั้งแรกกับ เซซิล เกรซ แมคเกรเกอร์ (Cecil Grace MacGregor) ในปี ค.ศ. 1932 และมีบุตรสาวหนึ่งคน โดยการสมรสสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1954 ต่อมาในปี ค.ศ. 1955 เขาได้สมรสครั้งที่สองกับ เมซี คัธเบิร์ต โรเบิร์ตสัน (Maysie Cuthbert Robertson)
คำถามที่พบบ่อย
ชาร์ลส์ แครริงตัน คือใคร?
เขาเป็นนักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญด้านเครือจักรภพและจักรวรรดิอังกฤษ อดีตศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์และ Chatham House และเป็นทหารผ่านศึกจากทั้งสองสงครามโลก
ผลงานเขียนที่โดดเด่นของเขาคืออะไร?
ผลงานที่สำคัญ ได้แก่ ชีวประวัติของ รัดยาร์ด คิปลิง และบันทึกความทรงจำจากสงครามโลกครั้งที่ 1 เรื่อง A Subaltern's War และสงครามโลกครั้งที่ 2 เรื่อง Soldier at Bomber Command
บทบาทของเขาในสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นอย่างไร?
เขาเข้าร่วมรบในแนวรบด้านตะวันตก โดยร่วมในสมรภูมิซอมม์ (Battle of the Somme) และได้รับเหรียญ Military Cross จากความกล้าหาญ
เขามีความเห็นอย่างไรต่อสงครามโลกครั้งที่ 1?
แครริงตันเชื่อว่าการเข้าร่วมสงครามของอังกฤษมีความชอบธรรม และเขาคัดค้านมุมมองที่มองว่ากองทัพอังกฤษในสมัยนั้นไร้ประสิทธิภาพหรือเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เขาปรากฏตัวในสื่อสมัยใหม่ชิ้นใดบ้าง?
เสียงและประสบการณ์ของเขาถูกนำมาใช้ในภาพยนตร์สารคดี They Shall Not Grow Old ของปีเตอร์ แจ็คสัน และคลิปวิดีโอของ BBC

