← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ดีเจ ฮาร์วีย์ ผู้บุกเบิกดนตรีดิสโก้และเฮาส์ในสหราชอาณาจักร

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้บุกเบิกการนำดนตรีแนว US disco, garage และ house เข้ามาสู่สหราชอาณาจักร
  • ได้รับรางวัล Outstanding Contribution Award จาก DJ Awards ในเกาะอีบีซา
  • มีชื่อเสียงจากการเป็นดีเจประจำที่ Ministry of Sound และการออกอัลบั้ม Late Night Sessions
  • ผสมผสานดนตรีหลายแนว เช่น ดิสโก้, เฮาส์, การาจ และร็อก ในการแสดงของเขา

ดีเจ ฮาร์วีย์ (DJ Harvey) หรือชื่อจริงคือ ฮาร์วีย์ วิลเลียม บาสเซตต์ (Harvey William Bassett) เกิดในปี ค.ศ. 1961 เป็นดีเจชาวอังกฤษที่มีบทบาทสำคัญในการนำดนตรีแนว US disco, garage และ house เข้ามาเผยแพร่ในสหราชอาณาจักรในช่วงแรกๆ ของกระแสความนิยม

จุดเริ่มต้นและเส้นทางสู่การเป็นดีเจ (ค.ศ. 1978–1991)

ในช่วงวัยเยาว์ ฮาร์วีย์เริ่มต้นเส้นทางดนตรีในฐานะมือกลองให้กับวงพังก์ชื่อ Ersatz ในเมืองเคมบริดจ์เมื่ออายุ 13 ปี โดยวงได้ก่อตั้งค่ายเพลงอิสระชื่อ Leisure Sounds และออกซิงเกิล "Smile in Shadow" ซึ่งได้รับความสนใจจนถูกนำไปออกอากาศทางสถานีวิทยุ BBC Radio 1 โดย จอห์น พีล (John Peel) ฮาร์วีย์ทำหน้าที่มือกลองให้กับวง Ersatz ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1978 ถึง 1983

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1985 เมื่อเขาได้เดินทางไปยังนครนิวยอร์กและได้รับแรงบันดาลใจจากขบวนการฮิปฮอปที่กำลังเติบโตในขณะนั้น ฮาร์วีย์มองว่าการ "ตัดต่อ" (cutting up) จังหวะเบรกของเพลงเป็นส่วนต่อขยายจากการตีกลอง เขาจึงเริ่มฝึกฝนการใช้เครื่องเล่นแผ่นเสียง Technics และก้าวเข้าสู่โลกของศิลปะกราฟฟิตีในฐานะสมาชิกกลุ่ม TDK (Tone Deaf Crew) ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น TONKA Hi Fi

ในช่วงปี ค.ศ. 1988 ถึง 1993 ฮาร์วีย์มีส่วนร่วมในการจัดปาร์ตี้ที่ The Zap Club ในเมืองไบรตัน และปาร์ตี้ริมหาด Black Rock หลังจากคลับปิดทำการ ซึ่งเป็นช่วงที่เขาเริ่มเปลี่ยนความสนใจจากฮิปฮอปและอิเล็กโทร ไปสู่ดนตรีเฮาส์และการาจ โดยได้ร่วมงานกับดีเจชื่อดังจากสหรัฐฯ อย่าง Francois Kevorkian และ Kenny Carpenter ในคลับต่างๆ ของลอนดอน เช่น Solaris และ Freedom

ในปี ค.ศ. 1991 เขาได้กลายเป็นดีเจเต็มตัวและจัดรายการคืนพิเศษประจำสัปดาห์ชื่อ "Moist" ที่ Gardening Club ในลอนดอน โดยเขาได้เชิญดีเจจากนิวยอร์กและเมืองอื่นๆ ในสหรัฐฯ รวมถึง ลาร์รี เลแวน (Larry Levan) มาร่วมงาน การมิกซ์เพลงของเขามีเอกลักษณ์ด้วยการผสมผสานดิสโก้, เฮาส์, การาจ และร็อก เข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นแนวทางที่เขายังคงใช้ในงานเรสซิเดนซีต่อๆ มา

การทำงานร่วมกับ Ministry of Sound และโครงการต่างๆ (ทศวรรษ 1990–ปัจจุบัน)

หลังจากจบโครงการ Moist ฮาร์วีย์ได้เข้าเป็นดีเจประจำ (Resident DJ) ที่ Ministry of Sound ในลอนดอน ซึ่งนำไปสู่การออกอัลบั้มมิกซ์ Late Night Sessions ในปี ค.ศ. 1996 ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในซีรีส์อัลบั้มที่ประสบความสำเร็จที่สุดของค่ายเพลงนี้ นอกจากนี้เขายังได้แสดงในคลับชื่อดังอย่าง Cream ในลิเวอร์พูล, Back to Basics ในลีดส์ และในเกาะอีบีซา

