วิทยาลัยเซนต์เทเรซา ประวัติศาสตร์และการปิดตัวของสถาบันการศึกษาสำหรับสตรี
สรุปใจความสำคัญ
- ก่อตั้งในปี 1907 ในฐานะวิทยาลัยศิลปศาสตร์สำหรับสตรีคาทอลิกในเมืองวิโนนา รัฐมินนิโซตา
- บริหารจัดการโดยคณะซิสเตอร์แห่งเซนต์ฟรานซิสแห่งโรเชสเตอร์
- ปิดตัวลงในปี 1989 เนื่องจากปัญหาทางการเงินและการลดลงของจำนวนนักศึกษา
- ปัจจุบันพื้นที่วิทยาเขตเดิมถูกใช้งานโดยโรงเรียนมัธยมคอตเตอร์ (Cotter High School)
วิทยาลัยเซนต์เทเรซา (College of Saint Teresa) เป็นสถาบันอุดมศึกษาคาทอลิกสำหรับสตรีที่เคยตั้งอยู่ในเมืองวิโนนา รัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา เดิมทีสถาบันแห่งนี้เริ่มต้นจากการเป็นโรงเรียนเตรียมครูสำหรับสตรี (women's seminary) ก่อนจะได้รับการยกระดับเป็นวิทยาลัยในปี 1907 โดยได้รับการบริหารจัดการโดยคณะซิสเตอร์แห่งเซนต์ฟรานซิสแห่งโรเชสเตอร์ (Sisters of Saint Francis of Rochester, Minnesota) จนกระทั่งปิดตัวลงในปี 1989
ประวัติการก่อตั้งและการพัฒนา
บทบาทสำคัญในการสร้างรากฐานของวิทยาลัยคือ แมรี มอลลอย (Mary Molloy) ผู้ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเดียวของผู้อพยพชาวไอริชคาทอลิกจากเมืองแซนดัสกี รัฐโอไฮโอ มอลลอยเป็นสตรีที่โดดเด่นในยุคที่ผู้หญิงมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาระดับอุดมศึกษาน้อยมาก เธอสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต (Ohio State University) ด้วยเกียรตินิยมสูงสุด และได้รับปริญญาโท รวมถึงได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ Phi Beta Kappa ก่อนจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) ในปี 1907
ในปีเดียวกันนั้น มอลลอยได้เริ่มต้นอาชีพนักการศึกษาคาทอลิกในเมืองวิโนนา โดยร่วมมือกับ ซิสเตอร์ลีโอ เทรซีย์ (Sister Leo Tracy, O.S.F.) ในการก่อตั้งวิทยาลัยศิลปศาสตร์เซนต์เทเรซา ทั้งสองได้ร่วมกันบริหารจัดการสถาบันเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับสตรีทั้งที่เป็นฆราวาสและนักบวช
มอลลอยมีความโดดเด่นในฐานะคณบดีที่เป็นฆราวาสในวิทยาลัยคาทอลิก จนกระทั่งในปี 1923 เธอได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เป็นซิสเตอร์ในคณะฟรานซิสกัน (Sister Mary Aloysius Molloy, O.S.F.) และก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งอธิการบดีของวิทยาลัยในปี 1928 เธอได้มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาสำหรับสตรีและจัดการกับปัญหาเฉพาะของวิทยาลัยคาทอลิก จนกระทั่งเกษียณอายุในปี 1946 วิทยาลัยเซนต์เทเรซาได้กลายเป็นสถาบันที่มั่นคงและผลิตบัณฑิตสตรีที่มีคุณภาพ
สาเหตุของการปิดตัว
การปิดตัวของวิทยาลัยเซนต์เทเรซาเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่วิทยาลัยสำหรับสตรีโดยเฉพาะเริ่มเสื่อมความนิยมลง และวิทยาลัยคาทอลิกขนาดเล็กหลายแห่งต้องปิดตัวหรือเปลี่ยนเป็นระบบสหศึกษา (coeducation)
ปัจจัยด้านการบริหารและวินัย
ในช่วงทศวรรษ 1970 คณะซิสเตอร์แห่งเซนต์ฟรานซิสเริ่มเปลี่ยนจุดเน้นจากการบริหารการศึกษาไปสู่การบริการสังคมในวงกว้างมากขึ้น นอกจากนี้ วิทยาลัยยังยึดถือระเบียบวินัยที่เข้มงวดเกินไปในยุคที่วิทยาลัยอื่นเริ่มผ่อนปรน เช่น การกำหนดเวลาเคอร์ฟิวในตอนกลางคืนและการสั่งห้ามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาดทั่วทั้งวิทยาเขต ซึ่งกฎเหล่านี้เริ่มผ่อนปรนเพียงเล็กน้อยในช่วงต้นทศวรรษ 1980 แต่ก็สายเกินไปที่จะดึงดูดนักศึกษาใหม่
วิกฤตทางการเงินและการลดขนาด
