ภาษีโบสถ์ในอังกฤษและไอร์แลนด์
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นภาษีท้องถิ่นในอังกฤษและไอร์แลนด์ที่ใช้บำรุงรักษาโบสถ์และจ่ายเงินเดือนเจ้าหน้าที่ศาสนจักร
- ถูกบังคับใช้ตามกฎหมายจารีตประเพณี (Common Law) เป็นหลัก
- การบังคับจัดเก็บถูกยกเลิกโดยกฎหมาย Compulsory Church Rate Abolition Act 1868
- สร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างคริสตจักรแห่งอังกฤษกับกลุ่ม Nonconformists และชาวคาทอลิกในไอร์แลนด์
- ปัจจุบันยังมีการเรียกเก็บในรูปแบบสมัครใจ และยังคงมีการเรียกเก็บในเขต City of London
ภาษีโบสถ์ (Church rate) คือภาษีท้องถิ่นที่เคยมีการเรียกเก็บในแต่ละเขตแพริช (Parish) ของประเทศอังกฤษและไอร์แลนด์ในสมัยก่อน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินรายได้มาใช้ประโยชน์สำหรับโบสถ์ประจำเขตแพริชนั้นๆ ซึ่งครอบคลุมถึงค่าใช้จ่ายในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา การซ่อมแซมโครงสร้างอาคารโบสถ์ และการจ่ายเงินเดือนให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
สถานะทางกฎหมายและการยกเลิก
การเรียกเก็บภาษีโบสถ์ส่วนใหญ่ดำเนินตามกฎหมายจารีตประเพณี (Common Law) และไม่ได้ถูกรับรองโดยกฎหมายลายลักษณ์อักษร (Statute) ยกเว้นในช่วงเวลาสั้นๆ ในสมัยเครือรัฐอังกฤษ (Commonwealth of England) ในศตวรรษที่ 17
การบังคับจัดเก็บภาษีโบสถ์ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการโดยกฎหมายในปี ค.ศ. 1868 อย่างไรก็ตาม ในหลายเขตแพริชยังคงมีการเรียกเก็บในรูปแบบของเงินบริจาคโดยสมัครใจจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ความรับผิดชอบในการซ่อมแซมส่วน Chancel (พื้นที่หน้าแท่นบูชา) ในอังกฤษยังคงมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายในบางกรณี
ประวัติและการบริหารจัดการ
ในอดีต อัตราภาษีโบสถ์จะถูกกำหนดโดยเจ้าหน้าที่ดูแลโบสถ์ (Churchwardens) ร่วมกับชาวบ้านในเขตแพริช ซึ่งจะมีการประชุมกันหลังจากมีการประกาศแจ้งให้ทราบในห้องเตรียมตัว (Vestry) หรือภายในโบสถ์
หากมีการค้างชำระภาษี สามารถดำเนินการฟ้องร้องเรียกเก็บได้ผ่านศาลศาสนจักร (Ecclesiastical Court) หรือหากยอดค้างชำระไม่เกิน 10 ปอนด์และไม่มีข้อโต้แย้งทางกฎหมาย สามารถดำเนินการผ่านผู้พิพากษาสันติราษฎร์ (Justices of the Peace) สองท่านได้ ทั้งนี้ การนำเงินภาษีไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดจะทำให้การเรียกเก็บภาษีนั้นเสียความสมบูรณ์ทางกฎหมายทันที
ความขัดแย้งทางสังคมและศาสนา
ภาษีโบสถ์เป็นภาระส่วนบุคคลที่ตกแก่ผู้ครอบครองที่ดินหรือบ้านในเขตแพริช แม้จะเป็นการบังคับเก็บ แต่ในทางปฏิบัติมักบังคับใช้ได้ยาก โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ไม่ยอมรับนิกายหลัก (Nonconformists) ซึ่งคัดค้านการสนับสนุนคริสตจักรแห่งอังกฤษ (Established Church) ด้วยเหตุผลทางมโนธรรม
ในไอร์แลนด์ ความขัดแย้งนี้รุนแรงยิ่งขึ้นเนื่องจากประชากรส่วนใหญ่เป็นโรมันคาทอลิก ซึ่งรู้สึกไม่พอใจที่ต้องจ่ายภาษีเพื่อสนับสนุนโบสถ์ที่ตนไม่ได้สังกัด
