← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การรวมสัญญาณแบบไดเวอร์ซิตี้ (Diversity Combining) เทคนิคเพิ่มคุณภาพสัญญาณ

สรุปใจความสำคัญ

  • Diversity Combining คือการรวมสัญญาณจากหลายแหล่งเพื่อเพิ่มคุณภาพและลดการจางหายของสัญญาณ
  • เทคนิค Maximal-ratio combining (MRC) ให้ประสิทธิภาพสูงสุดโดยการถ่วงน้ำหนักสัญญาณตามค่า SNR
  • Timing Combining เน้นการประมวลผลแพ็กเก็ตข้อมูลที่มาถึงเร็วที่สุดเพื่อลดความหน่วงในระบบเครือข่ายไร้สาย
  • ระบบ Voting ในวิทยุสื่อสารช่วยเพิ่มระยะการรับสัญญาณจากวิทยุแบบมือถือ (Walkie-talkie) ให้ดียิ่งขึ้น

การรวมสัญญาณแบบไดเวอร์ซิตี้ (Diversity Combining) คือเทคนิคที่ใช้ในการรวมสัญญาณหลายสัญญาณที่ได้รับจากอุปกรณ์รับสัญญาณแบบไดเวอร์ซิตี้ เพื่อสร้างเป็นสัญญาณเดียวที่มีคุณภาพดีขึ้น ช่วยลดผลกระทบจากการจางหายของสัญญาณ (Fading) และเพิ่มความเสถียรในการสื่อสาร

เทคนิคการรวมสัญญาณแบบต่างๆ

เทคนิคการรวมสัญญาณแบบไดเวอร์ซิตี้สามารถแบ่งออกได้เป็นหลายรูปแบบตามวิธีการประมวลผลสัญญาณ ดังนี้:

  • การรวมสัญญาณแบบอัตราขยายเท่ากัน (Equal-gain combining): เป็นการนำสัญญาณที่ได้รับทั้งหมดมาบวกกันโดยตรงแบบสอดคล้อง (Coherently)
  • การรวมสัญญาณแบบอัตราส่วนสูงสุด (Maximal-ratio combining - MRC): มักใช้ในระบบสายอากาศแบบเฟสอะเรย์ (Phased-array systems) ขนาดใหญ่ โดยจะมีการถ่วงน้ำหนักสัญญาณที่ได้รับตามค่า SNR (Signal-to-Noise Ratio) ของแต่ละสัญญาณก่อนจะนำมารวมกัน ทำให้ได้ค่า SNR รวมเป็นผลรวมของ SNR จากทุกช่องทาง
    สูตรการคำนวณ SNR รวม
    การคำนวณผลรวมของ SNR ในระบบ MRC
    ค่า SNR ของสัญญาณที่ k
    ค่า SNR ของสัญญาณแต่ละช่องทาง
  • การรวมสัญญาณแบบสลับ (Switched combining): หรือเรียกว่า "Scanning Combining" โดยตัวรับจะสลับไปใช้สัญญาณอื่นเมื่อสัญญาณที่เลือกอยู่ในปัจจุบันมีระดับลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้
  • การรวมสัญญาณแบบเลือกสรร (Selection combining): จากสัญญาณที่ได้รับทั้งหมด N สัญญาณ ระบบจะเลือกสัญญาณที่แรงที่สุดเพียงสัญญาณเดียว ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าการรวมแบบสลับ
    ตัวแปร k ในการคำนวณ
    การระบุลำดับของสัญญาณที่ได้รับ
    สูตรการคำนวณ Diversity Gain
    การคำนวณค่า Diversity Gain สำหรับการรวมแบบเลือกสรร

ในบางกรณี อาจมีการใช้เทคนิคการรวมสัญญาณมากกว่าหนึ่งวิธีร่วมกัน เช่น ในการถ่ายภาพแบบ Lucky Imaging ซึ่งจะใช้การรวมแบบเลือกสรรเพื่อเลือกภาพที่ดีที่สุด 10% แรก จากนั้นจึงใช้การรวมแบบอัตราขยายเท่ากันเพื่อรวมภาพเหล่านั้นเข้าด้วยกัน

การรวมสัญญาณตามเวลา (Timing Combining)

