E depois do adeus บทเพลงที่เป็นสัญญาณแห่งการปฏิวัติคาร์เนชัน
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นเพลงที่ใช้เป็นสัญญาณลับในการเริ่มต้นการปฏิวัติคาร์เนชันในโปรตุเกสเมื่อวันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 1974
- เป็นตัวแทนประเทศโปรตุเกสในการประกวด Eurovision Song Contest 1974 แต่จบในอันดับสุดท้ายร่วมกับอีก 3 ประเทศ
- ประพันธ์ทำนองโดย José Calvário และเขียนเนื้อร้องโดย José Niza ขับร้องโดย Paulo de Carvalho
E depois do adeus (ภาษาอังกฤษ: And After the Farewell) เป็นบทเพลงที่ขับร้องโดย Paulo de Carvalho นักร้องชาวโปรตุเกส โดยมี José Calvário เป็นผู้ประพันธ์ทำนอง และ José Niza เป็นผู้เขียนเนื้อร้อง เพลงนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง เนื่องจากถูกใช้เป็นสัญญาณลับในการเริ่มต้นการปฏิวัติคาร์เนชัน (Carnation Revolution) เพื่อล้มล้างระบอบเผด็จการในโปรตุเกส

การประพันธ์และเนื้อหาของเพลง
เพลง E depois do adeus เป็นเพลงแนวบัลลาด (Ballad) ที่ถ่ายทอดอารมณ์ของผู้ชายที่ต้องเผชิญกับการสิ้นสุดของความสัมพันธ์ โดยเปรียบเปรยคนรักเป็นเหมือน "ดอกไม้ที่ฉันเด็ดมา" ซึ่งสื่อถึงความสัมพันธ์ที่มีระยะเวลาสั้น และมีการกล่าวถึงธรรมชาติของความรักว่ามีทั้ง "การชนะและการแพ้" นอกจากนี้ Paulo de Carvalho ยังได้บันทึกเสียงเพลงนี้ในเวอร์ชันภาษาอังกฤษภายใต้ชื่อ (And then) After love อีกด้วย
เส้นทางสู่การประกวด Eurovision
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ค.ศ. 1974 เพลง E depois do adeus ได้เข้าร่วมการแข่งขัน Grande Prémio TV da Canção Portuguesa และได้รับคะแนน 245 คะแนน ซึ่งทำให้เพลงนี้ชนะเลิศและได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของประเทศโปรตุเกสในการประกวด Eurovision Song Contest 1974
การประกวด Eurovision ครั้งที่ 19 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1974 ณ The Dome ในเมืองไบรตัน สหราชอาณาจักร โดย Paulo de Carvalho ขึ้นแสดงเป็นลำดับที่ 16 โดยมี José Calvário เป็นผู้อำนวยเพลง (Conductor) ให้กับวงออร์เคสตราในคืนนั้น อย่างไรก็ตาม ผลการแข่งขันปรากฏว่าเพลงนี้ได้รับเพียง 3 คะแนน จบในอันดับที่ 14 ซึ่งเป็นอันดับสุดท้ายร่วมกับสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และเยอรมนี จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 17 ประเทศ
บทบาทสำคัญในการปฏิวัติคาร์เนชัน
แม้จะไม่ประสบความสำเร็จในเชิงการประกวด แต่เพลง E depois do adeus กลับมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะหนึ่งในสองสัญญาณลับที่ใช้ในการส่งสัญญาณให้เหล่ากัปตันและทหารเริ่มปฏิบัติการ การปฏิวัติคาร์เนชัน เพื่อโค่นล้มระบอบ Estado Novo ภายใต้การนำของ Américo Tomás และ Marcello Caetano
ในวันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 1974 เวลา 22:55 น. สถานีวิทยุ Emissores Associados de Lisboa ได้ทำการเปิดเพลง E depois do adeus ซึ่งเป็นสัญญาณแรกที่แจ้งให้กลุ่มผู้ก่อการทราบว่าปฏิบัติการเริ่มขึ้นแล้ว โดยมีสัญญาณที่สองตามมาคือเพลงพื้นเมือง Grândola, Vila Morena ของ Zeca Afonso ซึ่งเป็นสัญญาณยืนยันว่ากลุ่มผู้ก่อการสามารถเข้าควบคุมจุดยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศได้สำเร็จ
ความแปลกประหลาดของเหตุการณ์นี้ทำให้ผู้เขียนประวัติศาสตร์การประกวด Eurovision หลายคนนำมากล่าวถึงในเชิงขบขัน เช่น John Kennedy O'Connor ผู้เขียนหนังสือ The Eurovision Song Contest: The Official History ที่ระบุว่าเพลงนี้เป็น "เพลงเดียวจากเวที Eurovision ที่เริ่มต้นการปฏิวัติได้จริง"
คำถามที่พบบ่อย
เพลง E depois do adeus มีความสำคัญอย่างไรต่อประวัติศาสตร์โปรตุเกส?
เพลงนี้ถูกใช้เป็นสัญญาณลับทางวิทยุในวันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 1974 เพื่อแจ้งให้ทหารและกัปตันผู้ก่อการเริ่มปฏิบัติการปฏิวัติคาร์เนชันเพื่อล้มล้างระบอบเผด็จการ Estado Novo
ผลการประกวด Eurovision ของเพลงนี้เป็นอย่างไร?
เพลงนี้ได้รับ 3 คะแนน และจบในอันดับที่ 14 (อันดับสุดท้ายร่วมกับประเทศอื่น) ในการประกวด Eurovision Song Contest 1974
สัญญาณลับในการปฏิวัติคาร์เนชันมีเพลงอะไรบ้าง?
มี 2 เพลง คือเพลง 'E depois do adeus' ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้น และเพลง 'Grândola, Vila Morena' ซึ่งเป็นสัญญาณยืนยันการยึดจุดยุทธศาสตร์
ใครเป็นผู้ขับร้องและผู้ประพันธ์เพลงนี้?
ขับร้องโดย Paulo de Carvalho ประพันธ์ทำนองโดย José Calvário และเขียนเนื้อร้องโดย José Niza

