ดราเซน บูดิชา นักการเมืองผู้มีบทบาทสำคัญในยุคเปลี่ยนผ่านของโครเอเชีย
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญของโครเอเชียในช่วงทศวรรษ 1990 ที่ไม่ได้มาจากพรรค HDZ หรือ SDP
- เคยถูกจำคุกในยุคยูโกสลาเวียเนื่องจากการเข้าร่วมในขบวนการฤดูใบไม้ผลิของโครเอเชีย
- เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตประธานพรรคเสรีนิยมสังคมโครเอเชีย (HSLS)
- เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีของโครเอเชีย
ดราเซน บูดิชา (Dražen Budiša เกิด 25 กรกฎาคม ค.ศ. 1948) เป็นนักการเมืองชาวโครเอเชียที่มีบทบาทโดดเด่นในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในช่วงทศวรรษ 1990 และเคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีโครเอเชียถึงสองครั้ง ในฐานะประธานพรรคเสรีนิยมสังคมโครเอเชีย (Croatian Social Liberal Party - HSLS) ตลอดช่วงปี 1990 เขาเป็นผู้นำฝ่ายค้านเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์การเมืองโครเอเชียที่ไม่ได้มาจากพรรคสหภาพประชาธิปไตยโครเอเชีย (HDZ) หรือพรรคสังคมประชาธิปไตย (SDP)

ชีวิตช่วงต้นและการต่อสู้ในยุคยูโกสลาเวีย
บูดิชาเกิดที่เมืองดรนิช (Drniš) ในสาธารณรัฐประชาชนโครเอเชีย ซึ่งขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย เขาสำเร็จการศึกษาด้านปรัชญาและสังคมวิทยาจากคณะปรัชญาในเมืองซาเกร็บ ในช่วงทศวรรษ 1970 บูดิชาได้เข้าร่วมในขบวนการ "ฤดูใบไม้ผลิของโครเอเชีย" (Croatian Spring) ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิและอำนาจในการปกครองตนเองของโครเอเชีย ส่งผลให้เขาถูกทางการคอมมิวนิสต์จับกุมและส่งตัวไปยังเรือนจำเลปอกลาวา (Lepoglava prison) ก่อนที่ระบอบประชาธิปไตยจะเข้ามาแทนที่ เขาประกอบอาชีพเป็นบรรณารักษ์ และในปี ค.ศ. 1989 เขาได้ร่วมก่อตั้งพรรคเสรีนิยมสังคมโครเอเชีย (HSLS) และก้าวขึ้นเป็นผู้นำพรรคในเวลาต่อมา
บทบาทในฐานะผู้นำฝ่ายค้านและรัฐมนตรี
ในช่วงสงครามประกาศเอกราชของโครเอเชีย เดือนสิงหาคม ค.ศ. 1991 บูดิชาได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีสงครามของฟรานโย เกรกูริช (Franjo Gregurić) อย่างไรก็ตาม ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992 เขาได้ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับกฎหมายรัฐธรรมนูญที่รับประกันอำนาจปกครองตนเองทางการเมืองของชาวเซิร์บในโครเอเชีย เพื่อแลกกับการที่ชาวเซิร์บยอมรับอำนาจอธิปไตยของโครเอเชีย การลาออกครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการประชุมสภาโครเอเชียที่ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ ทำให้เขากลายเป็นศูนย์รวมของชาวโครเอเชียจำนวนมากที่ไม่พอใจต่อนโยบายของประธานาธิบดีฟรานโย ตูจ์มัน (Franjo Tuđman)
แม้ว่าเขาจะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี ค.ศ. 1992 ให้กับตูจ์มัน แต่บูดิชาก็สามารถสถาปนาตนเองเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่ทรงอิทธิพล โดยเอาชนะคู่แข่งทางการเมืองคนสำคัญคนอื่นๆ และทำให้พรรค HSLS เติบโตจนถึงจุดสูงสุดในการเลือกตั้งระดับภูมิภาคและท้องถิ่นในเวลาต่อมา
วิกฤตการณ์ในซาเกร็บและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
ในปี ค.ศ. 1995 ฝ่ายค้านที่รวมตัวกันสามารถชนะการเลือกตั้งท้องถิ่นในเมืองซาเกร็บ และพรรค HSLS ได้เสนอชื่อผู้ว่าราชการเมือง อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีฟรานโย ตูจ์มัน ได้ใช้อำนาจยับยั้งการแต่งตั้งนายกเทศมนตรีจากพรรค HSLS ถึง 4 คน รวมถึงตัวบูดิชาเอง ซึ่งเหตุการณ์นี้ถูกเรียกว่า "วิกฤตการณ์ซาเกร็บ" (Zagreb Crisis)
