← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Dream Chaser ยานอวกาศแบบร่อนลงจอดได้ของ Sierra Space

สรุปใจความสำคัญ

  • Dream Chaser ถูกออกแบบมาให้ร่อนลงจอดบนรันเวย์ปกติเหมือนเครื่องบิน
  • ใช้ระบบป้องกันความร้อน TUFROC สำหรับส่วนที่ร้อนที่สุดของยาน
  • โมดูล Shooting Star ช่วยเพิ่มความสามารถในการบรรทุกสินค้าและจะถูกทำลายเมื่อกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ
  • มีรากฐานการออกแบบมาจากแนวคิด HL-20 ของ NASA

Dream Chaser เป็นยานอวกาศแบบ lifting-body ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ พัฒนาโดยบริษัท Sierra Space โดยถูกออกแบบมาให้เป็นยานพาหนะสำหรับมนุษย์ แต่ในปัจจุบันกำลังถูกพัฒนาในรูปแบบของระบบขนส่งสินค้า (Dream Chaser Cargo System) เพื่อปฏิบัติภารกิจส่งเสบียงไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ภายใต้โครงการ Commercial Resupply Services ของ NASA

Sierra Space Dream Chaser at NASA’s Neil Armstrong Test Facility in 2024
ยาน Dream Chaser ของ Sierra Space ณ ศูนย์ทดสอบ Neil Armstrong ของ NASA ในปี 2024

ประวัติและการพัฒนา

การพัฒนา Dream Chaser เริ่มต้นขึ้นในปี 2004 โดยบริษัท SpaceDev ซึ่งต่อมาถูกซื้อกิจการโดย Sierra Nevada Corporation (SNC) ในปี 2008 และในปี 2021 โปรแกรมนี้ได้ถูกโอนย้ายไปยัง Sierra Space ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่แยกตัวออกมาเป็นบริษัทอิสระ

การออกแบบของ Dream Chaser มีรากฐานมาจากแนวคิด HL-20 Personnel Launch System ของ NASA ซึ่งเป็นแนวคิดยานแบบ lifting-body ที่มีการศึกษาในช่วงทศวรรษ 1980 และ 1990

Dream Chaser Spaceplane
รูปลักษณ์ของยาน Dream Chaser ที่ออกแบบมาเพื่อการร่อนลงจอด

คุณลักษณะทางเทคนิคและระบบขับเคลื่อน

Dream Chaser ถูกออกแบบมาให้ปล่อยตัวในแนวตั้งโดยใช้จรวด Vulcan Centaur และร่อนลงจอดในแนวนอนบนรันเวย์ปกติเหมือนเครื่องบิน ซึ่งทำให้การขนส่งสินค้าและลูกเรือมีความสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ระบบขับเคลื่อน (Propulsion)

เดิมทีระบบขับเคลื่อนในวงโคจรถูกเสนอให้ใช้เครื่องยนต์จรวดไฮบริดคู่ แต่ต่อมาได้เปลี่ยนมาใช้กลุ่มเครื่องยนต์ Vortex ของ Orbitec LLC ซึ่งเป็นเครื่องยนต์แบบ pressure-fed three-mode ที่ใช้เชื้อเพลิง monopropellant (ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์) ในระดับพลังงานต่ำและกลาง และเพิ่มการฉีดเชื้อเพลิง RP-1 ในระดับพลังงานสูงเพื่อเพิ่มแรงขับในการลดวงโคจร (de-orbit burn)

ระบบป้องกันความร้อน (Thermal Protection System)

ระบบป้องกันความร้อน (TPS) ประกอบด้วยแผ่นกระเบื้องซิลิกา (silica-based tiles) สำหรับส่วนท้องและส่วนบนของเกราะป้องกันความร้อน และใช้วัสดุคอมโพสิตชนิดใหม่ที่เรียกว่า TUFROC (Toughened Unipiece Fibrous Reusable Oxidation Resistant Ceramic) สำหรับส่วนจมูกและขอบหน้าของยาน

Dream Chaser Spaceplane Design
การออกแบบโครงสร้างของ Dream Chaser เพื่อรองรับการร่อนลงจอด

โมดูล Shooting Star

ในปี 2019 มีการประกาศใช้โมดูล Shooting Star ซึ่งเป็นโมดูลขนส่งสินค้าแบบใช้แล้วทิ้งที่มีความยาว 15 ฟุต (4.6 เมตร) ติดตั้งเข้ากับ Dream Chaser เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบรรทุกสินค้าทั้งแบบปรับความดันและไม่ปรับความดันได้อีก 10,000 ปอนด์ (4,500 กิโลกรัม)

  • พลังงาน: มีแผงโซลาร์เซลล์ที่จ่ายไฟได้สูงสุด 6 kW
  • การจัดการความร้อน: มีระบบจัดการความร้อนทั้งแบบ active และ passive
  • การควบคุม: มีเครื่องผลักดัน (thrusters) 6 ตัว เพื่อการเคลื่อนที่และการหมุนตัว
  • การกำจัดขยะ: โมดูลนี้จะเผาไหม้หมดสิ้นเมื่อกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก
Men stand next to a sleek, black spaceplane
ทีมงานยืนอยู่ข้างยาน Dream Chaser รุ่นต้นแบบ

พันธมิตรทางเทคโนโลยี

ในการพัฒนา Dream Chaser รุ่นสำหรับผู้โดยสาร ได้มีการร่วมมือกับองค์กรชั้นนำหลายแห่ง เช่น Lockheed Martin (การสร้างโครงสร้างเครื่องบินและมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับมนุษย์), Aerojet (ระบบควบคุมการตอบสนอง), Charles Stark Draper Laboratory (ระบบนำทางและการควบคุม) และ MDA (วิศวกรรมระบบ)

คำถามที่พบบ่อย

Dream Chaser แตกต่างจากยานอวกาศทั่วไปอย่างไร?

Dream Chaser แตกต่างตรงที่สามารถร่อนลงจอดในแนวนอนบนรันเวย์ปกติได้ แทนที่จะใช้ร่มชูชีพหรือการลงจอดในน้ำ ซึ่งช่วยให้การเข้าถึงสินค้าและบรรทุกผู้โดยสารทำได้รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น

โมดูล Shooting Star คืออะไร?

เป็นโมดูลขนส่งสินค้าแบบใช้แล้วทิ้งที่ติดตั้งกับ Dream Chaser เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสินค้าและใช้สำหรับส่งเสบียงไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)

Dream Chaser จะขนส่งมนุษย์ได้หรือไม่?

แม้ว่าปัจจุบันจะเน้นการขนส่งสินค้า (Cargo System) แต่ Sierra Space มีแผนที่จะพัฒนายานรุ่นสำหรับลูกเรือ (Crew version) ในอนาคต