Cümbüş เครื่องดนตรีสายจากตุรกีที่มีเสียงเป็นเอกลักษณ์
สรุปใจความสำคัญ
- Cümbüş ถูกสร้างขึ้นในปี 1930 โดย Zeynel Abidin Cümbüş เพื่อเป็นทางเลือกราคาถูกและทนทานกว่า oud
- ชื่อ Cümbüş แปลว่า 'การเฉลิมฉลอง' หรือ 'ความสนุกสนาน' ในภาษาตุรกี
- ตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมปั่นขึ้นรูปและหนังสัตว์ ซึ่งทำให้มีเสียงที่ดังและพุ่งพุ่งกว่าเครื่องสายไม้แบบดั้งเดิม
- มีหลายรุ่นที่ดัดแปลงให้จูนสายและมีเฟรตแบบกีตาร์, แมนโดลิน และตะวันตก
Cümbüş (อ่านว่า จุมบุช) เป็นเครื่องดนตรีประเภทสายของตุรกีที่มีต้นกำเนิดค่อนข้างทันสมัย โดยถูกพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1930 โดย Zeynel Abidin Cümbüş เพื่อให้เป็นเครื่องดนตรีที่คล้ายกับ oud (อูด) แต่มีเสียงดังกว่าเพื่อให้สามารถบรรเลงบรรเลงร่วมกับวงดนตรีขนาดใหญ่ได้
ลักษณะทางกายภาพและการออกแบบ
Cümbüş มีรูปร่างคล้ายกับแบนโจ (banjo) ของอเมริกา โดยมีส่วนล่างที่เป็นหม้อเสียง (resonator bowl) ทำจากอะลูมิเนียมปั่นขึ้นรูป และมีแผ่นเสียง (soundboard) ทำจากหนังสัตว์ แม้ว่าเดิมทีจะถูกออกแบบมาให้เป็น oud own, แต่ในเวลาต่อมาได้มีการดัดแปลงให้เป็นเครื่องดนตรีชนิดอื่น ๆ โดยการเปลี่ยนคอและสายพาน ซึ่งรุ่นมาตรฐานของ Cümbüş จะไม่มีเฟรต (fretless) แต่สำหรับรุ่นที่เลียนแบบกีตาร์, แมนโดลิน และอูคูเลเล่ จะมีเฟรตติดตั้งมาให้

ต้นกำเนิดของผู้สร้างและชื่อเรียก
คำว่า cümbüş ในภาษาตุรกีแปลว่า "การเฉลิมฉลอง" หรือ "ความสนุกสนาน" ซึ่งเครื่องดนตรีชนิดนี้ถูกนำเสนอเป็นทางเลือกที่ราคาถูกกว่า oud คลาสสิกที่มีราคาสูง สิ่งที่น่าสนใจคือ Zeynel Abidin Cümbüş ผู้สร้างเครื่องดนตรีนี้ไม่ได้ตั้งชื่อเครื่องดนตรีตามชื่อตัวเอง แต่เขากลับนำชื่อเครื่องดนตรีมาใช้เป็นนามสกุลของเขาเองหลังจากที่รัฐบาลตุรกีออกกฎหมายให้ทุกครอบครัวต้องมีนามสกุลในปี ค.ศ. 1934
ประวัติศาสตร์และบริบททางสังคม
หลังสงครามประกาศอิสรภาพของตุรกี Zeynel Abidin ต้องการสร้างเครื่องดนตรีที่สะท้อนถึงอุดมการณ์แห่งสันติภาพ และเป็นเครื่องดนตรีสำหรับมวลชน เขาเปลี่ยนบริษัทของเขาจากการผลิตอาวุธมาเป็นการผลิตเครื่องดนตรีเพื่อ "สนับสนุนสันติภาพผ่านดนตรี"
อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก Cümbüş มีราคาถูก จึงกลายเป็นเครื่องดนตรีของคนจนและกลุ่มชาติพันธุ์น้อยในตุรกี เช่น ชาวรูม (Rûm), ชาวอาร์เมเนีย, ชาวเยิว และชาวเคิร์ด ซึ่งทำให้ถูกมองว่าเป็นเครื่องดนตรี "ชั้นต่ำ" หรือ "แปลกแยก" โดยนักดนตรีคลาสสิกในยุคนั้น ส่งผลให้ความนิยมลดลงในช่วงทศวรรษ 1960 แต่ได้กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในช่วงกลางทศวรรษ 1990 ผ่านการฟื้นฟูดนตรีพื้นเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ และถูกนำไปใช้ในดนตรีร็อกและเทคโนสมัยใหม่ของตุรกี
รุ่นต่างๆ ของ Cümbüş
| รุ่น | ลักษณะเด่น | การจูนสาย |
|---|---|---|
| Cümbüş (มาตรฐาน) | คอสั้น, ไม่มีเฟรต, 6 คู่สาย | จูนแบบ oud |
| Cümbüş Extra | หม้อเสียงทำจากไม้, เสียงนุ่มนวลกว่า | จูนแบบ oud |
| Cümbüş Saz | คอยาว, มีเฟรตแบบผูก, 3 คู่สาย | จูนแบบ bağlama |
| Cümbüş Cura | จูนแบบ bağlama (เสียงสูงกว่า) | |
| Cümbüş Tambur | จูนแบบ Turkish tambur | |
| Cümbüş Guitar | จูนแบบกีตาร์, มีเฟรต, 6 สายเดี่ยว | |
| Cümbüş Ukulele | จูนแบบอูคูเลเล่, มีเฟรต, 4 สายเดี่ยว |
การใช้งานในดนตรีสากล
Cümbüş มีการนำไปใช้ในดนตรีสากลโดยศิลปินชื่อดัง เช่น David Lindley ที่บรรเลงในเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Paris, Texas และ David Gilmour มือกีตาร์วง Pink Floyd ที่ใช้ Cümbüş ในอัลบั้มโซโล่ On An Island
คำถามที่พบบ่อย
Cümbüş แตกต่างจาก Oud อย่างไร?
Cümbüş มีรูปร่างคล้ายแบนโจ โดยใช้หม้อเสียงอะลูมิเนียมและหนังสัตว์แทนที่จะเป็นไม้ทั้งหมด ทำให้มีเสียงที่ดังกว่าและทนทานกว่า และมักจะถูกออกแบบมาให้เป็นราคาที่ราคาถูกกว่า
ใครเป็นผู้สร้าง Cümbüş?
Zeynel Abidin Cümbüş เป็นผู้สร้างและพัฒนาเครื่องดนตรีชนิดนี้ขึ้นในปี ค.ศ. 1930 ในอิสตันบูล ประเทศตุรกี
Cümbüş สามารถบรรเลงเพลงประเภทใดได้บ้าง?
Cümbüş และรุ่นดัดแปลงต่างๆ สามารถบรรเลงได้ทั้งดนตรีพื้นเมืองตุรกี (alaturka) และดนตรีตะวันตก (alafranga) เนื่องจากมีความยืดหยุ่นในการเปลี่ยนคอและสาย