← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เดสเซา เมืองแห่งสถาปัตยกรรมบาวเฮาส์และมรดกโลกในเยอรมนี

สรุปใจความสำคัญ

  • เดสเซาเป็นที่ตั้งของโรงเรียนบาวเฮาส์แห่งที่สอง ซึ่งเป็นรากฐานของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
  • อาณาจักรสวนเดสเซา-เวิร์ลลิทซ์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก
  • เมืองนี้ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำมุลเดอและแม่น้ำเอลเบอ ในรัฐแซกโซนี-อันฮัลต์ ประเทศเยอรมนี
  • เคยเป็นเมืองหลวงของรัฐอันฮัลต์ในหลายช่วงเวลาของประวัติศาสตร์

เดสเซา (Dessau) เป็นเขตการปกครองส่วนหนึ่งของเมืองอิสระเดสเซา-รอสเซา (Dessau-Roßlau) ในรัฐแซกโซนี-อันฮัลต์ (Saxony-Anhalt) ประเทศเยอรมนี ตั้งอยู่บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำมุลเดอ (Mulde) และแม่น้ำเอลเบอ (Elbe) โดยจนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 เดสเซาเคยมีสถานะเป็นเมืองอิสระ จากข้อมูลเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 เมืองนี้มีประชากรประมาณ 67,747 คน

มุมมองทางอากาศของเมืองเดสเซา
มุมมองทางอากาศของเมืองเดสเซา แสดงให้เห็นผังเมืองและพื้นที่สีเขียว
ตราประจำเมืองเดสเซา
ตราประจำเมืองเดสเซา
แผนที่ตำแหน่งของเมืองเดสเซา
แผนที่แสดงตำแหน่งที่ตั้งของเมืองเดสเซาในเยอรมนี
ตำแหน่งของเดสเซาในประเทศเยอรมนี
เดสเซาตั้งอยู่ในประเทศเยอรมนี
ตำแหน่งของเดสเซาในรัฐแซกโซนี-อันฮัลต์
เดสเซาตั้งอยู่ในรัฐแซกโซนี-อันฮัลต์

ภูมิศาสตร์และสภาพแวดล้อม

เดสเซาตั้งอยู่บนพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำมุลเดอไหลลงสู่แม่น้ำเอลเบอ ลักษณะทางภูมิศาสตร์นี้ทำให้เมืองประสบปัญหาอุทกภัยเป็นประจำทุกปี โดยเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งรุนแรงที่สุดเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2545 ซึ่งส่งผลให้เขตวัลเดอร์เซ (Waldersee) ถูกน้ำท่วมเกือบทั้งหมด

ทางตอนใต้ของเมืองติดกับพื้นที่ป่าไม้ที่เรียกว่า โมซิกเคาเออร์ ไฮเดอ (Mosigkauer Heide) และมีจุดสูงสุดของเมืองคือ เชอร์เบลเบิร์ก (Scherbelberg) ซึ่งเป็นกองขยะเก่าที่มีความสูง 110 เมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ นอกจากนี้ เดสเซายังถูกล้อมรอบด้วยสวนสาธารณะและพระราชวังจำนวนมาก ทำให้เป็นหนึ่งในเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวมากที่สุดในเยอรมนี

ทัศนียภาพพื้นที่สีเขียวในเดสเซา
พื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะรอบเมืองเดสเซา

ประวัติศาสตร์

มีการกล่าวถึงเดสเซาครั้งแรกในปี พ.ศ. 1756 (ค.ศ. 1213) และเริ่มมีความสำคัญในปี พ.ศ. 2113 เมื่อมีการก่อตั้งรัฐเจ้าผู้ครองนครอันฮัลต์ (Principality of Anhalt) โดยเดสเซากลายเป็นเมืองหลวงของรัฐนี้ภายใต้จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2146 รัฐถูกแบ่งออกเป็น 4 ส่วน (และต่อมาเป็น 5 ส่วน) โดยเดสเซากลายเป็นเมืองหลวงของรัฐเล็กๆ ที่ชื่อว่า อันฮัลต์-เดสเซา (Anhalt-Dessau)

ในปี พ.ศ. 2406 สายตระกูลขุนนางสองสายได้สิ้นสุดลง ทำให้ดัชชีอันฮัลต์ (Duchy of Anhalt) กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2461 ถึง พ.ศ. 2488 เดสเซาทำหน้าที่เป็นเมืองหลวงของรัฐอิสระอันฮัลต์ (Free State of Anhalt)

อาคารประวัติศาสตร์ในเดสเซา
สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมในเขตเมืองเก่าของเดสเซา

บทบาทของโรงเรียนบาวเฮาส์ (Bauhaus)

เดสเซามีชื่อเสียงระดับโลกในฐานะสถานที่ตั้งแห่งที่สองของโรงเรียนบาวเฮาส์ ซึ่งย้ายมาจากเมืองไวมาร์ในปี พ.ศ. 2468 เนื่องจากถูกบังคับให้ปิดตัวลง ศิลปินและสถาปนิกชื่อดังหลายท่านได้มาเป็นอาจารย์ที่นี่ เช่น วอลเตอร์ โกรปิอุส (Walter Gropius), พอล เคล (Paul Klee) และ วาสสิลี คันดินสกี (Wassily Kandinsky)

อย่างไรก็ตาม อิทธิพลของพรรคนาซีที่เข้ามาควบคุมสภาเมืองเดสเซา ส่งผลให้โรงเรียนบาวเฮาส์ในเดสเซาต้องปิดตัวลงในปี พ.ศ. 2475 ก่อนจะย้ายไปที่เบอร์เนาว (Bernau) ใกล้กับเบอร์ลิน และปิดตัวลงอย่างถาวรในปี พ.ศ. 2476

อาคารบาวเฮาส์ในเดสเซา
อาคารโรงเรียนบาวเฮาส์ในเดสเซา สัญลักษณ์ของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่

การทำลายล้างและการฟื้นฟู

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมืองเดสเซาถูกทำลายเกือบทั้งหมดจากการโจมตีทางอากาศของฝ่ายสัมพันธมิตรเมื่อวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2488 เพียงหกสัปดาห์ก่อนที่กองทัพสหรัฐฯ จะเข้ายึดครองเมือง หลังจากนั้นเมืองถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยสถาปัตยกรรมคอนกรีตสำเร็จรูป (Plattenbau) ตามแบบฉบับของเยอรมนีตะวันออก (GDR) และกลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมที่สำคัญ

หลังจากการรวมประเทศเยอรมนีในปี พ.ศ. 2533 อาคารประวัติศาสตร์หลายแห่งได้รับการบูรณะให้กลับมาสวยงามดังเดิม

สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ

ปราสาทและสวน

เดสเซามีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติและสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น ดังนี้:

  • อาณาจักรสวนเดสเซา-เวิร์ลลิทซ์ (Garden Kingdom of Dessau-Wörlitz): ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการออกแบบภูมิทัศน์ในสไตล์อังกฤษในช่วงยุคเรืองปัญญา (Age of Enlightenment) ในศตวรรษที่ 18
  • พระราชวังและสวนต่างๆ: เช่น พระราชวังจอร์จิอุม (Georgium), พระราชวังคึนเนา (Kühnau), พระราชวังโมซิกเคา (Mosigkau) และพระราชวังลูอิสิอุม (Luisium)
  • สถานที่อื่นๆ: เช่น สวนสัตว์ที่เมาโซเลียมพาร์ค (Mausoleumspark) และปราสาทวอลวิทซ์ (Wallwitzburg)
สวนในอาณาจักรสวนเดสเซา-เวิร์ลลิทซ์
ทัศนียภาพของอาณาจักรสวนเดสเซา-เวิร์ลลิทซ์ มรดกโลกทางวัฒนธรรม

