← กลับไปยังบทความทั้งหมด

จรวดโจมตีพื้นดิน CRV7

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นจรวดโจมตีพื้นดินขนาด 70 มม. ที่มีพลังทำลายล้างสูงที่สุดในระดับเดียวกัน
  • มีความแม่นยำสูงกว่าจรวดรุ่นเก่าด้วยระบบครีบในท่อไอเสียที่ทำให้จรวดหมุนตัวได้ทันที
  • มีระยะยิงหวังผลไกลกว่า 4,000 เมตร ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้เครื่องบินผู้ยิง
  • แคนาดาได้ส่งมอบมอเตอร์จรวดและหัวรบจำนวนหลายหมื่นชุดให้แก่ยูเครนในปี 2024

CRV7 (ย่อมาจาก Canadian Rocket Vehicle 7) เป็นจรวดโจมตีพื้นดินแบบครีบพับได้ ขนาด 2.75 นิ้ว (70 มิลลิเมตร) ผลิตโดยบริษัท Bristol Aerospace ในเมืองวินนิเพก รัฐแมนิโทบา ประเทศแคนาดา จรวดชนิดนี้ถูกนำมาใช้งานในช่วงต้นทศวรรษ 1970 เพื่อเป็นรุ่นปรับปรุงจากจรวดโจมตีพื้นดินมาตรฐานขนาด 2.75 นิ้วของสหรัฐอเมริกา

CRV7 ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในอาวุธที่มีพลังทำลายล้างสูงที่สุดในประเภทของมัน โดยเป็นจรวดรุ่นแรกที่มีพลังงานเพียงพอที่จะเจาะทะลุโรงเก็บเครื่องบินมาตรฐานของกลุ่มสนธิสัญญาวอร์ซอ (Warsaw Pact) และยังคงเป็นมาตรฐานสำหรับกองกำลังฝ่ายตะวันตกหลายประเทศนอกสหรัฐอเมริกาจนถึงปัจจุบัน

จรวด CRV7 ในลักษณะการติดตั้ง
จรวด CRV7 อาวุธโจมตีพื้นดินประสิทธิภาพสูงจากแคนาดา

ประวัติและการพัฒนา

การพัฒนา CRV7 มีจุดเริ่มต้นจากการวิจัยเชื้อเพลิงแข็งประสิทธิภาพสูงในช่วงปลายทศวรรษ 1950 โดย CARDE (ปัจจุบันคือ DRDC Valcartier) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาขีปนาวุธต่อต้านขีปนาวุธ โดยได้รับความช่วยเหลือจากบริษัท Aerojet ในการพัฒนา "Propulsion Test Vehicle" เพื่อทดสอบการออกแบบเครื่องยนต์และเชื้อเพลิงใหม่ ซึ่งนำไปสู่การสร้างจรวดตรวจอากาศ Black Brant ในปี 1960

ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 CARDE และ Bristol Aerospace ได้นำเชื้อเพลิงและเครื่องยนต์แบบเดียวกันมาใช้กับจรวดขนาด 2.75 นิ้ว เพื่อติดตั้งกับเครื่องบินขับไล่ Canadair CF-104 Starfighter ส่งผลให้เกิดเครื่องยนต์รุ่น RLU-5001/B (C-14) ในปี 1973 ซึ่งมีแรงขับรวม 2,320 lbf·s (10.3 kN·s) และระยะเวลาเผาไหม้ 2.2 วินาที โดยมีน้ำหนักตัวจรวดเปล่า 6.6 กิโลกรัม และมักติดตั้งหัวรบระเบิดแรงสูงน้ำหนัก 10 ปอนด์ (4.5 กิโลกรัม) ของสหรัฐฯ

คุณลักษณะทางเทคนิคและความได้เปรียบ

เมื่อเปรียบเทียบกับจรวด Mk 40 FFAR Mighty Mouse ของสหรัฐฯ ที่ถูกแทนที่ CRV7 ใช้เชื้อเพลิงที่มีพลังงานสูงกว่าและการออกแบบตัวถังที่ทันสมัยกว่า ทำให้มีวิถีการบินที่ยาวและราบเรียบกว่า รวมถึงมีพลังงานขณะกระทบเป้าหมายมากกว่าถึงสองเท่า

