← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ดิสคัฟเวอรี เพลส ไซเอนซ์ และเครือข่ายพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์โดม IMAX ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแคโรไลนา
  • ก่อตั้งรากฐานครั้งแรกในปี ค.ศ. 1946 โดย ลอรา โอเวนส์
  • ประกอบด้วยเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ Science, Nature และ Kids
  • มีการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 2010 ด้วยงบประมาณ 31.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ดิสคัฟเวอรี เพลส ไซเอนซ์ (Discovery Place Science) เป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งอยู่ในย่านอัปทาวน์ (Uptown) ของเมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา โดยเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และธรรมชาติให้กับชุมชน

ศูนย์การเรียนรู้และโรงภาพยนตร์ IMAX

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่ตั้งของ The Charlotte Observer IMAX Dome Theater ซึ่งเป็นโรงภาพยนตร์โดม IMAX ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแคโรไลนา (Carolinas) โดยเปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1991 เพื่อนำเสนอประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์วิทยาศาสตร์และธรรมชาติในรูปแบบจอภาพยักษ์

ประวัติและการก่อตั้ง

รากฐานของดิสคัฟเวอรี เพลส เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1946 จากพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กบนถนนเซซิล (Cecil Street) ในเมืองชาร์ลอตต์ ซึ่งก่อตั้งโดย ลอรา โอเวนส์ (Laura Owens) ครูผู้มีวิสัยทัศน์ ต่อมาความนิยมของพิพิธภัณฑ์นำไปสู่การก่อตั้งศูนย์ธรรมชาติสำหรับเด็ก (Children's Nature Center) ติดกับสวนสาธารณะฟรีดอมพาร์ค (Freedom Park) ในปี ค.ศ. 1951 โดยเน้นการเชื่อมโยงครอบครัวเข้ากับธรรมชาติ และได้ขยายตัวจนกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติชาร์ลอตต์ (Charlotte Nature Museum) ในเวลาต่อมา

ในช่วงทศวรรษ 1970 ความสนใจในการศึกษาวิทยาศาสตร์เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโครงการแข่งขันทางอวกาศ (Space Race) ระหว่างสหรัฐอเมริกากับสหภาพโซเวียต ส่งผลให้ชุมชนเมืองชาร์ลอตต์อนุมัติงบประมาณและแผนการสร้างศูนย์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบลงมือทำ (Hands-on) บนถนนนอร์ทไทรอน (North Tryon Street) เพื่อกระตุ้นการพัฒนาพื้นที่ใจกลางเมือง

พิพิธภัณฑ์เปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1981 ในชื่อ Discovery Place โดยมีพื้นที่เริ่มต้น 72,000 ตารางฟุต และมี รัสเซล เพธแมน (Russell Peithman) เป็นผู้อำนวยการคนแรก ต่อมามีการขยายพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการในปี ค.ศ. 1986 และสร้างอาคารให้การศึกษาและที่จอดรถ Carol Grotnes Belk ในปี ค.ศ. 1996 นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 2010 พิพิธภัณฑ์ได้ผ่านการปรับปรุงครั้งใหญ่โดยใช้งบประมาณ 31.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใช้เวลาดำเนินการ 18 เดือน

การปรับภาพลักษณ์องค์กร (Rebranding)

ในปี ค.ศ. 2016 ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 70 ปีขององค์กร ได้มีการปรับเปลี่ยนชื่อเรียกเพื่อความชัดเจน โดยใช้ชื่อ Discovery Place เป็นชื่อเรียกองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (501(c)3) และเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ในภาพรวม ส่วนสถานที่ต่างๆ ถูกแบ่งออกเป็น 3 แบรนด์หลัก ดังนี้:

  • Discovery Place Science: พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในย่านอัปทาวน์ ชาร์ลอตต์
  • Discovery Place Nature: พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติในสวนสาธารณะฟรีดอมพาร์ค (เดิมคือ Charlotte Nature Museum) ซึ่งมีนิทรรศการธรรมชาติแบบโต้ตอบและสัตว์ท้องถิ่นของรัฐนอร์ทแคโรไลนา รวมถึงศาลาผีเสื้อ
  • Discovery Place Kids: พิพิธภัณฑ์สำหรับเด็ก ซึ่งมี 2 สาขา ได้แก่ สาขาฮันเตอร์สวิลล์ (Huntersville) เปิดในปี ค.ศ. 2010 และสาขาร็อกกิงแฮม (Rockingham) เปิดในปี ค.ศ. 2013

การส่งเสริมการศึกษา STEM

เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการเรียนรู้ในภูมิภาคชาร์ลอตต์ องค์กรได้ก่อตั้ง Discovery Place Education Studio ณ ศูนย์พัฒนาอาชีพ STEM ของ Bank of America ในปี ค.ศ. 2014 เพื่อฝึกอบรมบุคลากรทางการศึกษาให้มีความเชี่ยวชาญในการสอนวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) รวมถึงมีโปรแกรมเข้าถึงชุมชนเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา

คำถามที่พบบ่อย

Discovery Place Science ตั้งอยู่ที่ไหน?

ตั้งอยู่ในย่านอัปทาวน์ (Uptown) ของเมืองชาร์ลอตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา

Discovery Place Nature แตกต่างจาก Discovery Place Science อย่างไร?

Discovery Place Science เน้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในเมือง ส่วน Discovery Place Nature เน้นการเรียนรู้เรื่องธรรมชาติและสัตว์ท้องถิ่น ตั้งอยู่ติดกับสวนสาธารณะฟรีดอมพาร์ค

Discovery Place Kids มีสาขาที่ไหนบ้าง?

มี 2 สาขา ได้แก่ สาขาฮันเตอร์สวิลล์ (Huntersville) และสาขาร็อกกิงแฮม (Rockingham)

โรงภาพยนตร์ IMAX ของที่นี่มีความพิเศษอย่างไร?

เป็นโรงภาพยนตร์โดม IMAX (OMNIMAX) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแคโรไลนา