คำสั่ง 2010/63/EU มาตรฐานการคุ้มครองสัตว์ที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิทยาศาสตร์
สรุปใจความสำคัญ
- คำสั่ง 2010/63/EU มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการทั่วสหภาพยุโรปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2013
- เป้าหมายสูงสุดของกฎหมายนี้คือการหาทางทดแทนการใช้สัตว์ในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมด
- กฎหมายนี้คุ้มครองสัตว์มีกระดูกสันหลังที่ไม่ใช่มนุษย์ รวมถึงตัวอ่อนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในระยะสุดท้ายของการพัฒนา และสัตว์จำพวกเซฟาโลพอด (หมึก)
คำสั่ง 2010/63/EU เป็นกฎหมายของสหภาพยุโรป (EU) ว่าด้วย "การคุ้มครองสัตว์ที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิทยาศาสตร์" ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานทางจริยธรรมและสวัสดิภาพสัตว์ที่เข้มงวดที่สุดในโลก

ประวัติความเป็นมา
คำสั่งนี้มีพื้นฐานมาจากอนุสัญญาแห่งยุโรปว่าด้วยการคุ้มครองสัตว์มีกระดูกสันหลังที่ใช้เพื่อการทดลองและวัตถุประสงค์ทางวิทยาศาสตร์อื่นๆ (ETS123) ซึ่งจัดตั้งขึ้นในปี 1986 โดยสหภาพยุโรปและสมาชิกหลายประเทศเป็นภาคีในอนุสัญญานี้
คำสั่ง 2010/63/EU ได้เข้ามาแทนที่คำสั่ง 86/609/EEC โดยใช้เวลาในการปรับปรุงเกือบสองปี เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2008 และได้รับการลงนามเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2010 โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2010 ประเทศสมาชิกได้รับเวลาหนึ่งปีในการนำไปปรับใช้เป็นกฎหมายภายในประเทศ ก่อนที่จะเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการทั่วสหภาพยุโรปในวันที่ 1 มกราคม 2013
เป้าหมายสูงสุดของคำสั่งนี้คือ การทดแทนการใช้สัตว์ในงานวิจัย
ขอบเขตและวัตถุประสงค์
เนื่องจากเป็น "คำสั่ง" (Directive) จึงอนุญาตให้ประเทศสมาชิกมีความยืดหยุ่นในการนำไปปรับใช้เป็นกฎหมายระดับชาติ วัตถุประสงค์ของคำสั่งนี้คือ:
- กำหนดขอบเขตการคุ้มครอง (ผ่านมาตรา 1 และ 3)
- สร้างความเข้าใจร่วมกันในสหภาพยุโรปเกี่ยวกับคำนิยามของ "สัตว์" (มาตรา 1.3)
- ระบุทรัพยากร ผู้มีอำนาจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (มาตรา 47.5 และ 48)
- สร้างกรอบการทำงานร่วมกันและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกกับคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ให้เป็นคุณค่าพื้นฐานของยุโรป ตามมาตรา 13 ของสนธิสัญญาว่าด้วยการดำเนินงานของสหภาพยุโรป (TFEU)
สวัสดิภาพสัตว์ไม่ใช่พื้นที่นโยบายแยกต่างหากของสหภาพยุโรป (เช่นเดียวกับเกษตรกรรม หรือการประมง) แต่ในขณะที่กำหนดและดำเนินนโยบายด้านเกษตรกรรม การประมง การขนส่ง ตลาดภายใน การวิจัย และการพัฒนาทางเทคโนโลยี สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกจะต้องคำนึงถึงสวัสดิภาพของสัตว์อย่างเต็มที่ เนื่องจากสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึก (sentient beings)
เครือข่ายห้องปฏิบัติการเพื่อการตรวจสอบความถูกต้องของวิธีทดแทน
ในเดือนกรกฎาคม 2013 คณะกรรมาธิการยุโรปได้ประกาศจัดตั้งเครือข่ายห้องปฏิบัติการของสหภาพยุโรปเพื่อการตรวจสอบความถูกต้องของวิธีทดแทน (EU-NETVAL) โดยมีบทบาทหลักคือการสนับสนุนโครงการตรวจสอบความถูกต้องของห้องปฏิบัติการอ้างอิงของสหภาพยุโรปสำหรับวิธีทดแทนการทดลองในสัตว์ (EURL ECVAM)
EU-NETVAL มุ่งเน้นการฝึกอบรม การเผยแพร่ข้อมูล และการระบุวิธีที่มีศักยภาพในการลด (Reduce), ปรับปรุง (Refine) หรือทดแทน (Replace) การใช้สัตว์ในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ (หลักการ 3Rs)
ห้องปฏิบัติการในสหภาพยุโรปสามารถสมัครเข้าร่วมได้หากเป็นไปตามเกณฑ์ เช่น มีบุคลากรทางวิทยาศาสตร์เพียงพอ มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม และได้รับใบรับรอง GLP หรือ ISO โดย ณ เดือนมีนาคม 2016 มีสถานทดสอบ 38 แห่งกระจายอยู่ในประเทศต่างๆ เช่น เบลเยียม สาธารณรัฐเช็ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี ฮังการี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ สโลวาเกีย สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร
คำถามที่พบบ่อย
คำสั่ง 2010/63/EU คืออะไร?
เป็นกฎหมายของสหภาพยุโรปที่กำหนดมาตรฐานการคุ้มครองและสวัสดิภาพของสัตว์ที่ถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุดในโลก
หลักการ 3Rs ในบริบทของคำสั่งนี้คืออะไร?
หลักการ 3Rs ประกอบด้วย การลดจำนวนสัตว์ที่ใช้ (Reduction), การปรับปรุงวิธีการทดลองเพื่อลดความเจ็บปวด (Refinement) และการทดแทนการใช้สัตว์ด้วยวิธีอื่น (Replacement) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของกฎหมายนี้
EU-NETVAL มีหน้าที่อะไร?
เป็นเครือข่ายห้องปฏิบัติการที่สนับสนุนการตรวจสอบความถูกต้องของวิธีทดแทนการทดลองในสัตว์ เพื่อให้มั่นใจว่าวิธีใหม่ๆ สามารถนำมาใช้แทนการใช้สัตว์ได้จริงในทางวิทยาศาสตร์
