การสังเคราะห์โคบอลามิน กระบวนการสร้างวิตามิน B12 ในจุลินทรีย์
สรุปใจความสำคัญ
- โคบอลามินหรือวิตามิน B12 เป็นวิตามินที่มีโครงสร้างซับซ้อนที่สุดในธรรมชาติ
- มีเส้นทางการสังเคราะห์สองรูปแบบหลักคือแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic) และแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic) ซึ่งแตกต่างกันที่เวลาในการใส่โคบอลต์
- ยูโรพอร์ไฟรินโนเจน III เป็นสารตัวกลางร่วมที่ใช้ในการสังเคราะห์ทั้งฮีม, คลอโรฟิลล์ และวิตามิน B12
การสังเคราะห์โคบอลามินเป็นกระบวนการที่แบคทีเรียและอาร์เคียใช้ในการสร้าง โคบอลามิน (Cobalamin) หรือที่รู้จักกันในชื่อ วิตามิน B12 ซึ่งเป็นหนึ่งในวิตามินที่มีโครงสร้างซับซ้อนที่สุดในธรรมชาติ กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการเปลี่ยนกรดอะมิโนเลวูลินิก (aminolevulinic acid) ผ่านสารตัวกลางอย่าง ยูโรพอร์ไฟรินโนเจน III (uroporphyrinogen III) และกรดอะดีโนซิลโคไบริก (adenosylcobyric acid) จนกลายเป็นรูปแบบสุดท้ายที่เอนไซม์ในสิ่งมีชีวิตผู้ผลิตและสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น รวมถึงมนุษย์ที่ได้รับวิตามินนี้ผ่านการรับประทานอาหารนำไปใช้ประโยชน์ได้

เส้นทางการสังเคราะห์หลักสองรูปแบบ
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างเส้นทางการสังเคราะห์สองรูปแบบหลักคือ ตำแหน่งของการใส่โคบอลต์ (Cobalt) และ ความต้องการออกซิเจน ดังนี้:
- เส้นทางแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic pathway): พบใน Pseudomonas denitrificans และ Rhodobacter capsulatus โดยจะมีการใส่โคบอลต์ในขั้นตอนท้ายๆ ของกระบวนการ และจำเป็นต้องใช้ออกซิเจน
- เส้นทางแบบไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic pathway): พบใน Salmonella typhimurium, Bacillus megaterium และ Propionibacterium freudenreichii โดยการใส่โคบอลต์จะเป็นขั้นตอนแรกๆ ของการสังเคราะห์
ขั้นตอนการสร้างวงแหวนคอร์ริน (Corrin Ring)
ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางใด วงแหวนที่ทำหน้าที่เป็นคอมเพล็กซ์ประสานงานกับไอออนของโคบอลต์คือ วงแหวนคอร์ริน (corrin ring) โดยเฉพาะรูปแบบที่มีกลุ่มคาร์บอกซิเลตเจ็ดกลุ่มที่เรียกว่า กรดโคไบรินิก (cobyrinic acid) จากนั้นจะมีการสร้างกลุ่มเอไมด์ในตำแหน่งคาร์บอกซิเลตเกือบทั้งหมด เหลือไว้เพียงกลุ่มเดียว ซึ่งจะทำให้เกิด กรดโคไบริก (cobyric acid) และโคบอลต์จะถูกเชื่อมต่อด้วยกลุ่มอะดีโนซิล (adenosyl group)
ขั้นตอนสุดท้ายของการสังเคราะห์
ในส่วนสุดท้ายซึ่งเป็นขั้นตอนที่เหมือนกันในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด จะมีการเติมสายโซ่เอมิโนโปรพานอล (aminopropanol sidechain) เข้ากับกลุ่มคาร์บอกซิลิกที่เหลืออยู่เพียงกลุ่มเดียว และประกอบส่วนลูปนิวคลีโอไทด์ (nucleotide loop) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นลิแกนด์ตัวที่สองสำหรับโคบอลต์
