← กลับไปยังบทความทั้งหมด

คำประกาศความผ่อนปรน (1687) จุดเริ่มต้นของเสรีภาพทางศาสนาในอังกฤษ

สรุปใจความสำคัญ

  • คำประกาศความผ่อนปรนถูกออกโดยพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ในปี ค.ศ. 1687 เพื่อมอบเสรีภาพทางศาสนาในอังกฤษและสกอตแลนด์
  • คำประกาศนี้ระงับกฎหมายลงโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามคริสตจักรแห่งอังกฤษ และยกเลิกคำสาบานทางศาสนาในการรับราชการ
  • คำประกาศสิ้นสุดลงเมื่อพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ถูกถอดจากอำนาจในการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ และอำนาจในการระงับกฎหมายถูกยกเลิกโดย Bill of Rights

คำประกาศความผ่อนปรน หรือที่รู้จักในชื่อ คำประกาศเพื่อเสรีภาพแห่งมโนธรรม (Declaration for Liberty of Conscience) คือประกาศสองฉบับที่ออกโดยพระเจ้าเจมส์ที่ 2 แห่งอังกฤษและไอร์แลนด์ และพระเจ้าเจมส์ที่ 7 แห่งสกอตแลนด์ ในปี ค.ศ. 1687 ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างเสรีภาพทางศาสนาในบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์ แม้ว่าในท้ายที่สุดจะถูกระงับลงเนื่องจากการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ (Glorious Revolution) ก็ตาม

หน้าแรกของคำประกาศความผ่อนปรน ปี 1687
หน้าแรกของคำประกาศความผ่อนปรน (1687) จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์บริติช

สาระสำคัญของคำประกาศ

คำประกาศนี้ได้มอบเสรีภาพทางศาสนาอย่างกว้างขวางในอังกฤษ โดยมีมาตรการหลักดังนี้:

  • ระงับกฎหมายลงโทษ: ยกเลิกการบังคับใช้กฎหมายที่ลงโทษผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหลักการของคริสตจักรแห่งอังกฤษ (Church of England)
  • เสรีภาพในการประกอบพิธีกรรม: อนุญาตให้ประชาชนสามารถนมัสการในบ้านหรือโบสถ์น้อยตามความเชื่อของตนได้
  • ยกเลิกคำสาบานทางศาสนา: ยกเลิกข้อกำหนดที่ต้องกล่าวคำสาบานทางศาสนาก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งในหน่วยงานรัฐบาล

พระเจ้าเจมส์ที่ 2 ทรงใช้อำนาจในการระงับกฎหมาย (Suspending Power) เพื่อยกเลิกกฎหมายลงโทษทางศาสนาและมอบความอดทนอดกลั้นให้แก่กลุ่มคริสเตียนนิกายต่างๆ โดยได้รับการสนับสนุนจาก วิลเลียม เพนน์ (William Penn) ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้ผลักดันหลักให้เกิดประกาศนี้

การต่อต้านและข้อโต้แย้ง

แม้จะดูเหมือนเป็นการมอบเสรีภาพ แต่คำประกาศนี้ถูกต่อต้านอย่างหนักจากกลุ่มแองกลิกัน (Anglicans) ทั้งในด้านศาสนาและรัฐธรรมนูญ โดยมีเหตุผลดังนี้:

  • ขาดขอบเขตที่ชัดเจน: กลุ่มแองกลิกันกังวลว่าคำประกาศนี้ไม่มีการระบุขอบเขตที่ชัดเจน ซึ่งในทางทฤษฎีอาจอนุญาตให้มีการปฏิบัติศาสนาใดก็ได้ รวมถึงศาสนาอิสลาม ศาสนายิว หรือลัทธิเพแกน
  • อำนาจสมบูรณาญาสิทธิราชย์: คำประกาศนี้ไม่เพียงแต่มอบเสรีภาพทางศาสนา แต่ยังเป็นการยืนยันถึง "อำนาจสูงสุด พระราชอำนาจ และอำนาจเด็ดขาดของกษัตริย์" ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่ราษฎรต้องเชื่อฟังโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

เหตุการณ์ในปี 1687 และ 1688

สถานการณ์ในสกอตแลนด์

ในตอนแรก กลุ่มเพรสไบทีเรียน (Presbyterians) ในสกอตแลนด์ปฏิเสธที่จะยอมรับคำประกาศนี้ จนกระทั่งกษัตริย์ทรงออกประกาศฉบับแก้ไขในวันที่ 28 มิถุนายน ซึ่งมอบสิทธิเสรีภาพให้กลุ่มเพรสไบทีเรียนเท่าเทียมกับชาวคาทอลิก ทำให้คนส่วนใหญ่ยอมรับ ยกเว้นกลุ่มคอเวแนนเตอร์ส (Covenanters)

สถานการณ์ในอังกฤษ

ในอังกฤษ กลุ่มที่ไม่สอดคล้องกับคริสตจักรหลัก (Nonconformists) ส่วนใหญ่ยินดีกับประกาศนี้ แต่กลุ่มเพรสไบทีเรียนยังคงลังเล เนื่องจากกังวลว่าเสรีภาพนี้ขึ้นอยู่กับพระราชวินิจฉัยส่วนพระองค์ของกษัตริย์เพียงอย่างเดียว

ต่อมาในวันที่ 27 เมษายน ค.ศ. 1688 มีการออกคำประกาศความผ่อนปรนฉบับแก้ไข ซึ่งนำไปสู่การต่อต้านอย่างเปิดเผยจากกลุ่มแองกลิกัน โดยมีเหตุการณ์สำคัญคือ วิลเลียม แซงครอฟต์ (William Sancroft) อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี และบิชอปอีก 6 ท่าน ได้ยื่นคำร้องว่าคำประกาศนี้ผิดกฎหมาย ส่งผลให้บิชอปทั้ง 7 ท่านถูกนำตัวขึ้นศาลในข้อหากบฏและปลุกปั่น แต่ในที่สุดศาลได้ตัดสินให้พ้นผิด

บทสรุปและการสิ้นสุด

คำประกาศความผ่อนปรนกลายเป็นโมฆะเมื่อพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ถูกถอดจากตำแหน่งในการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ (Glorious Revolution) และต่อมา ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิ (Bill of Rights) ได้สั่งยกเลิกอำนาจในการระงับกฎหมายของกษัตริย์อย่างเด็ดขาด

คำถามที่พบบ่อย

คำประกาศความผ่อนปรน (Declaration of Indulgence) คืออะไร?

คือประกาศของพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ในปี ค.ศ. 1687 ที่มอบเสรีภาพทางศาสนาให้แก่กลุ่มคริสเตียนนิกายต่างๆ และระงับการใช้กฎหมายลงโทษผู้ที่ไม่นับถือศาสนาตามคริสตจักรแห่งอังกฤษ

ทำไมกลุ่มแองกลิกันถึงต่อต้านคำประกาศนี้?

เพราะกังวลว่าคำประกาศนี้ไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน ซึ่งอาจเปิดทางให้ศาสนาอื่นนอกเหนือจากคริสต์ศาสนา และมองว่าเป็นการใช้อำนาจสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของกษัตริย์ที่อยู่เหนือกฎหมาย

เหตุการณ์นี้จบลงอย่างไร?

คำประกาศนี้กลายเป็นโมฆะหลังจากพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ถูกถอดจากอำนาจในการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ และมีการออก Bill of Rights เพื่อยกเลิกอำนาจของกษัตริย์ในการระงับกฎหมาย