← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การเลือกตั้งในเวเนซุเอลา ระบบ ประวัติศาสตร์ และความท้าทายทางการเมือง

สรุปใจความสำคัญ

  • ประธานาธิบดีเวเนซุเอลามีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี และเลือกตั้งโดยตรง
  • สมัชชาแห่งชาติประกอบด้วยสมาชิก 277 คน มีวาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี
  • เวเนซุเอลาใช้ระบบการเลือกตั้งแบบอัตโนมัติด้วยเครื่อง DRE มาตั้งแต่ปี 1998
  • ปัจจุบันเวเนซุเอลาถูกมองว่าเปลี่ยนจากระบอบประชาธิปไตยเสรีไปสู่ระบอบอำนาจนิยมภายใต้การนำของฮูโก ชาเวซ และนิโคลัส มาดูโร

การเลือกตั้งในประเทศเวเนซุเอลาจัดขึ้นในระดับชาติเพื่อคัดเลือกประธานาธิบดี ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งประมุขแห่งรัฐและหัวหน้าฝ่ายบริหาร รวมถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติระบบสภาเดียว

สัญลักษณ์หรือภาพที่เกี่ยวข้องกับการเมืองเวเนซุเอลา
ภาพรวมโครงสร้างทางการเมืองและการเลือกตั้งในเวเนซุเอลา

ระบบการเลือกตั้งปัจจุบัน

ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนด้วยระบบเสียงข้างมาก (Plurality Voting) โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี และสามารถได้รับเลือกตั้งซ้ำได้ ส่วน สมัชชาแห่งชาติ (Asamblea Nacional) ประกอบด้วยสมาชิก 277 คน ซึ่งได้รับเลือกตั้งในวาระ 5 ปี โดยใช้ระบบการเลือกตั้งแบบผสม (Mixed-member majoritarian representation system)

ตั้งแต่ปี 1998 เวเนซุเอลาได้นำระบบการเลือกตั้งแบบอัตโนมัติมาใช้ โดยใช้เครื่องลงคะแนนแบบหน้าจอสัมผัส (DRE) ซึ่งมีระบบตรวจสอบด้วยกระดาษ (Voter Verified Paper Audit Trail) และบริหารจัดการโดยสภาการเลือกตั้งแห่งชาติ (National Electoral Council) โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป

การเปลี่ยนแปลงจากประชาธิปไตยสู่ระบอบอำนาจนิยม

ก่อนช่วงต้นทศวรรษ 1990 เวเนซุเอลาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประชาธิปไตยแบบเสรีที่มั่นคงและยาวนานที่สุดในลาตินอเมริกา นับตั้งแต่การเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตยในปี 1958 อย่างไรก็ตาม หลังจากชัยชนะของ ฮูโก ชาเวซ (Hugo Chávez) ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 1998 ประเทศได้เริ่มเข้าสู่สภาวะถดถอยทางประชาธิปไตย

ภายใต้การนำของชาเวซและต่อมาคือ นิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) อำนาจได้ถูกรวมศูนย์ไว้ที่ฝ่ายบริหาร กลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลถูกทำลาย สื่ออิสระถูกปราบปราม และฝ่ายค้านถูกกีดกันออกจากสถาบันการปกครองหลัก เช่น รัฐสภา ศาล และบริษัทน้ำมันแห่งรัฐ (PDVSA) ส่งผลให้การเลือกตั้งในปัจจุบันถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขาดความเสรีและเป็นธรรม

ความขัดแย้งและการแบ่งขั้วทางการเมือง

การเมืองในเวเนซุเอลาแบ่งออกเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ระหว่างผู้สนับสนุนประธานาธิบดีมาดูโร ซึ่งรวมตัวกันในนามพรรคสังคมนิยมรวมชาติ (PSUV) และกลุ่มขั้วรักชาติผู้ยิ่งใหญ่ (Great Patriotic Pole) กับกลุ่มพรรคฝ่ายค้าน

  • การกีดกันฝ่ายค้าน: พรรคและผู้สมัครฝ่ายค้านมักถูกสั่งห้ามไม่ให้ลงแข่งขันในการเลือกตั้ง
  • การบอยคอต: ในหลายครั้ง ฝ่ายค้านได้ประกาศบอยคอตการเลือกตั้งระดับชาติ โดยอ้างว่ากระบวนการเลือกตั้งไม่เป็นประชาธิปไตย
  • ดัชนีประชาธิปไตย: ในปี 2023 เวเนซุเอลาถูกจัดอยู่ในอันดับประชาธิปไตยที่ต่ำที่สุดเป็นอันดับ 3 ในลาตินอเมริกาและแคริบเบียน ตามดัชนี V-Dem Democracy

ประวัติศาสตร์การเมืองยุคแรก (1811–1889)

ประวัติศาสตร์การเมืองของเวเนซุเอลาเริ่มต้นจากการต่อสู้เพื่อเอกราชจากสเปน ในวันที่ 19 เมษายน 1810 ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารสูงสุด (Supreme Junta) เพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิของพระเจ้าเฟอร์ดินานด์ที่ 7 ก่อนที่จะนำไปสู่การประชุมสภาคองเกรสของจังหวัดต่างๆ ในเวเนซุเอลา

ในปี 1811 สภาคองเกรสฉบับแรกได้จัดตั้งอำนาจบริหารในรูปแบบ คณะผู้บริหารสามคน (Triumvirate) ซึ่งผลัดกันดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีทุกสัปดาห์ โดยมี คริสโตบาล เมนโดซา (Cristóbal Mendoza) เป็นสมาชิกคนสำคัญและเป็นผู้เขียนคำประกาศเอกราชของเวเนซุเอลา ซึ่งประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 1811

คำถามที่พบบ่อย

ระบบการเลือกตั้งประธานาธิบดีของเวเนซุเอลาเป็นอย่างไร?

ประธานาธิบดีได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนด้วยระบบเสียงข้างมาก (Plurality Voting) มีวาระการดำรงตำแหน่ง 6 ปี และสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งซ้ำได้

ทำไมการเลือกตั้งในเวเนซุเอลาจึงถูกวิพากษ์วิจารณ์ในปัจจุบัน?

เนื่องจากมีการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ฝ่ายบริหาร การปราบปรามสื่ออิสระ และการกีดกันผู้สมัครจากพรรคฝ่ายค้าน ทำให้การเลือกตั้งขาดความเสรีและเป็นธรรม

ใครคือผู้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของเวเนซุเอลาในช่วงหลัง?

ฮูโก ชาเวซ และผู้สืบทอดอำนาจคือ นิโคลัส มาดูโร ซึ่งนำพาประเทศไปสู่ระบอบสังคมนิยมและอำนาจนิยม