  • ระยะยิงหวังผล: มีระยะยิงไกลกว่า 4,000 เมตร ช่วยให้เครื่องบินสามารถยิงจากนอกระยะยิงของอาวุธต่อสู้อากาศยานระยะสั้นส่วนใหญ่ได้ ซึ่งต่างจากจรวด Hydra 70 ที่ต้องยิงในระยะใกล้กว่า
  • ความแม่นยำ: CRV7 แก้ปัญหาการเบี่ยงเบนในช่วงเริ่มต้นของการยิงโดยการติดตั้งครีบขนาดเล็ก (Vanes) ในท่อไอเสีย เพื่อให้จรวดเริ่มหมุนตัวตั้งแต่ยังอยู่ในท่อส่ง ทำให้มีความแม่นยำสูงกว่าจรวดรุ่นเก่าอย่างมาก โดยมีค่าการกระจายตัว (Dispersion) ต่ำเพียง 3-4 มิลลิเรเดียน ซึ่งแม่นยำกว่าปืนใหญ่อากาศ M61 Vulcan (8 มิลลิเรเดียน) และ GAU-8 Avenger (5 มิลลิเรเดียน)
เฮลิคอปเตอร์ Apache ยิงจรวด CRV7
การใช้งานจรวด CRV7 จากเฮลิคอปเตอร์โจมตี AH-64 Apache

การพัฒนาเครื่องยนต์และรุ่นต่างๆ

เนื่องจากเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของอะลูมิเนียมในเครื่องยนต์ C-14 ก่อให้เกิดควันจำนวนมาก ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อเครื่องบินที่บินช้าหรือเฮลิคอปเตอร์ จึงมีการพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นต่อมาดังนี้:

  • RLU-5002/B (C-15): ตัดส่วนผสมอะลูมิเนียมออกเพื่อลดควัน แม้จะมีแรงขับลดลงเล็กน้อย (9.7 kN·s)
  • RLU-5002A/B (HEPI): พัฒนาระบบจุดระเบิดแบบถาวรที่ส่วนหัว (Head-End Permanent Igniter) เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวจุดระเบิดที่ถูกดีดออกไปกระแทกตัวเครื่องบิน
  • C-17 และ C-18: ออกแบบมาสำหรับเฮลิคอปเตอร์โดยเฉพาะ โดยลดแรงขับลงเหลือ 8.5 kN·s แต่แทบไม่มีควันเกิดขึ้นเลย
เฮลิคอปเตอร์ Apache ยิงจรวด CRV7 ในเวลากลางคืน
การยิงจรวด CRV7 ในภารกิจกลางคืน

สถานะปัจจุบันและการสนับสนุนยูเครน

กองทัพอากาศแคนาดาได้เริ่มปลดประจำการจรวด CRV7 ในช่วงปี 2005 ถึง 2007 ส่งผลให้มีจรวดคงคลังจำนวน 83,303 ลูกที่รอการกำจัด ในปี 2024 กระทรวงกลาโหมแคนาดาได้พิจารณามอบจรวดเหล่านี้ให้แก่ยูเครนเพื่อใช้ในการป้องกันประเทศจากการรุกรานของรัสเซีย

ในเดือนกันยายน 2024 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม Bill Blair ประกาศว่าแคนาดาจะส่งมอเตอร์จรวดจำนวน 80,840 ชุด และหัวรบอีก 1,300 ชุด ให้แก่ยูเครนในระยะเวลาไม่กี่เดือนข้างหน้า เพิ่มเติมจากจำนวน 2,100 ชุดที่ส่งไปก่อนหน้านี้

คำถามที่พบบ่อย

CRV7 แตกต่างจากจรวด Hydra 70 ของสหรัฐฯ อย่างไร?

CRV7 มีพลังงานขณะกระทบเป้าหมายสูงกว่าประมาณสองเท่า มีวิถีการบินที่ราบเรียบกว่า และมีระยะยิงหวังผลที่ไกลกว่า (มากกว่า 4,000 เมตร) ทำให้ผู้ยิงมีความปลอดภัยจากอาวุธต่อสู้อากาศยานระยะสั้นมากกว่า

ทำไมต้องมีการพัฒนาเครื่องยนต์รุ่น C-15, C-17 และ C-18?

เพื่อลดปริมาณควันที่เกิดจากเชื้อเพลิงอะลูมิเนียมในรุ่น C-14 ซึ่งเป็นอันตรายต่อเครื่องบินที่บินช้าและเฮลิคอปเตอร์ที่ต้องบินผ่านกลุ่มควันของตัวเอง

ความแม่นยำของ CRV7 อยู่ในระดับใด?

CRV7 มีค่าการกระจายตัวเพียง 3-4 มิลลิเรเดียน ซึ่งแม่นยำกว่าปืนใหญ่อากาศมาตรฐานอย่าง M61 Vulcan และ GAU-8 Avenger