สำหรับการส่งสัญญาณที่มีลำดับยาว เช่น แพ็กเก็ตของ Ethernet ในระบบส่งสัญญาณไร้สายแบบขนานที่ซ้ำซ้อน จะใช้เทคนิค Timing Combining โดยข้อมูลจะถูกส่งออกไปพร้อมกันผ่านหลายเส้นทาง เมื่อถึงฝั่งรับ แพ็กเก็ตที่มาถึงเป็นอันดับแรกจะถูกเลือกและนำไปประมวลผลทันที ส่วนสำเนาของแพ็กเก็ตที่ตามมาภายหลังจะถูกทิ้งไป วิธีนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมากเนื่องจากลดระยะเวลาในการรอคอย

ตัวอย่างการใช้งานในวิทยุสื่อสารสองทาง (Two-way Radio)

ในระบบวิทยุสื่อสารเคลื่อนที่ภาคพื้นดิน ซึ่งวิทยุที่ติดตั้งในรถหรือวิทยุแบบมือถือสื่อสารกับสถานีฐานผ่านความถี่เดียว จะใช้ Space Diversity โดยการติดตั้งตัวรับสัญญาณหลายตัวในตำแหน่งที่ต่างกัน

ระบบการลงคะแนน (Voting System)

ตัวรับสัญญาณทั้งหมดจะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่เรียกว่า Voting Comparator หรือ Voter ซึ่งจะทำหน้าที่ประเมินสัญญาณที่ได้รับทั้งหมดและเลือกสัญญาณที่ใช้งานได้ดีที่สุด หากเป็นระบบ Repeater สัญญาณที่ถูกเลือกจะถูกส่งต่อออกไป แต่หากเป็นระบบ Simplex สัญญาณจะถูกส่งไปยังลำโพงที่คอนโซลของสถานีฐาน

ในระบบ FM แบบอนาล็อก Voter สามารถสลับสัญญาณได้รวดเร็วมาก (ในระดับเศษเสี้ยวของวินาที) ทำให้ผู้ฟังได้รับเสียงที่ต่อเนื่องและชัดเจนตราบเท่าที่มีตัวรับสัญญาณเพียงตัวเดียวที่ได้รับสัญญาณที่ฟังออก

การประเมินสัญญาณและการลดสัญญาณรบกวน

Voter รุ่นใหม่จะเปรียบเทียบค่า SNR ที่ตัว Voter เอง เพื่อให้คำนึงถึงสัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นตลอดเส้นทาง รวมถึงคุณภาพของสายโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อระหว่างสถานีรับและตัว Voter

การใช้ Diversity Combining ในลักษณะนี้ช่วยลดจุดบกพร่องเพียงจุดเดียว (Single-point failure) เพราะหากตัวรับสัญญาณตัวใดตัวหนึ่งเสียหรือถูกรบกวนโดยสัญญาณท้องถิ่น ระบบโดยรวมจะยังคงทำงานได้เนื่องจากมีตัวรับสัญญาณตัวอื่นคอยสนับสนุน

คำถามที่พบบ่อย

Diversity Combining คืออะไร?

คือเทคนิคการรวมสัญญาณหลายสัญญาณที่ได้รับจากอุปกรณ์รับสัญญาณแบบไดเวอร์ซิตี้ให้กลายเป็นสัญญาณเดียวที่มีคุณภาพดีขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากสัญญาณรบกวนและการจางหาย

ความแตกต่างระหว่าง Selection Combining และ Switched Combining คืออะไร?

Selection Combining จะเลือกสัญญาณที่แรงที่สุดจากทั้งหมดที่มีในขณะนั้น ส่วน Switched Combining จะสลับสัญญาณก็ต่อเมื่อสัญญาณปัจจุบันลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่ง Selection Combining มักมีประสิทธิภาพสูงกว่า

ทำไมระบบวิทยุสื่อสารจึงต้องใช้ Voting Comparator?

เพื่อให้ระบบสามารถเลือกสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดจากตัวรับสัญญาณหลายตัวที่ติดตั้งในตำแหน่งต่าง ๆ ช่วยเพิ่มโอกาสในการรับสัญญาณจากวิทยุขนาดเล็กและลดผลกระทบจากสัญญาณรบกวนเฉพาะจุด