← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เครื่องลดความชื้น หลักการทำงาน ประเภท และการใช้งาน

สรุปใจความสำคัญ

  • เครื่องลดความชื้นถูกประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกในปี 1902 โดย Willis Carrier เพื่อใช้ในโรงพิมพ์
  • เครื่องลดความชื้นแบบควบแน่นใช้ระบบทำความเย็นเพื่อเปลี่ยนไอน้ำเป็นหยดน้ำ ในขณะที่แบบสารดูดความชื้นใช้สารไฮโดรฟิลิก เช่น ซิลิกาเจล
  • เครื่องลดความชื้นแบบไฟฟ้าที่ใช้ในห้องจะทำให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้น เนื่องจากคอยล์ร้อนและคอยล์เย็นอยู่ในระบบปิดภายในห้องเดียวกัน
  • ระบบปรับอากาศทั่วไปสามารถลดความชื้นได้โดยการทำให้คอยล์เย็นมีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดน้ำค้าง

เครื่องลดความชื้น (Dehumidifier) คืออุปกรณ์ปรับอากาศชนิดหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อลดและรักษาความชื้นในอากาศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสุขอนามัย ความสบายทางความร้อน (Thermal Comfort) การกำจัดกลิ่นอับ และป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อราและตะไคร่น้ำ ซึ่งส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพของผู้อยู่อาศัยและโครงสร้างของอาคาร

เครื่องลดความชื้นมีการใช้งานอย่างแพร่หลายตั้งแต่ระดับครัวเรือน การพาณิชย์ ไปจนถึงระดับอุตสาหกรรม เช่น ในลานสเก็ตน้ำแข็งในร่ม สระว่ายน้ำในร่ม โรงงานผลิตสินค้า หรือคลังสินค้าที่ต้องการการควบคุมความชื้นอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ ระบบปรับอากาศทั่วไปส่วนใหญ่ยังมีการทำงานในลักษณะของการลดความชื้นควบคู่ไปกับการทำความเย็น โดยการทำให้คอยล์เย็นมีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดน้ำค้าง (Dew Point) เพื่อให้ไอน้ำในอากาศควบแน่นเป็นหยดน้ำและระบายออกไป

เครื่องลดความชื้นแบบตั้งพื้นสำหรับใช้งานในบ้าน
ตัวอย่างเครื่องลดความชื้นที่ใช้ในที่พักอาศัยเพื่อควบคุมระดับความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ

ประเภทของเครื่องลดความชื้น

เครื่องลดความชื้นทำงานโดยการดึงน้ำออกจากอากาศที่ไหลผ่านตัวเครื่อง ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักได้ดังนี้:

1. เครื่องลดความชื้นแบบควบแน่น (Condensate Dehumidifiers)

เครื่องประเภทนี้ใช้ระบบทำความเย็น (Refrigeration Cycle) เพื่อทำให้ไอน้ำในอากาศควบแน่นเป็นหยดน้ำ ซึ่งเรียกว่า น้ำคอนเดนเสท (Condensate) โดยทั่วไปน้ำที่ได้จะถูกจัดเป็นน้ำเทา (Greywater) แต่ในบางกรณีสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมได้ และมีผู้ผลิตบางรายติดตั้งระบบกรอง Reverse Osmosis เพื่อเปลี่ยนน้ำนี้ให้เป็นน้ำดื่มได้

2. เครื่องลดความชื้นแบบสารดูดความชื้น (Desiccant Dehumidifiers)

หรือเรียกว่าเครื่องลดความชื้นแบบดูดซับ (Absorption Dehumidifiers) ทำงานโดยการใช้สารที่มีคุณสมบัติชอบน้ำ (Hydrophilic materials) เช่น ซิลิกาเจล (Silica Gel) เพื่อดักจับความชื้นจากอากาศ ในเครื่องขนาดเล็กสำหรับใช้ในบ้านมักใช้ตลับสารดูดความชื้นแบบใช้แล้วทิ้ง ส่วนเครื่องขนาดใหญ่ในเชิงพาณิชย์จะใช้ระบบหมุนเวียนสารดูดความชื้น โดยใช้ลมร้อนในการไล่ความชื้นออกจากสารดูดความชื้นและระบายอากาศชื้นออกไปนอกห้อง

3. เครื่องลดความชื้นแบบเมมเบรน (Membrane Dehumidifiers)

เป็นเทคโนโลยีที่กำลังพัฒนา เช่น เครื่องลดความชื้นแบบเมมเบรนไอออนิก (Ionic Membrane Dehumidifier) ซึ่งจะกำจัดน้ำในรูปแบบของไอระเหยแทนที่จะเป็นของเหลว เทคโนโลยีนี้มุ่งเน้นไปที่การลดขนาดของตัวเครื่องและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้น

หลักการทำงานทางเทคนิค

การควบแน่นด้วยความร้อน (Thermal Condensation)

