ภาคพลังงานไฟฟ้าของอียิปต์ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
สรุปใจความสำคัญ
- ในปี 2023 เชื้อเพลิงฟอสซิลคิดเป็นร้อยละ 88 ของสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าในอียิปต์
- อียิปต์ตั้งเป้าผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้ได้ร้อยละ 42 ภายในปี 2030
- เขื่อนอัสวานตอนบนเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่สำคัญที่สุดของประเทศ
ภาคพลังงานไฟฟ้าของอียิปต์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่รัฐบาลควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ ไปสู่การผสมผสานแหล่งพลังงานที่หลากหลาย ซึ่งรวมถึงก๊าซธรรมชาติ พลังงานหมุนเวียน และพลังงานนิวเคลียร์ โดยมีการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าในระดับภูมิภาคและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อกำหนดทิศทางในอนาคต
สถานการณ์พลังงานในปัจจุบัน
การผลิตไฟฟ้าของอียิปต์ยังคงพึ่งพาก๊าซธรรมชาติและเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก โดยในปี 2023 เชื้อเพลิงฟอสซิลคิดเป็นร้อยละ 88 ของสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ปริมาณการปล่อยคาร์บอนต่อหัวของอียิปต์ยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก
แหล่งพลังงานสะอาดที่สำคัญที่สุดคือพลังงานน้ำ ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 7 ของการผลิตทั้งหมด ขณะที่พลังงานลมและแสงอาทิตย์มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1 ในปี 2015 เป็นร้อยละ 5 ในปี 2023 แม้ว่าตัวเลขนี้จะยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก (ร้อยละ 13) และค่าเฉลี่ยของภูมิภาคแอฟริกา (ร้อยละ 6)
อียิปต์เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากก๊าซฟอสซิลรายใหญ่ที่สุดในแอฟริกา โดยในปี 2022 คิดเป็นร้อยละ 45 ของไฟฟ้าที่ผลิตจากก๊าซในทวีปแอฟริกาทั้งหมด เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้รัฐบาลต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติซึ่งคิดเป็นร้อยละ 84 ของสัดส่วนพลังงานในปี 2023
ภายใต้กลยุทธ์พลังงานระยะยาว อียิปต์ตั้งเป้าที่จะผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนให้ได้ร้อยละ 42 ภายในปี 2030 เพื่อลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและมุ่งสู่ความยั่งยืน
ประวัติศาสตร์และการปฏิรูปภาคไฟฟ้า
ไฟฟ้าถูกนำเข้ามาใช้ในอียิปต์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1893 โดยในช่วงแรกการผลิตและการจำหน่ายไฟฟ้าดำเนินการโดยบริษัทเอกชน ต่อมาในปี 1962 รัฐบาลได้โอนกิจการไฟฟ้ามาเป็นของรัฐ โดยจัดตั้งหน่วยงานควบคุมสามแห่ง ได้แก่ หน่วยงานผลิตไฟฟ้า หน่วยงานจำหน่ายไฟฟ้า และหน่วยงานดำเนินโครงการไฟฟ้า
ในช่วงปี 1996 ถึง 2000 รัฐบาลได้เริ่มการปฏิรูปเพื่อเปิดเสรีภาคไฟฟ้า โดยอนุญาตให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศสามารถสร้างและดำเนินงานโรงไฟฟ้าได้ และมีการจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลการใช้ไฟฟ้าและคุ้มครองผู้บริโภคในปี 1997
ในปี 2000 ได้มีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนการไฟฟ้าอียิปต์ให้เป็นบริษัทโฮลดิ้งไฟฟ้าอียิปต์ (Egyptian Electric Holding Company - EEHC) ซึ่งแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ การผลิต การส่ง และการจำหน่ายไฟฟ้า
วิกฤตการณ์ไฟฟ้าปี 2014
ในปี 2014 อียิปต์ประสบปัญหาวิกฤตไฟฟ้าขัดข้อง โดยมีการตัดไฟรายวันนานถึง 6 ชั่วโมง รัฐบาลจึงตอบสนองด้วยการลดการอุดหนุนพลังงานและเร่งพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะแหล่งก๊าซ Zohr ที่ค้นพบในปี 2015 ซึ่งนำไปสู่การมีไฟฟ้าสำรองเพียงพอและสามารถตั้งเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนที่ทะเยอทะยานมากขึ้น
พลังงานน้ำ (Hydropower)
อียิปต์มีโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลัก 4 แห่ง ได้แก่ เขื่อนอัสวานตอนล่าง, เขื่อนเอสนา, เขื่อนอัสวานตอนบน และฝายนากาฮามาดี โดยมีการเพิ่มโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ฝายอัสยุตในปี 2016

เขื่อนอัสวานตอนบน (Aswan High Dam) เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่สำคัญที่สุด โดยมีกำลังการผลิตทางทฤษฎี 2.1 กิกะวัตต์ (GW) แม้ว่าระดับน้ำที่ต่ำในบางครั้งจะทำให้ไม่สามารถเดินเครื่องได้เต็มกำลัง แต่ปัจจุบันมีโครงการปรับปรุงเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 2.4 กิกะวัตต์ และยืดอายุการใช้งานของกังหันออกไปอีก 40 ปี
พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power)
ด้วยสภาพภูมิอากาศแบบทะเลทรายที่ร้อนจัด อียิปต์จึงมีศักยภาพด้านพลังงานแสงอาทิตย์สูงมาก โดยบางพื้นที่ได้รับแสงแดดมากกว่า 4,000 ชั่วโมงต่อปี ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง
รัฐบาลได้ผลักดันโครงการโซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่เพื่อตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เช่น สวนโซลาร์เซลล์เบนบัน (Benban Solar Park) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีกำลังการผลิต 1.8 กิกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอสำหรับจ่ายไฟฟ้าให้บ้านเรือนกว่า 1 ล้านหลัง
คำถามที่พบบ่อย
อียิปต์พึ่งพาพลังงานจากแหล่งใดมากที่สุด?
อียิปต์พึ่งพาพลังงานจากก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก โดยในปี 2023 คิดเป็นร้อยละ 84 ของสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด
โครงการ Benban Solar Park คืออะไร?
เป็นหนึ่งในสวนโซลาร์เซลล์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในอียิปต์ มีกำลังการผลิต 1.8 กิกะวัตต์ สามารถจ่ายไฟฟ้าให้บ้านเรือนได้ถึง 1 ล้านหลัง
เป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียนของอียิปต์ในปี 2030 คืออะไร?
อียิปต์ตั้งเป้าที่จะผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนให้ได้ร้อยละ 42 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดภายในปี 2030

