← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เหรียญทองเชสนีย์ รางวัลเกียรติยศด้านวิทยาการทหาร

สรุปใจความสำคัญ

  • มอบโดยสถาบัน Royal United Services Institute (RUSI)
  • มอบให้แก่ผลงานที่ส่งเสริมวิทยาการและความรู้ทางทหาร
  • เริ่มมอบรางวัลครั้งแรกในปี ค.ศ. 1900
  • ผู้ได้รับรางวัลมีทั้งนายทหารระดับสูง นักประวัติศาสตร์การทหาร และผู้นำทางการเมือง

เหรียญทองเชสนีย์ (Chesney Gold Medal) เป็นรางวัลเกียรติยศที่มอบโดย สถาบันบริการรวมแห่งราชอาณาจักร (Royal United Services Institute หรือ RUSI) เพื่อมอบให้แก่บุคคลที่สร้างสรรค์ "ผลงานที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ ซึ่งคำนวณแล้วว่าสามารถส่งเสริมวิทยาการและความรู้ทางทหาร"

วัตถุประสงค์ของรางวัล

รางวัลนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเชิดชูเกียรติผู้ที่เขียนงานวิจัย ตำรา หรือบทวิเคราะห์ที่มีคุณค่าสูงต่อการพัฒนาความเข้าใจในด้านยุทธศาสตร์ การดำเนินกลยุทธ์ และวิทยาการทหารในวงกว้าง โดยเน้นที่การสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้หรือสร้างความก้าวหน้าให้กับแวดวงการทหารได้จริง

รายนามผู้ได้รับเหรียญทองเชสนีย์

ตั้งแต่เริ่มมอบรางวัลในปี ค.ศ. 1900 เป็นต้นมา มีบุคคลสำคัญทั้งในสายทหาร นักวิชาการ และรัฐบุรุษได้รับรางวัลนี้ โดยมีรายนามผู้ได้รับรางวัลบางส่วนดังนี้:

ปี ค.ศ.ผู้ได้รับรางวัล
1900กัปตัน อัลเฟรด เธเยอร์ มาฮัน (Alfred Thayer Mahan)
1907พลตรี เซอร์ จอห์น เฟรเดอริก มอริซ (Sir John Frederick Maurice)
1914เซอร์ จูเลียน คอร์เบตต์ (Sir Julian Corbett)
1919พลตรี อี.ดี. สวินตัน (E.D. Swinton)
1930ซี.อี.ดับเบิลยู. บีน (C.E.W. Bean)
1950วินสตัน เชอร์ชิลล์ (Winston Churchill)
1963พลตรี เจ.เอฟ.ซี. ฟูลเลอร์ (J.F.C. Fuller) และ กัปตัน บาซิล ลิดเดลล์ ฮาร์ต (Basil Liddell Hart)
2000บารอนเนส แธตเชอร์ (Baroness Thatcher)
2006เซอร์ ลอว์เรนซ์ ฟรีดแมน (Sir Lawrence Freedman)
2013พลเอก เดวิด เอช. เพทรีอัส (David H. Petraeus)

คำถามที่พบบ่อย

เหรียญทองเชสนีย์คืออะไร?

เป็นรางวัลที่มอบโดยสถาบัน Royal United Services Institute (RUSI) สำหรับผลงานเขียนหรือการวิจัยที่โดดเด่นซึ่งช่วยพัฒนาความรู้และวิทยาการทางทหาร

ใครคือผู้ได้รับรางวัลคนแรก?

กัปตัน อัลเฟรด เธเยอร์ มาฮัน (Alfred Thayer Mahan) ได้รับรางวัลนี้ในปี ค.ศ. 1900

บุคคลสำคัญทางการเมืองเคยได้รับรางวัลนี้หรือไม่?

เคย โดยมีรัฐบุรุษและผู้นำระดับโลก เช่น วินสตัน เชอร์ชิลล์ และ บารอนเนส แธตเชอร์ เป็นผู้ได้รับรางวัลนี้ด้วย