วิธีการนี้อาศัยหลักการดึงอากาศให้ไหลผ่านพื้นผิวที่มีความเย็น เนื่องจากความดันไออิ่มตัวของน้ำจะลดลงเมื่ออุณหภูมิลดลง ไอน้ำในอากาศจึงควบแน่นเป็นหยดน้ำบนพื้นผิวเย็นนั้น ทำให้แยกน้ำออกจากอากาศได้

ระบบทำความเย็นด้วยไฟฟ้า (Electric Refrigeration)

เป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด โดยใช้พัดลมดูดอากาศชื้นให้ไหลผ่านคอยล์เย็น (Evaporator) ซึ่งมี 3 รูปแบบหลักคือ แบบท่อขด (Coiled tube), แบบครีบและท่อ (Fin and tube) และเทคโนโลยีไมโครแชนแนล (Microchannel) เมื่ออากาศสัมผัสกับคอยล์เย็น น้ำจะควบแน่นและถูกระบายออก จากนั้นอากาศที่แห้งแล้วจะถูกทำให้ร้อนขึ้นอีกครั้งด้วยคอยล์ร้อน (Condenser) ก่อนจะปล่อยกลับเข้าสู่ห้อง

ข้อแตกต่างจากเครื่องปรับอากาศ: ในเครื่องปรับอากาศทั่วไป คอยล์ร้อนจะถูกติดตั้งไว้นอกห้องเพื่อระบายความร้อนออกไป แต่ในเครื่องลดความชื้น ทั้งคอยล์เย็นและคอยล์ร้อนจะอยู่ในเครื่องเดียวกันและอยู่ในห้องเดียวกัน ดังนั้น พลังงานไฟฟ้าที่เครื่องใช้จะเปลี่ยนเป็นความร้อนสะสมอยู่ในห้อง ทำให้ห้องมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย นอกจากนี้ ความร้อนแฝงของการกลายเป็นไอ (Latent heat of vaporization) ที่ถูกปล่อยออกมาขณะที่ไอน้ำควบแน่นเป็นน้ำ ก็จะเพิ่มอุณหภูมิในห้องเช่นกัน

ประวัติความเป็นมา

เครื่องลดความชื้นเครื่องแรกของโลกถูกประดิษฐ์ขึ้นในปี ค.ศ. 1902 โดย วิลลิส แคริเออร์ (Willis Carrier) นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน เพื่อใช้ในโรงพิมพ์ที่บรูคลิน ซึ่งการค้นพบนี้เป็นแรงผลักดันสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาระบบปรับอากาศในเวลาต่อมา แม้ว่าการควบคุมความชื้นแบบ "Passive" เช่น การเพิ่มการระบายอากาศตามธรรมชาติ จะมีการใช้งานมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วก็ตาม

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องลดความชื้นแตกต่างจากเครื่องปรับอากาศอย่างไร?

เครื่องปรับอากาศเน้นการลดอุณหภูมิโดยระบายความร้อนออกนอกห้อง แต่เครื่องลดความชื้นเน้นการดึงน้ำออกจากอากาศ โดยที่ทั้งคอยล์เย็นและคอยล์ร้อนอยู่ในเครื่องเดียวกัน ทำให้ความร้อนจากการทำงานและความร้อนแฝงจากการควบแน่นถูกปล่อยกลับเข้าสู่ห้อง ส่งผลให้อุณหภูมิในห้องสูงขึ้นเล็กน้อย

ควรใช้เครื่องลดความชื้นประเภทใดในสภาพอากาศที่เย็น?

เครื่องลดความชื้นแบบควบแน่น (Refrigeration) จะทำงานได้มีประสิทธิภาพสูงสุดที่อุณหภูมิสูงกว่า 20 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ประมาณ 45% หากอยู่ในสภาพอากาศที่เย็นจัด ประสิทธิภาพจะลดลง จึงควรพิจารณาใช้เครื่องลดความชื้นแบบสารดูดความชื้น (Desiccant) แทน

น้ำที่ได้จากเครื่องลดความชื้นนำมาใช้ประโยชน์ได้หรือไม่?

น้ำที่ได้จากการควบแน่น (Condensate) โดยทั่วไปถือเป็นน้ำเทา (Greywater) ไม่ควรนำมาดื่มโดยตรง แต่สามารถนำไปใช้ในทางอุตสาหกรรม หรือนำไปรดน้ำต้นไม้ได้ หากต้องการเปลี่ยนเป็นน้ำดื่มต้องผ่านระบบกรอง Reverse Osmosis

เครื่องลดความชื้นช่วยป้องกันเชื้อราได้อย่างไร?

เชื้อราและตะไคร่น้ำเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง การใช้เครื่องลดความชื้นเพื่อรักษาความชื้นสัมพัทธ์ให้อยู่ในระดับต่ำ (โดยทั่วไปต่ำกว่า 60%) จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของสปอร์เชื้อราและลดกลิ่นอับในอาคาร