ดีเจ ฮาร์วีย์ ในลอสแอนเจลิส ปี 2017
ดีเจ ฮาร์วีย์ ในลอสแอนเจลิส ปี 2017

ฮาร์วีย์ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งค่ายเพลง BC ซึ่งเน้นการทำเพลงดิสโก้รีเอดิท (Re-edits) โดยศิลปินแนวเฮาส์ รวมถึงการนำผลงานของ ลาร์รี เลแวน และ รอน ฮาร์ดี (Ron Hardy) มาทำใหม่

ในเวลาต่อมา เขาได้ย้ายไปพำนักที่ฮาวายและก่อตั้งแกลเลอรีและไนท์คลับชื่อ thirtyninehotel ในโฮโนลูลู โดยเขาได้ออกแบบระบบเสียงด้วยตัวเองและเชิญแขกรับเชิญพิเศษอย่าง เดวิด แมนคูโซ (David Mancuso) มาร่วมแสดง ก่อนที่จะย้ายไปพำนักที่ลอสแอนเจลิสและรับงานดีเจในสหรัฐฯ รวมถึงการมีเรสซิเดนซีที่ Santos ในนิวยอร์ก

ผลงานทางดนตรีและโปรเจกต์พิเศษ

  • Map of Africa: โปรเจกต์ดนตรีดิสโก้ร็อกที่ทำร่วมกับ Thomas Bullock
  • Locussolus: โปรเจกต์ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกผลงานกับค่าย International Feel Recordings โดยมีอัลบั้มที่ร่วมงานกับ Tara Selleck, Sam Fox และ Heidi Lawden
  • Wildest Dreams: วงดนตรีที่ออกอัลบั้มในปี ค.ศ. 2014 ภายใต้ค่าย Smalltown Supersound ซึ่งได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวก
  • Harvey's General Store (HGS): ร้านค้าออนไลน์ที่เปิดร่วมกับลูกชาย (Harley) ในปี ค.ศ. 2013 จำหน่ายสินค้าแฟชั่นและดนตรี รวมถึงซีรีส์คอมพิลเลชัน Mercury Rising โดยได้รับความสนใจจากบุคคลในวงการแฟชั่น เช่น Virgil Abloh

รางวัลและการยอมรับในระดับสากล

ฮาร์วีย์ได้รับรางวัล Outstanding Contribution Award จากงาน DJ Awards ในเกาะอีบีซา เพื่อเป็นการยกย่องผลงานและอิทธิพลที่มีต่ออุตสาหกรรมดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้เขายังมีเรสซิเดนซีประจำฤดูร้อนชื่อ Mercury Rising ที่ Pikes Hotel ในเกาะอีบีซา ซึ่งเป็นห้องสวีทเดิมของ เฟรดดี เมอร์คิวรี ที่ถูกดัดแปลงเป็นคลับ

นอกเหนือจากงานดีเจ เขายังมีผลงานในวงการภาพยนตร์ โดยปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่อง Mission: Impossible – Fallout (2018) ในบทบาทตัวเขาเอง และแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์สั้นเรื่อง Bad Acid (2022) รวมถึงร่วมดูแลดนตรีประกอบ (Music Supervision) ให้กับภาพยนตร์เรื่อง Greatest Hits (2023)

คำถามที่พบบ่อย

ดีเจ ฮาร์วีย์ เริ่มต้นอาชีพดนตรีอย่างไร?

เขาเริ่มต้นจากการเป็นมือกลองให้กับวงพังก์ชื่อ Ersatz ในเมืองเคมบริดจ์ตั้งแต่อายุ 13 ปี ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นดีเจหลังจากได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมฮิปฮอปในนิวยอร์กในปี 1985

ผลงานที่โดดเด่นของ ดีเจ ฮาร์วีย์ คืออะไร?

ผลงานที่โดดเด่น ได้แก่ การเป็นดีเจประจำที่ Ministry of Sound, การออกอัลบั้มมิกซ์ Late Night Sessions, และการจัดเรสซิเดนซี Mercury Rising ที่เกาะอีบีซา

ดีเจ ฮาร์วีย์ มีความเกี่ยวข้องกับวงการแฟชั่นอย่างไร?

เขาเปิดร้าน Harvey's General Store (HGS) ร่วมกับลูกชาย ซึ่งจำหน่ายสินค้าแฟชั่นและดนตรี โดยมีบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการแฟชั่นอย่าง Virgil Abloh เป็นแฟนคลับและผู้สนับสนุน

ดีเจ ฮาร์วีย์ เคยปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่องใดบ้าง?

เขาปรากฏตัวในบทบาทตัวเขาเองในภาพยนตร์เรื่อง Mission: Impossible – Fallout (2018) และทำงานด้านดนตรีประกอบในภาพยนตร์เรื่อง Bad Acid และ Greatest Hits