นอกจากเหตุผลด้านหลักการแล้ว กลุ่ม Nonconformists ยังมองว่าไม่ยุติธรรม เนื่องจากคริสตจักรแห่งอังกฤษได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐสภา ในขณะที่กลุ่ม Nonconformists ต้องพึ่งพาเงินบริจาคโดยสมัครใจเพียงอย่างเดียว การต้องจ่ายภาษีโบสถ์จึงเท่ากับเป็นการสนับสนุนโบสถ์อื่นนอกเหนือจากโบสถ์ของตนเอง
การเคลื่อนไหวเพื่อการยกเลิก
การบังคับใช้ภาษีโบสถ์ไม่มีความสม่ำเสมอทั่วประเทศ นำไปสู่การจัดตั้งสมาคมต่อต้านการเก็บภาษีโบสถ์ในหลายพื้นที่ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1836 ได้มีการก่อตั้งคณะกรรมการกลางในลอนดอนชื่อว่า Church Rate Abolition Society เพื่อประสานงานการเคลื่อนไหวในระดับท้องถิ่น
ในปี ค.ศ. 1837 รัฐสภาได้ผ่อนปรนให้กลุ่ม Nonconformists ในเรื่องพิธีการสมรสและการจดทะเบียนราษฎร แต่ภาษีโบสถ์ยังคงถูกบังคับใช้ต่อไปจนถึงปี ค.ศ. 1868 โดยในช่วงปี ค.ศ. 1856 หนังสือพิมพ์ The Times เคยรายงานว่าประเด็นเรื่องภาษีโบสถ์ได้สร้างความขัดแย้งรุนแรงจนเปรียบเสมือนสงครามกลางเมืองในบางพื้นที่ของประเทศ

กฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้อง
- Compulsory Church Rate Abolition Act 1868: กฎหมายที่ยกเลิกการบังคับเก็บภาษีโบสถ์ เปลี่ยนให้เป็นระบบสมัครใจ โดยผู้ที่ไม่ยินยอมจ่ายจะไม่มีสิทธิ์ในการสอบถาม คัดค้าน หรือลงคะแนนเสียงเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินภาษีนั้น
- Statute Law Revision Act 1875: กฎหมายปรับปรุงระเบียบกฎหมายลายลักษณ์อักษร
- Church of England (Miscellaneous Provisions) Measure 1992: มาตรการเบ็ดเตล็ดของคริสตจักรแห่งอังกฤษ
สถานะในปัจจุบัน
ปัจจุบัน สภาโบสถ์ประจำเขตแพริช (Parochial Church Councils) สามารถเรียกเก็บเงินสมทบโดยสมัครใจได้ตามมาตรการ Parochial Church Councils (Powers) Measure 1956
ที่น่าสนใจคือ โบสถ์ของคริสตจักรแห่งอังกฤษทุกแห่งที่ตั้งอยู่ในเขต City of London ยังคงมีการเรียกเก็บภาษีโบสถ์อยู่จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ โบสถ์ประจำเขตแพริชแฮมสเตด (Hampstead Parish Church) ได้มีการจัดทำเอกสารขั้นตอนการเรียกเก็บเงินสมทบโดยสมัครใจเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดี
คำถามที่พบบ่อย
ภาษีโบสถ์ (Church Rate) คืออะไร?
คือภาษีที่เคยถูกบังคับจัดเก็บจากผู้ครอบครองที่ดินหรือบ้านในเขตแพริชของอังกฤษและไอร์แลนด์ เพื่อนำเงินมาใช้ซ่อมแซมโบสถ์และเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทางศาสนา
ทำไมกลุ่ม Nonconformists ถึงคัดค้านภาษีนี้?
เพราะพวกเขาคัดค้านการสนับสนุนคริสตจักรแห่งอังกฤษ (Established Church) ด้วยเหตุผลทางมโนธรรม และมองว่าไม่ยุติธรรมที่ต้องจ่ายภาษีให้โบสถ์อื่นในขณะที่โบสถ์ของตนต้องพึ่งพาเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว
ภาษีโบสถ์ถูกยกเลิกเมื่อใด?
การบังคับจัดเก็บถูกยกเลิกในปี ค.ศ. 1868 โดยกฎหมาย Compulsory Church Rate Abolition Act 1868 แต่เปลี่ยนมาเป็นระบบสมัครใจแทน
ปัจจุบันยังมีการเก็บภาษีโบสถ์อยู่หรือไม่?
ในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นแบบสมัครใจ แต่โบสถ์ของคริสตจักรแห่งอังกฤษในเขต City of London ยังคงมีการเรียกเก็บภาษีนี้อยู่
ใครเป็นผู้กำหนดอัตราภาษีโบสถ์ในสมัยก่อน?
อัตราภาษีจะถูกกำหนดโดยเจ้าหน้าที่ดูแลโบสถ์ (Churchwardens) ร่วมกับชาวบ้านในเขตแพริชผ่านการประชุมในห้องเตรียมตัว (Vestry)