สถาปัตยกรรมบาวเฮาส์

เดสเซามีอาคารบาวเฮาส์หลายแห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ร่วมกับสถานที่ในเมืองไวมาร์และเบอร์เนาว โดยมีอาคารที่สำคัญ ได้แก่:

  • อาคารโรงเรียนบาวเฮาส์เดสเซา: ออกแบบโดย วอลเตอร์ โกรปิอุส ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ที่โดดเด่นที่สุดในศตวรรษที่ 20
  • โครงการบ้านจัดสรรเดสเซา-เทอร์เทิน (Dessau-Törten Estate): ออกแบบโดยโกรปิอุสในช่วงปี พ.ศ. 2469-2471
  • บ้านเหล็ก (Stahlhaus): ออกแบบโดย จอร์จ มูเชอ และ ริชาร์ด พอลลิค
  • อาคารอื่นๆ: เช่น บ้านฟีเกอร์ (Fieger Haus) และร้านอาหารคอร์นเฮาส์ (Kornhaus) ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเอลเบอ
รายละเอียดสถาปัตยกรรมบาวเฮาส์
ลักษณะการออกแบบที่เน้นประโยชน์ใช้สอยของอาคารบาวเฮาส์

โบสถ์และสถานที่สำคัญอื่นๆ

เดสเซามีโบสถ์เก่าแก่หลายแห่ง เช่น โบสถ์เซนต์แมรี (St. Mary's Church) และโบสถ์เซนต์จอห์น (St. John's Church) นอกจากนี้ยังมีอาคารศาลาว่าการเมืองที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2444, หอคอยน้ำแห่งใหม่ และสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำมุลเดอ

โบสถ์ในเมืองเดสเซา
สถาปัตยกรรมทางศาสนาในเมืองเดสเซา
อาคารสาธารณะในเดสเซา
อาคารสำคัญในเขตใจกลางเมือง

วัฒนธรรมและบุคคลสำคัญ

เดสเซาเป็นบ้านเกิดของบุคคลสำคัญระดับโลกหลายท่าน เช่น:

  • เคิร์ท ไวล์ (Kurt Weill): คีตกวีชื่อดัง ซึ่งเมืองได้จัดงานเทศกาลเคิร์ท ไวล์ ประจำปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536
  • โมเสส เมนเดลโซห์น (Moses Mendelssohn): นักปรัชญาผู้ทรงอิทธิพลในศตวรรษที่ 18
  • เลโอโปลด์ที่ 1 (Leopold I): เจ้าชายแห่งอันฮัลต์-เดสเซา จอมพลผู้มีชื่อเสียงของราชอาณาจักรปรัสเซีย
โรงละครในเดสเซา
โรงละครอันฮัลทิชเชส (Anhaltisches Theater) ศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของเมือง

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมเดสเซาถึงมีความสำคัญในด้านสถาปัตยกรรม?

เพราะเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนบาวเฮาส์ (Bauhaus) ในช่วงปี พ.ศ. 2468-2475 ซึ่งส่งผลต่อการออกแบบสถาปัตยกรรมและศิลปะสมัยใหม่ทั่วโลก

อาณาจักรสวนเดสเซา-เวิร์ลลิทซ์ คืออะไร?

เป็นสวนภูมิทัศน์ขนาดใหญ่ที่ออกแบบในสไตล์อังกฤษในช่วงศตวรรษที่ 18 ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก

เดสเซาตั้งอยู่ที่ไหนในเยอรมนี?

ตั้งอยู่ในรัฐแซกโซนี-อันฮัลต์ (Saxony-Anhalt) บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำมุลเดอและแม่น้ำเอลเบอ

บุคคลสำคัญที่เกิดในเมืองเดสเซาคือใครบ้าง?

บุคคลสำคัญ ได้แก่ คีตกวี เคิร์ท ไวล์, นักปรัชญา โมเสส เมนเดลโซห์น และเจ้าชายเลโอโปลด์ที่ 1 แห่งอันฮัลต์-เดสเซา