เมื่อจำนวนนักศึกษาลดลง วิทยาลัยจำเป็นต้องลดค่าใช้จ่าย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดึงดูดและรักษาตัวนักศึกษาไว้ ในปี 1980 มีการเลิกจ้างคณาจารย์จำนวนมากและตัดลดหลักสูตร ซึ่งนำไปสู่การย้ายสถานศึกษาของนักศึกษาจำนวนมากและรายได้ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาโครงสร้างหลักสูตรและที่พัก
วิทยาลัยพึ่งพาหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ซึ่งเป็นหลักสูตรเด่น แต่เนื่องจากนักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 ต้องไปเรียนและพักอาศัยในเมืองโรเชสเตอร์ ซึ่งห่างออกไป 50 ไมล์ ทำให้วิทยาเขตหลักในเมืองวิโนนาขาดแคลนนักศึกษารุ่นพี่ ส่งผลให้บรรยากาศในวิทยาเขตไม่น่าดึงดูดสำหรับนักศึกษาที่เหลืออยู่
ความพยายามในการกอบกู้และทางเลือกที่ล้มเหลว
วิทยาลัยเคยพยายามปรับเปลี่ยนหอพักหนึ่งในสามแห่งให้เป็นที่พักสำหรับผู้สูงอายุเพื่อให้สามารถเข้าถึงโปรแกรมการศึกษาของวิทยาลัยเพื่อสร้างรายได้เสริม แต่ไม่สามารถหาธนาคารที่ยินดีให้กู้ยืมเงินทุนได้
นอกจากนี้ เคยมีการเจรจาเพื่อควบรวมกิจการกับ วิทยาลัยเซนต์แมรี (St. Mary's College) ในปี 1969 แต่ทางเซนต์เทเรซาได้ยุติการเจรจาเนื่องจากในขณะนั้นมีจำนวนนักศึกษาและมาตรฐานการรับเข้าที่สูงกว่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลางทศวรรษ 1980 บราเธอร์ลูอิส เดโทมาซิส (Brother Louis DeThomasis, F.S.C.) อธิการบดีของวิทยาลัยเซนต์แมรี ได้พยายามเสนอการควบรวมกิจการอีกครั้งเพื่อช่วยให้เซนต์เทเรซารอดพ้นจากวิกฤต แต่ถูกยับยั้งโดยคณะกรรมการบริหารของวิทยาลัยเซนต์แมรี
สถานะปัจจุบัน
ภายหลังการปิดตัว วิทยาลัยเซนต์เทเรซายังคงเป็นที่รู้จักผ่านโครงการทุนการศึกษาสำหรับสตรีที่เข้าศึกษาในวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยคาทอลิกแห่งอื่น รวมถึงความเชื่อมโยงกับสถาบันความเป็นผู้นำและการบริการเซนต์เทเรซา (Saint Teresa Leadership and Service Institute) ณ มหาวิทยาลัยเซนต์แมรีแห่งมินนิโซตา ส่วนพื้นที่วิทยาเขตเดิมนั้น ปัจจุบันเป็นกรรมสิทธิ์และดำเนินงานโดย โรงเรียนมัธยมคอตเตอร์ (Cotter High School) ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมคาทอลิกเอกชน
รายนามอธิการบดี
| ชื่ออธิการบดี | วาระการดำรงตำแหน่ง |
|---|---|
| ซิสเตอร์ เอ็ม. ลีโอ เทรซีย์ (Sister M. Leo Tracy, OSF) | 1912–1928 |
| ซิสเตอร์ เอ็ม. อลอยเซียส มอลลอย (Sister M. Aloysius Molloy, OSF) | 1928–1946 |
| ซิสเตอร์ เอ็ม. ราเชล แดดี้ (Sister M. Rachel Dady, OSF) | 1946–1952 |
| ซิสเตอร์ เอ็ม. คามิลล์ โบว์ (Sister M. Camille Bowe, OSF) | 1952–1969 |
| ซิสเตอร์ เอ็ม. จอยซ์ โรว์แลนด์ (Sister M. Joyce Rowland, OSF) | 1969–1980 |
| โทมัส เจ. แฮมิลตัน (Thomas J. Hamilton) | 1980–1985 |
| ซิสเตอร์ มิคาเอลา ไบรอน (Sister Michaea Byron, OSF) | 1985–1989 |
คำถามที่พบบ่อย
วิทยาลัยเซนต์เทเรซาปิดตัวลงเมื่อใดและเพราะเหตุใด?
วิทยาลัยปิดตัวลงในปี 1989 โดยมีสาเหตุหลักมาจากจำนวนนักศึกษาที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัญหาทางการเงิน และการเปลี่ยนแปลงของกระแสสังคมที่ทำให้วิทยาลัยสำหรับสตรีโดยเฉพาะเริ่มเสื่อมความนิยม
ใครคือบุคคลสำคัญในการก่อตั้งวิทยาลัย?
แมรี มอลลอย (Mary Molloy) และซิสเตอร์ลีโอ เทรซีย์ (Sister Leo Tracy) เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและบริหารจัดการสถาบันในช่วงแรก โดยมอลลอยเป็นสตรีที่มีการศึกษาสูงมากในยุคที่ผู้หญิงมีโอกาสเรียนต่อระดับปริญญาเอกน้อย
ปัจจุบันพื้นที่ของวิทยาลัยเซนต์เทเรซาอยู่ที่ไหน?
ปัจจุบันวิทยาเขตของวิทยาลัยเซนต์เทเรซาเป็นกรรมสิทธิ์และดำเนินงานโดยโรงเรียนมัธยมคาทอลิกเอกชนที่ชื่อว่า โรงเรียนมัธยมคอตเตอร์ (Cotter High School)