← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ความหมายและประเภทของประเทศ

สรุปใจความสำคัญ

  • คำว่า 'ประเทศ' ไม่ได้หมายถึงรัฐอธิปไตยเสมอไป แต่รวมถึงดินแดนในปกครองและรัฐที่ได้รับการยอมรับจำกัดด้วย
  • จำนวนประเทศในโลกไม่มีตัวเลขที่แน่นอนเนื่องจากความแตกต่างในการยอมรับทางการทูต
  • รัฐพหุชาติ (Multinational State) คือประเทศที่ประกอบด้วยหลายเชื้อชาติหรือหลายชาติพันธุ์ภายในรัฐเดียว

คำว่า ประเทศ (Country) เป็นคำที่มีความหมายกว้างและซับซ้อน โดยในบริบททั่วไปมักใช้เรียกหน่วยทางการเมืองหรืออาณาเขตบนโลก ซึ่งอาจทำหน้าที่เป็นรัฐอธิปไตย รัฐที่ไม่ได้รับการยอมรับ รัฐที่เป็นส่วนประกอบ หรือดินแดนในปกครอง ความคลุมเครือของคำนี้เกิดจากการที่ไม่มีข้อตกลงที่เป็นสากลเกี่ยวกับจำนวน "ประเทศ" ที่แน่นอนในโลก เนื่องจากสถานะการยอมรับทางการทูตของบางพื้นที่มีความแตกต่างกันตามมุมมองของแต่ละรัฐ

นิยามและความหลากหลายของการใช้คำ

ในภาษาอังกฤษและหลายภาษาทั่วโลก คำว่า "ประเทศ" ถูกนำมาใช้ในหลายมิติ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักได้ดังนี้:

  • มิติทางการเมือง: มักใช้เป็นคำไวพจน์ของคำว่า "รัฐ" (State) หรือ "ชาติ" (Nation) โดยหมายถึงหน่วยทางการเมืองที่มีการปกครองตนเองหรือเคยมีอธิปไตยในอดีต
  • มิติทางภูมิศาสตร์และสังคม: อาจใช้เรียกพื้นที่ที่มีลักษณะเฉพาะแต่ไม่ใช่รัฐอิสระ เช่น "West Country" ในอังกฤษ หรือการใช้คำว่า "the country" เพื่อสื่อถึงพื้นที่ชนบท (Countryside) ซึ่งแยกออกจากพื้นที่เมือง
  • มิติทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์: ในบางบริบท เช่น มุมมองของชาวอะบอริจินในออสเตรเลีย คำว่า "Country" อาจไม่ได้หมายถึงเพียงแค่แผนที่หรือเขตแดน แต่หมายถึงความผูกพันระหว่างผู้คน จิตวิญญาณ และแผ่นดิน

นักวิชาการหลายท่านชี้ให้เห็นว่าความพยายามในการสร้างนิยามที่ชัดเจนของคำว่าประเทศมักประสบปัญหาเนื่องจากมีข้อยกเว้นและความผิดปกติทางประวัติศาสตร์และการเมืองจำนวนมาก

สถานะทางรัฐศาสตร์และรูปแบบของรัฐ

เมื่อพิจารณาในเชิงรัฐศาสตร์ คำว่าประเทศสามารถจำแนกตามสถานะของอำนาจอธิปไตยได้ดังนี้:

รัฐอธิปไตย (Sovereign State)

คือหน่วยทางการเมืองที่มีอำนาจสูงสุดและชอบธรรมในการปกครองอาณาเขตของตนเอง โดยไม่ขึ้นตรงต่ออำนาจภายนอก

รัฐที่ได้รับการยอมรับจำกัด (States with Limited Recognition)

คือรัฐที่มีการประกาศเอกราชและปกครองตนเอง แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากสมาชิกสหประชาชาติ (UN) ทั้งหมด หรือได้รับการยอมรับจากเพียงบางประเทศเท่านั้น เช่น ไต้หวัน (Taiwan), สาธารณรัฐซาฮาราวี (Sahrawi Republic) และโคโซโว (Kosovo)

รัฐที่เป็นส่วนประกอบ (Constituent Countries)

คือประเทศที่เป็นส่วนหนึ่งของรัฐอธิปไตยที่ใหญ่กว่า เช่น รัฐอาณาจักรเดนมาร์ก ซึ่งประกอบด้วยเดนมาร์กแผ่นดินใหญ่ หมู่เกาะแฟโร และกรีนแลนด์ ซึ่งแต่ละส่วนอาจถูกเรียกว่าประเทศในบริบทของตนเอง

ดินแดนในปกครอง (Dependent Territories)

คือพื้นที่ที่มีการปกครองตนเองในบางระดับ แต่ยังคงอยู่ภายใต้การดูแลหรืออธิปไตยของรัฐอื่น

แผนที่โลกอย่างเป็นทางการของสหประชาชาติ
แผนที่โลกแสดงการแบ่งเขตแดนทางการเมืองของประเทศต่างๆ ทั่วโลก

การจำแนกประเภทตามการพัฒนา

ในระดับสากล ประเทศมักถูกแบ่งกลุ่มตามระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม โดยแบ่งเป็น ประเทศพัฒนาแล้ว (Developed Countries) และ ประเทศกำลังพัฒนา (Developing Countries) เพื่อใช้ในการวิเคราะห์นโยบายเศรษฐกิจและการให้ความช่วยเหลือระหว่างประเทศ

คำถามที่พบบ่อย

ความแตกต่างระหว่าง 'ประเทศ' และ 'รัฐ' คืออะไร?

ในทางปฏิบัติมักใช้แทนกันได้ แต่ 'รัฐ' (State) มักเน้นถึงองค์กรทางการเมืองที่มีอำนาจอธิปไตยและระบบกฎหมาย ในขณะที่ 'ประเทศ' (Country) สามารถครอบคลุมถึงพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม และดินแดนที่ไม่มีอธิปไตยสมบูรณ์ได้

ทำไมจำนวนประเทศในโลกถึงไม่เท่ากันในแต่ละแหล่งข้อมูล?

เพราะบางพื้นที่มีการปกครองตนเองแต่ไม่ได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติหรือประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ทำให้บางแหล่งนับรวมพื้นที่เหล่านี้เป็นประเทศ แต่บางแหล่งนับเฉพาะรัฐอธิปไตยที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ

รัฐที่ได้รับการยอมรับจำกัดคืออะไร?

คือรัฐที่ประกาศเอกราชและมีรัฐบาลปกครองตนเอง แต่ไม่ได้รับการยอมรับจากสมาชิกสหประชาชาติทั้งหมด เช่น ไต้หวัน หรือโคโซโว