บทบาทของโคบอลามินในสิ่งมีชีวิต
โคบอลามินประกอบด้วยเททราไพร์โรลที่ดัดแปลง (corrin) โดยมีไอออนของโคบอลต์อยู่ตรงกลาง และมักพบในสองรูปแบบที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพคือ เมทิลโคบอลามิน (methylcobalamin) และ อะดีโนซิลโคบอลามิน (adenosylcobalamin)
ในแบคทีเรียและอาร์เคีย เอนไซม์ที่ต้องพึ่งพาโคบอลามิน ได้แก่:
- เมทไทโอนีนซินเทส (methionine synthase)
- ไรโบนิวคลีโอไทด์รีดักเทส (ribonucleotide reductase)
- กลูตาเมตและเมทิลมาโลนิล-โคเอ (glutamate and methylmalonyl-CoA mutases)
- อีธานอลามีน แอมโมเนีย-ไลเอส (ethanolamine ammonia-lyase)
- ไดออล ดีไฮเดรเทส (diol dehydratase)
สำหรับมนุษย์ โคบอลามินมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเมแทบอลิซึมของโฟเลต และการสังเคราะห์ซักซินิล-โคเอ (succinyl-CoA) ซึ่งเป็นสารตัวกลางในวัฏจักรกรดซิตริก
รายละเอียดขั้นตอนการสังเคราะห์เบื้องต้น
ในขั้นตอนแรกๆ ของการสังเคราะห์ จะมีการสร้างโครงสร้างเททราไพร์โรลโดยเอนไซม์ deaminase และ cosynthetase ซึ่งเปลี่ยนกรดอะมิโนเลวูลินิกผ่านพอร์โฟบิลินโนเจน (porphobilinogen) และไฮดรอกซีเมทิลบิลเลน (hydroxymethylbilane) ไปเป็น ยูโรพอร์ไฟรินโนเจน III (uroporphyrinogen III) ซึ่งเป็นสารตัวกลางตัวแรกที่ใช้ร่วมกันในการสร้างฮีม (haem), คลอโรฟิลล์ (chlorophyll), ไซโรฮีม (sirohaem) และโคบอลามิน
การสังเคราะห์ในสิ่งมีชีวิตแบบใช้ออกซิเจน
การสังเคราะห์โคบอลามินจะแยกออกจากเส้นทางของฮีมและคลอโรฟิลล์ที่จุดยูโรพอร์ไฟรินโนเจน III โดยมีการเติมกลุ่มเมทิล (CH3) อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้สารตัวกลางที่เรียกว่า precorrin-1, precorrin-2 และต่อๆ ไป การใช้สายพันธุ์ Pseudomonas denitrificans ที่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถระบุลำดับการเติมเมทิลและขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน
คำถามที่พบบ่อย
ความแตกต่างระหว่างการสังเคราะห์ B12 แบบใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนคืออะไร?
ความแตกต่างหลักคือ ในแบบใช้ออกซิเจน โคบอลต์จะถูกใส่เข้าไปในขั้นตอนท้ายๆ และจำเป็นต้องใช้ออกซิเจน ในขณะที่แบบไม่ใช้ออกซิเจน โคบอลต์จะถูกใส่เข้าไปเป็นขั้นตอนแรกๆ ของการสังเคราะห์
สิ่งมีชีวิตชนิดใดที่สามารถสังเคราะห์วิตามิน B12 ได้?
เฉพาะแบคทีเรียและอาร์เคียเท่านั้นที่สามารถสังเคราะห์โคบอลามินได้ พืชและสัตว์ (รวมถึงมนุษย์) ไม่สามารถสังเคราะห์เองได้และต้องได้รับจากอาหาร
โคบอลามินมีรูปแบบที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพอย่างไร?
โดยทั่วไปพบในสองรูปแบบหลักคือ เมทิลโคบอลามิน (methylcobalamin) และ อะดีโนซิลโคบอลามิน (adenosylcobalamin)

