ประชากรศาสตร์ของเมืองยูทิกา รัฐนิวยอร์ก ความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม
สรุปใจความสำคัญ
- เมืองยูทิกามีความหลากหลายทางชาติพันธุ์สูงมาก โดยมีชาวอิตาลี-อเมริกันเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุด (20%)
- การเข้ามาของผู้อพยพและผู้ลี้ภัยตั้งแต่ปี 1990 ช่วยหยุดยั้งการลดลงของประชากรของเมือง
- ชาวบอสเนีย-อเมริกันเป็นกลุ่มผู้อพยพรายใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง โดยมีจำนวนมากกว่า 8,000 คน
- ประชากรประมาณ 24.5% ของเมืองยูทิกาอยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน
เมืองยูทิกา (Utica) เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรมอย่างสูง โดยมีประวัติศาสตร์ยาวนานในการเป็นที่พักพิงสำหรับชนกลุ่มน้อยและผู้ลี้ภัย ซึ่งส่งผลให้โครงสร้างประชากรของเมืองนี้มีความน่าสนใจและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ประชากรและครัวเรือน
จากการสำรวจสำมะโนประชากรของสหรัฐอเมริกาในปี 2010 รายงานว่าเมืองยูทิกามีประชากร 62,235 คน โดยมีความหนาแน่นของประชากรอยู่ที่ 3,818.1 คนต่อตารางไมล์ ในด้านของที่อยู่อาศัย มีหน่วยที่อยู่อาศัยทั้งหมด 28,166 หน่วย โดยมีความหนาแน่นเฉลี่ย 1,696.7 หน่วยต่อตารางไมล์
โครงสร้างอายุและเพศ
ข้อมูลจากปี 2010 ระบุว่าสัดส่วนประชากรแบ่งตามช่วงอายุได้ดังนี้:
- อายุต่ำกว่า 18 ปี: 15,386 คน (24.7%)
- อายุ 18 ถึง 24 ปี: 7,721 คน (12.4%)
- อายุ 25 ถึง 44 ปี: 15,345 คน (24.7%)
- อายุ 45 ถึง 64 ปี: 14,562 คน (23.4%)
- อายุ 65 ปีขึ้นไป: 9,221 คน (14.8%)
อายุเฉลี่ยของประชากรอยู่ที่ 34.8 ปี โดยมีสัดส่วนเพศหญิงต่อเพศชายอยู่ที่ 100:92.6
สถานะครัวเรือนและรายได้
มีครัวเรือนทั้งหมด 25,100 ครัวเรือน โดย 27.0% ของครัวเรือนมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีอาศัยอยู่ด้วย และ 35.5% เป็นคู่สมรสที่อาศัยอยู่ด้วยกัน ขณะที่ 43.3% เป็นครัวเรือนแบบไม่ใช่ครอบครัว (non-families) ขนาดครัวเรือนเฉลี่ยอยู่ที่ 2.28 คน และขนาดครอบครัวเฉลี่ยอยู่ที่ 3.04 คน
ในด้านเศรษฐกิจ รายได้ปานกลางของครัวเรือนอยู่ที่ 24,916 ดอลลาร์ และรายได้ปานกลางของครอบครัวอยู่ที่ 33,818 ดอลลาร์ โดยมีประชากรประมาณ 24.5% ที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจน
เชื้อชาติและชาติพันธุ์
ยูทิกาเป็นเมืองที่โดดเด่นด้วยความหลากหลายทางชาติพันธุ์ โดยกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือ ชาวอิตาลี-อเมริกัน (20%) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลทางการเมืองในเมืองอย่างมาก
กลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ที่สำคัญ
กลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ที่มีสัดส่วนสำคัญ ได้แก่:
- ชาวสลาฟ (18%): ประกอบด้วยชาวโปแลนด์ (8.3%), ชาวบอสเนีย (7%) และชาวสลาฟตะวันออก (2.7%)
- ชาวไอริช (11.3%)
- ชาวแอฟริกัน-อเมริกัน (10.5%)
- ชาวเยอรมัน (10.3%)
- ชาวอังกฤษหรืออเมริกัน (8%)
- ชาวเปอร์โตริโก (6.8%)
- ชาวพม่า (3.5%)
- ชาวฝรั่งเศสและฝรั่งเศส-แคนาดา (2.7%)
- ชาวอาหรับและเลบานอน (2%)
- ชาวแคริบเบียนตะวันตก (1.8%)
- ชาวโดมินิกัน (1.5%)
- ชาวเวียดนาม (1.5%)
- ชาวกัมพูชา (0.7%)
นอกจากนี้ ประชากรในยูทิกายังมีการปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับดินแดนของ ชนเผ่า Oneida Nation ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองอเมริกัน
ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ
ตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา การหลั่งไหลเข้ามาของผู้อพยพและผู้ลี้ภัยจำนวนมากได้ช่วยชะลอการลดลงของประชากรในเมืองนี้ โดยกลุ่มผู้ลี้ภัยครอบครัวจำนวนมากได้เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ซึ่งรวมถึงกลุ่มจากบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, เวียดนาม, อิตาลี, ไทย และเบลารุส
ชาวบอสเนีย-อเมริกัน เป็นกลุ่มผู้อพยพรายใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเมือง โดยมีจำนวนมากกว่า 8,000 คน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้อพยพจากพม่า, ซูดาน และโซมาลีบันตู
ภาษาที่ใช้ในบ้าน
ข้อมูลจากปี 2000 ระบุว่าประชากรส่วนใหญ่ (80.34%) ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในบ้าน ขณะที่ภาษาอื่นๆ ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย ได้แก่ ภาษาสเปน (5.01%), ภาษาบอสเนีย (4.59%), ภาษาอิตาลี (2.40%), ภาษาโปแลนด์ (1.68%), ภาษารัสเซีย (1.58%), ภาษาเวียดนาม (1.54%) และภาษายูเครน (0.71%)
คำถามที่พบบ่อย
กลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองยูทิกาคือกลุ่มใด?
กลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดคือชาวอิตาลี-อเมริกัน ซึ่งคิดเป็น 20% ของประชากรในเมือง
ผู้ลี้ภัยมีบทบาทอย่างไรต่อประชากรของเมืองยูทิกา?
ผู้ลี้ภัยและผู้อพพยพที่เข้ามาตั้งแต่ทศวรรษ 1990 ได้ช่วยชะลอการลดลงของประชากรของเมืองที่ลดลงอย่างต่อเนื่องมานานกว่าสามทศวรรษ
ภาษาใดบ้างที่ถูกใช้เป็นภาษาหลักในบ้านนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ?
ภาษาสเปน, ภาษาบอสเนีย, ภาษาอิตาลี, ภาษาโปแลนด์, ภาษารัสเซีย และภาษาเวียดนาม เป็นภาษาที่ถูกใช้บ่อยที่สุดนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