← กลับไปยังบทความทั้งหมด

พระราชบัญญัติการศึกษาขั้นพื้นฐานและมัธยมศึกษา (ESEA) คืออะไร?

สรุปใจความสำคัญ

  • ลงนามโดยประธานาธิบดี Lyndon B. Johnson เมื่อวันที่ 11 เมษายน 1965
  • เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ War on Poverty เพื่อลดความยากจนผ่านการศึกษา
  • มุ่งเน้นการลดช่องว่างของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสำหรับนักเรียนจากครอบครัวยากจน
  • ได้รับการปรับปรุงเป็นกฎหมายสำคัญอย่าง No Child Left Behind และ Every Student Succeeds Act

พระราชบัญญัติการศึกษาขั้นพื้นฐานและมัธยมศึกษา หรือ ESEA เป็นหนึ่งในกฎหมายที่มีอิทธิพลมากที่สุดต่อระบบการศึกษาของสหรัฐอเมริกา โดยได้รับการลงนามโดยประธานาธิบดี Lyndon B. Johnson เมื่อวันที่ 11 เมษายน ค.ศ. 1965 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "War on Poverty" หรือสงครามต่อต้านความยากจนของเขา

ตราประทับของสหรัฐอเมริกา
ตราประทับของสหรัฐอเมริกาที่เกี่ยวข้องกับเอกสารทางกฎหมายของรัฐบาลกลาง

วัตถุประสงค์และเป้าหมายหลัก

เป้าหมายหลักของ ESEA คือการให้เงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางแก่การศึกษาขั้นพื้นฐานและมัธยมศึกษา โดยเน้นที่การสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษา เพื่อลดช่องว่างของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (achievement gaps) ระหว่างนักเรียน โดยเฉพาะนักเรียนที่มาจากครอบครัวที่ยากจน

  • การพัฒนาวิชาชีพ: สนับสนุนงบประมาณสำหรับการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา
  • วัสดุการสอน: ให้ทุนสนับสนุนด้านสื่อการเรียนการสอนและทรัพยากรต่างๆ
  • การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง: ส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเรียนรู้ของบุตรหลาน
โครงสร้างการศึกษา
แผนผังแสดงความเชื่อมโยงของการศึกษาระดับต่างๆ และประเด็นปัญหาทางการศึกษา

วิวัฒนาการและการแก้ไขกฎหมาย

ตั้งแต่ปี 1965 เป็นต้นมา ESEA ได้รับการแก้ไขและรับรองใหม่โดยรัฐสภาหลายครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนี้:

1. พระราชบัญญัติการศึกษาทวิภาษา (Bilingual Education Act)

ให้การสนับสนุนการศึกษาแบบทวิภาษาและส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับชาวอเมริกันพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ

2. พระราชบัญญัติโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม (Equal Educational Opportunities Act of 1974)

ห้ามการเลือกปฏิบัติในสถานศึกษาต่อทั้งนักเรียนและครู

3. พระราชบัญญัติ No Child Left Behind (NCLB)

กฎหมายฉบับนี้ได้นำระบบการทดสอบมาตรฐานมาใช้ เพื่อส่งเสริมการศึกษาที่อิงตามมาตรฐาน (standards-based education) และเพิ่มความรับผิดชอบของโรงเรียน

4. พระราชบัญญัติ Every Student Succeeds Act (ESSA)

ยังคงรักษาข้อกำหนดด้านการทดสอบบางส่วนจาก NCLB แต่ได้โอนอำนาจการตัดสินใจและความรับผิดชอบกลับไปยังรัฐต่างๆ มากขึ้น

บริบททางประวัติศาสตร์

ประธานาธิบดี Lyndon B. Johnson เชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าการศึกษาคือทางออกของความยากจนและความไม่รู้ เนื่องจากตัวเขาเองเคยได้รับโอกาสทางการศึกษาในรัฐเท็กซัสซึ่งช่วยให้เขาหลุดพ้นจากความยากจนได้ ในช่วงทศวรรษ 1960 สหรัฐฯ เผชิญกับความท้าทายด้านประชากรจากยุค Baby Boomer ทำให้งบประมาณการศึกษาตึงตัว การผลักดัน ESEA จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการที่รัฐบาลกลางเข้ามามีบทบาทสนับสนุนงบประมาณให้แก่โรงเรียนท้องถิ่น

คำถามที่พบบ่อย

ESEA คืออะไร?

ESEA ย่อมาจาก Elementary and Secondary Education Act ซึ่งเป็นกฎหมายของสหรัฐอเมริกาที่ให้เงินสนับสนุนจากรัฐบาลกลางแก่การศึกษาขั้นพื้นฐานและมัธยมศึกษา เพื่อสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา โดยเฉพาะสำหรับนักเรียนที่ยากจน

ใครเป็นผู้ลงนามในกฎหมายหมายนี้?

ประธานาธิบดี Lyndon B. Johnson เป็นผู้ลงนามในกฎหมายนี้เมื่อวันที่ 11 เมษายน ค.ศ. 1965

No Child Left Behind (NCLB) เป็นส่วนหนึ่งของ ESEA หรือไม่?

ใช่ NCLB เป็นการรับรองใหม่ (reauthorization) ของ ESEA ที่เน้นการทดสอบมาตรฐานและการศึกษาที่อิงตามมาตรฐาน