← กลับไปยังบทความทั้งหมด

De troubadour เพลงชนะเลิศการประกวด Eurovision ปี 1969 ของเนเธอร์แลนด์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นหนึ่งใน 4 เพลงที่ชนะเลิศร่วมในการประกวด Eurovision Song Contest 1969
  • ประพันธ์ทำนองโดย David Hartsema และเขียนเนื้อร้องโดย Lenny Kuhr
  • บันทึกเสียงไว้ถึง 6 ภาษา เพื่อการเผยแพร่ในระดับสากล
  • สร้างสถิติให้เนเธอร์แลนด์เปลี่ยนจากอันดับสุดท้ายในปี 1968 มาเป็นผู้ชนะในปี 1969

De troubadour (ภาษาดัตช์ แปลว่า "นักขับลำนำ") เป็นบทเพลงที่ขับร้องโดย Lenny Kuhr นักร้องชาวดัตช์ โดยมี David Hartsema เป็นผู้ประพันธ์ทำนอง และ Kuhr เป็นผู้เขียนเนื้อร้อง เพลงนี้เป็นตัวแทนของประเทศเนเธอร์แลนด์ในการประกวด Eurovision Song Contest 1969 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน และกลายเป็นหนึ่งในสี่บทเพลงที่ครองตำแหน่งผู้ชนะร่วมในปีนั้น

Lenny Kuhr ในการแสดงเพลง De troubadour
Lenny Kuhr ศิลปินผู้ขับร้องเพลง De troubadour

แนวคิดและการประพันธ์

เพลง "De troubadour" ถูกประพันธ์ขึ้นในรูปแบบเพลงบัลลาด (Ballad) โดยได้รับแรงบันดาลใจทั้งในด้านดนตรีและเนื้อหาจากประเพณีเพลงพื้นบ้าน (Folk-song traditions) เนื้อหาของเพลงบอกเล่าเรื่องราวของนักขับลำนำในยุคกลาง และบรรยายถึงผลกระทบที่ดนตรีของเขามีต่อผู้ฟัง

เพื่อให้เข้าถึงผู้ฟังในระดับสากล Lenny Kuhr ได้บันทึกเสียงเพลงนี้ใน 6 ภาษา ได้แก่ ภาษาดัตช์, อังกฤษ (The Troubadour), ฝรั่งเศส (Le troubadour), เยอรมัน (Der Troubadour), อิตาลี (Un cantastorie) และสเปน (El trovador)

การประกวด Eurovision Song Contest 1969

ก่อนที่จะเข้าสู่เวทีระดับนานาชาติ เพลง "De troubadour" ได้ผ่านการคัดเลือกในรายการ Nationaal Songfestival ครั้งที่ 13 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1969 ซึ่งจัดโดย Nederlandse Televisie Stichting (NTS) โดยเพลงนี้ได้รับชัยชนะและได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของเนเธอร์แลนด์

การแสดงบนเวที Eurovision 1969
บรรยากาศการประกวด Eurovision Song Contest 1969 ณ Teatro Real กรุงมาดริด

ในการประกวดรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 1969 ณ Teatro Real กรุงมาดริด โดยมีสถานีโทรทัศน์ Televisión Española (TVE) เป็นผู้ดำเนินงาน Lenny Kuhr ขึ้นแสดงเป็นลำดับที่ 8 ของคืนนั้น โดยมี Frans de Kok เป็นผู้อำนวยเพลงให้กับวงออร์เคสตราที่บรรเลงสด

ผลการตัดสินและประวัติศาสตร์การครองแชมป์

เมื่อสิ้นสุดการลงคะแนน เพลง "De troubadour" ได้รับ 18 คะแนน ซึ่งเท่ากับคะแนนของตัวแทนจากประเทศสเปน (เพลง "Vivo cantando" โดย Salomé), ฝรั่งเศส (เพลง "Un jour, un enfant" โดย Frida Boccara) และสหราชอาณาจักร (เพลง "Boom Bang-a-Bang" โดย Lulu)

เนื่องจากในขณะนั้นยังไม่มีกฎการตัดสินกรณีคะแนนเท่ากัน (Tiebreaker rule) คณะกรรมการจึงประกาศให้ทั้ง 4 ประเทศเป็นผู้ชนะร่วมกัน เหตุการณ์นี้สร้างสถิติที่น่าสนใจสำหรับเนเธอร์แลนด์ เนื่องจากในปี 1968 ตัวแทนของประเทศได้รับคะแนนต่ำสุด (ร่วม) แต่ในปีถัดมากลับสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ชนะ (ร่วม) ได้สำเร็จ

ผลลัพธ์และการแสดงในภายหลัง

เพลง "De troubadour" ถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้มสตูดิโอชื่อ Lenny Kuhr และในอีก 5 ปีต่อมา Kuhr ได้นำเพลงนี้มาปรับเปลี่ยนเนื้อร้องภาษาดัตช์ใหม่และเปลี่ยนชื่อเพลงเป็น "De generaal" (ท่านนายพล) เพื่อเป็นการยกย่อง Rinus Michels หัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้รับฉายาว่า "นายพล" จากเหล่านักเตะ

นอกจากนี้ Lenny Kuhr ยังได้นำเพลงนี้กลับมาแสดงอีกครั้งในงานฉลองครบรอบ 25 ปีของ Eurovision ในรายการ Songs of Europe เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ค.ศ. 1981 และล่าสุดในวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2021 ในช่วงพักครึ่ง (Interval act) ของการประกวด Eurovision Song Contest 2021 ในชุดเดรสชุดเดิมที่เธอสวมใส่ในการแสดงเมื่อ 52 ปีก่อน

คำถามที่พบบ่อย

เพลง De troubadour ชนะการประกวด Eurovision ปี 1969 อย่างไร?

เพลงนี้ได้รับ 18 คะแนน ซึ่งเท่ากับตัวแทนจากสเปน ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร และเนื่องจากไม่มีกฎการตัดสินกรณีคะแนนเท่ากันในขณะนั้น ทั้ง 4 ประเทศจึงถูกประกาศให้เป็นผู้ชนะร่วมกัน

Lenny Kuhr บันทึกเสียงเพลงนี้ในภาษากี่ภาษา?

เธอได้บันทึกเสียงเพลงนี้ใน 6 ภาษา ได้แก่ ภาษาดัตช์, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี และสเปน

เพลง De generaal มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับ De troubadour?

De generaal เป็นเวอร์ชันที่ Lenny Kuhr นำเพลง De troubadour มาปรับเปลี่ยนเนื้อร้องภาษาดัตช์ใหม่เพื่อยกย่อง Rinus Michels โค้ชฟุตบอลทีมชาติเนเธอร์แลนด์

Lenny Kuhr สวมชุดเดิมในการแสดงปี 2021 หรือไม่?

ใช่ ในการแสดงช่วงพักครึ่งของการประกวด Eurovision 2021 เธอได้สวมชุดเดรสชุดเดิมที่เธอเคยใส่ในการประกวดปี 1969

ใครเป็นผู้ประพันธ์เพลง De troubadour?

ทำนองเพลงประพันธ์โดย David Hartsema และเนื้อร้องเขียนโดย Lenny Kuhr เอง