← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ความสัมพันธ์จีน-เยอรมนี (1913–1941) จากมิตรภาพสู่ความขัดแย้ง

สรุปใจความสำคัญ

  • เยอรมนีเป็นมหาอำนาจยุโรปรายแรกที่ลงนามในสนธิสัญญาที่เท่าเทียมกับจีนในปี 1921
  • ในช่วงทศวรรษ 1930 ทหารจีนหลายพันนายได้รับการฝึกฝนโดยที่ปรึกษาทางทหารเยอรมัน
  • นาซีเยอรมนีตัดความสัมพันธ์กับรัฐบาลก๊กมินตั๋งของจีนในปี 1941 เพื่อหันไปสนับสนุนญี่ปุ่น
  • จีนประกาศสงครามกับเยอรมนีสองครั้งในศตวรรษที่ 20

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนและเยอรมนีในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เป็นเรื่องราวของการแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันและการเปลี่ยนแปลงทางเมืองที่ซับซ้อน โดยเริ่มจากการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 1913 และผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความร่วมมือทางทหารและเศรษฐกิจ ก่อนที่จะสิ้นสุดลงด้วยการตัดความสัมพันธ์ในยุคนาซีเยอรมนี

German Empire and China

จักรวรรดิเยอรมันได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐจีนในเดือนตุลาคม 1913 หลังจากที่หยวนซื่อไข่ (Yuan Shikai) ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐจีน อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นี้ถูกขัดขวางโดยสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งจีนให้การสนับสนุนฝ่ายสัมพันธมิตรเพื่อทวงคืนเมืองชิงเต่า (Qingdao) ที่เยอรมนีเข้ายึดครองในปี 1898

Weimar Republic and China

หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 และการก่อตั้งสาธารณรัฐไวมาร์ (Weimar Republic) เยอรมนีดำเนินนโยบายมิตรภาพต่อจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการทหารและการค้า ซึ่งเป็นทางออกสำหรับเยอรมนีที่ถูกจำกัดอำนาจทางทหารโดยสนธิสัญญาแวร์ซาย

ภาพประกอบความสัมพันธ์จีน-เยอรมนี
ภาพประกอบความสัมพันธ์ในช่วงสาธารณรัฐไวมาร์

ในปี 1921 เยอรมนีเป็นมหาอำนาจยุโรปรายแรกที่ลงนามในสนธิสัญญาที่เท่าเทียมกับจีน เพื่อยุติสิทธิพิเศษจากสนธิสัญญาที่ไม่เท่าเทียมกันในอดีต ต่อมาในยุคของเจียงไคเช็ค (Chiang Kai-shek) และพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) พรรคก๊กมินตั๋งได้แสวงหาความช่วยเหลือทางทหารจากเยอรมนีเพื่อรวบรวมอำนาจและต่อต้านขุนศึกในจีน

แม็กซ์ บาวเออร์ (Max Bauer) แม้จะประสบความสำเร็จในการส่งเจ้าหน้าที่ทหารเยอรมันไปฝึกสอนทหารจีน แต่ความสัมพันธ์นี้ความสัมพันธ์นี้ถูกจำกัดโดยความไม่มั่นคงทางการเมืองของจีนและข้อจำกัดของสนธิสัญญาแวร์ซาย

Nazi Germany and China

ในช่วงกลางทศวรรษ 1930 ความร่วมมือระหว่างนาซีเยอรมนีและรัฐบาลก๊กมินตั๋งของจีนมีความแน่นแฟ้นขึ้น โดยจีนส่งทหารหลายพันนายไปฝึกฝนโดยเจ้าหน้าที่เยอรมัน และมีการลงทุนทางเศรษฐกิจจากเยอรมนีเข้าสู่จีน

ความร่วมมือทางทหารจีน-เยอรมนี
การฝึกทหารจีนโดยเจ้าหน้าที่ทหารเยอรมันในช่วงทศวรรษ 1930

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นี้เริ่มสั่นคลอนเมื่อ โยอาคิม ฟอน ริบเบนโทรป (Joachim von Ribbentrop) โยอาคิม ฟอน the Foreign Minister ของนาซีเยอรมนี ให้ความสำคัญกับพันธมิตรญี่ปุ่นมากกว่าจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการลงนามในกติกาต่อต้านคอมมิวนิสต์ (Anti-Comintern Pact) ในปี 1936

หลังจากญี่ปุ่นบุกจีนในปี 1937 และริบเบนโทรปขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในปีถัดมา ความช่วยเหลือจากเยอรมนีให้แก่จีนก็ถูกตัดขาด ในเดือนกรกฎาคม 1941 นาซีเยอรมนีได้ตัดความสัมพันธ์กับรัฐบาลก๊กมินตั๋ง และหันไปรับรองรัฐบาลหุ่นเชิดของหวังจิงเว่ย (Wang Jingwei) ที่ควบคุมโดยญี่ปุ่น

หลังจากการโจมตีเพิร์ลฮาร์เบอร์ในปี 1941 จีนได้ประกาศสงครามกับเยอรมนี ซึ่งถือเป็นการประกาศสงครามครั้งที่สองของจีนต่อเยอรมนีในศตวรรษที่ 20

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมเยอรมนีถึงให้ความช่วยเหลือทางทหารแก่จีนในช่วงแรก?

เนื่องจากเยอรมนีถูกจำกัดอำนาจทางทหารโดยสนธิสัญญาแวร์ซายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้บริษัทอุตสาหกรรมทางทหารของเยอรมนีต้องการหาตลาดใหม่สำหรับอาวุธและความช่วยเหลือทางทหารในจีน

ทำไมนาซีเยอรมนีถึงตัดความสัมพันธ์กับจีน?

เพราะนาซีเยอรมนีให้ความสำคัญกับพันธมิตรกับญี่ปุ่นมากกว่า และต้องการสร้างพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเพื่อต่อต้านคอมมิวนิสต์

ใครคือบุคคลสำคัญที่ประสานงานความสัมพันธ์จีน-เยอรมนีในช่วงนี้?

แม็กซ์ บาวเออร์ (Max Bauer) และ จู เจียหัว (Zhu Jiahua) เป็นบุคคลสำคัญในการประสานงานความร่วมมือทางทหารและเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