ความรุ่งเรืองของพรรค HSLS เริ่มลดลงในการเลือกตั้งรัฐสภาปี ค.ศ. 1995 เมื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนหันไปสนับสนุนพรรคสังคมประชาธิปไตยโครเอเชีย (SDP) และกลุ่มพันธมิตรสายกลาง ต่อมาบูดิชาพยายามสร้างพันธมิตรกับพรรค HDZ ของตูจ์มันเพื่อดึงดูดฐานเสียง ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งภายในพรรคจนเกิดการแยกตัวของวลาดีมีร์ โกโตวัค (Vladimir Gotovac) ไปก่อตั้งพรรคเสรีนิยม (Liberal Party) เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับนโยบายฝ่ายขวาของพรรค HDZ
การร่วมรัฐบาลและการถอนตัว
ในปี ค.ศ. 1998 บูดิชาและอิวิตซา ราชัน (Ivica Račan) ผู้นำพรรค SDP ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมมือกัน ซึ่งนำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งรัฐสภาปี ค.ศ. 2000 อย่างไรก็ตาม บูดิชาพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จัดขึ้นหลังจากนั้นสองสัปดาห์ให้กับสเตปัน เมซิช (Stjepan Mesić)
ความพ่ายแพ้นี้ส่งผลให้พรรค HSLS ภายใต้การนำของบูดิชาเริ่มมีแนวทางโน้มเอียงไปทางฝ่ายขวามากขึ้น และเกิดความขัดแย้งกับพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นการส่งตัวนายพลชาวโครเอเชียให้แก่ศาลอาญาระหว่างประเทศสำหรับอดีตยูโกสลาเวีย (ICTY) บูดิชาตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งประธานพรรค HSLS ในวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 2001 และต่อมาได้กลับมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลาสั้นๆ
ความขัดแย้งระหว่างบูดิชากับเมซิชและราชันทวีความรุนแรงขึ้นในปี ค.ศ. 2002 จนนำไปสู่การที่บูดิชาและพรรค HSLS ถอนตัวออกจากรัฐบาล เพื่อพยายามผลักดันให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ไม่สำเร็จ ส่งผลให้พรรคเกิดการแตกแยกอีกครั้งและมีการก่อตั้งพรรคประชาธิปไตยเสรีนิยม (Party of Liberal Democrats) ที่ยังคงสนับสนุนรัฐบาลต่อไป
การสิ้นสุดบทบาททางการเมือง
หลังจากกลับไปเป็นฝ่ายค้าน บูดิชาลาออกจากพรรคและกลับมานำพรรคอีกครั้งในปีต่อมา แต่ไม่สามารถกู้คืนความนิยมได้ ในการเลือกตั้งรัฐสภาปี ค.ศ. 2003 กลุ่มพันธมิตรสายกลาง-ขวาที่เขานำทีมได้รับที่นั่งในสภาเพียง 3 ที่นั่ง และตัวเขาเองไม่ได้รับเลือกตั้ง บูดิชาจึงลาออกจากตำแหน่งผู้นำพรรคในวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 2003
เขากลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งในปี ค.ศ. 2011 ในฐานะผู้สมัครอันดับหนึ่งของพรรค HSLS ในเขตเลือกตั้งที่ 9 แต่พรรค HSLS ไม่สามารถคว้าที่นั่งในรัฐสภาได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพรรค หลังจากนั้น บูดิชาจึงตัดสินใจลาออกจากพรรคและเกษียณตัวเองจากการเมืองอย่างถาวร
คำถามที่พบบ่อย
ดราเซน บูดิชา คือใคร?
ดราเซน บูดิชา เป็นนักการเมืองชาวโครเอเชีย อดีตผู้นำพรรคเสรีนิยมสังคมโครเอเชีย (HSLS) และเป็นผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญในช่วงทศวรรษ 1990
ทำไมบูดิชาถึงลาออกจากรัฐบาลในปี 1992?
เขาลาออกเนื่องจากไม่เห็นด้วยกับกฎหมายที่ให้สิทธิปกครองตนเองแก่ชาวเซิร์บในโครเอเชีย เพื่อแลกกับการยอมรับอำนาจอธิปไตยของโครเอเชีย
วิกฤตการณ์ซาเกร็บ (Zagreb Crisis) คืออะไร?
เป็นเหตุการณ์ที่ประธานาธิบดีฟรานโย ตูจ์มัน ใช้อำนาจยับยั้งการแต่งตั้งนายกเทศมนตรีจากพรรค HSLS หลังจากที่ฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้งท้องถิ่นในเมืองซาเกร็บปี 1995
บูดิชาเคยเป็นประธานาธิบดีโครเอเชียหรือไม่?
เขาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีถึงสองครั้ง แต่ไม่ได้รับเลือกตั้งทั้งสองครั้ง
บูดิชาเกษียณจากการเมืองเมื่อใด?
เขาเกษียณจากการเมืองหลังจากพรรค HSLS ไม่สามารถคว้าที่นั่งในรัฐสภาได้ในการเลือกตั้งปี 2011
