← กลับไปยังบทความทั้งหมด

UL องค์กรความปลอดภัยระดับโลกด้านการทดสอบและรับรองมาตรฐานความปลอดภัย

สรุปใจความสำคัญ

  • UL ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1894 โดย William Henry Merrill เพื่อลดความเสี่ยงจากอัคคีภัยและไฟฟ้า
  • UL Solutions เป็นบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE: ULS) ตั้งแต่ปี 2024
  • OSHA ของสหรัฐอเมริกาให้การรับรอง UL เป็นหนึ่งในห้องปฏิบัติการทดสอบความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับในระดับชาติ (NRTL)
  • เครื่องหมาย UL Mark เป็นสัญลักษณ์ของการรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก

UL Research Institutes เป็นบริษัทความปลอดภัยระดับโลกที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองนอร์ทบรูค รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา โดยโครงสร้างองค์กรประกอบด้วยสามส่วนหลัก ได้แก่ UL Research Institutes (องค์กรไม่แสวงหากำไรที่เป็นบริษัทแม่) บริษัทลูกในรูปแบบองค์กรไม่แสวงหากำไร UL Standards & Engagement และ UL Solutions (ธุรกิจที่แสวงหากำไรซึ่งควบคุมโดยองค์กรไม่แสวงหากำไร)

สำนักงานใหญ่ของ UL
สำนักงานใหญ่ของ UL ในเมืองนอร์ทบรูค รัฐอิลลินอยส์

ประวัติความเป็นมา

UL ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1894 โดย William Henry Merrill หลังจากที่เขาจบการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) และทำงานเป็นผู้ตรวจสอบไฟฟ้าในบอสตัน ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ความเสี่ยงจากอัคคีภัยในสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากการใช้ไฟฟ้าในบ้านและธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

Merrill จึงเสนอให้จัดตั้งห้องปฏิบัติการเพื่อใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ในการทดสอบผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัยจากไฟและไฟฟ้า ซึ่งในตอนแรกถูกปฏิเสธโดยคณะกรรมการผู้ตรวจสอบประกันภัยอัคคีภัยแห่งบอสตัน ต่อมาเขาได้ย้ายไปทำงานที่ชิคาโก และได้รับเงินทุนสนับสนุนจากสมาคมผู้ตรวจสอบประกันภัยอัคคีภัยชิคาโก และ Western Insurance Union จนสามารถเปิดห้องปฏิบัติการขนาดเล็กบนชั้นสามของสถานีตรวจการณ์ประกันภัยอัคคีภัยท้องถิ่น และลงนามในรายงานการทดสอบฉบับแรกเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 1894

ในช่วงปีแรกๆ UL ได้ทดสอบผลิตภัณฑ์สามประเภทหลัก ได้แก่ อุปกรณ์ป้องกันไฟ (เช่น เครื่องดับเพลิง), อุปกรณ์ทนไฟ (เช่น ประตูทนไฟ) และอุปกรณ์ที่มักก่อให้เกิดไฟไหม้ (เช่น สายไฟที่ใช้ในการติดตั้งไฟฟ้า) ต่อมาได้ขยายขอบเขตการทดสอบให้ครอบคลุมถึงเทคโนโลยีผู้บริโภคที่สำคัญ เช่น เครื่องดูดฝุ่น, โทรทัศน์, ไมโครเวฟ และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล

อาคารสำนักงานเก่าของ UL ในชิคาโก
ทัศนียภาพของอาคารสำนักงานเก่าของ UL บนถนน East Ohio Street ในชิคาโก

การพัฒนาและเครื่องหมาย UL Mark

UL เผยแพร่มาตรฐานความปลอดภัยฉบับแรกคือ "Tin Clad Fire Doors" ในปี ค.ศ. 1903 และในปี ค.ศ. 1906 ได้เริ่มใช้ Label Service เพื่อให้เครื่องหมายรับรองความปลอดภัยแก่ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบและการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็น UL Mark ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

จากเดิมที่เน้นเพียงความปลอดภัยทางไฟฟ้าและอัคคีภัย UL Solutions ได้วิวัฒนาการมาสู่การจัดการปัญหาความปลอดภัยที่กว้างขึ้น เช่น สารอันตราย, คุณภาพน้ำ, ความปลอดภัยของอาหาร, การทดสอบประสิทธิภาพ และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

โครงสร้างองค์กรและการเปลี่ยนแปลง

ในปี ค.ศ. 2012 UL ได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างโดยให้ Underwriters Laboratories เป็นบริษัทแม่ของ UL LLC ซึ่งเป็นบริษัทที่แสวงหากำไรเพื่อดูแลธุรกิจการทดสอบและรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์

ในปี ค.ศ. 2022 องค์กรได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานโดยแบ่งออกเป็นสามส่วน: UL Solutions, UL Standards & Engagement และ UL Research Institutes

ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2024 UL Solutions ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE: ULS) ผ่านการเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO) โดยระดมทุนได้ประมาณ 950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีมูลค่าบริษัทประมาณ 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

มาตรฐาน UL (UL Standards)

UL ได้กำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท โดยตัวอย่างมาตรฐานที่สำคัญ ได้แก่:

  • มาตรฐานความยั่งยืน: เช่น UL 110 สำหรับโทรศัพท์มือถือ
  • มาตรฐานผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์: เช่น UL 50 (ตู้ไฟฟ้า), UL 153 (โคมไฟไฟฟ้าแบบพกพา) และ UL 197 (เครื่องครัวไฟฟ้าเชิงพาณิชย์)

คำถามที่พบบ่อย

UL คืออะไร?

UL คือองค์กรความปลอดภัยระดับโลกที่ทำหน้าที่ทดสอบและรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านไฟฟ้าและอัคคีภัย เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้บริโภคทางธุรกิจมั่นใจในความปลอดภัย

เครื่องหมาย UL Mark หมายถึงอะไร?

เครื่องหมาย UL UL Mark หมายถึงว่าผลิตภัณฑ์นั้นผ่านการทดสอบตามมาตรฐานความปลอดภัยของ UL และได้รับการตรวจสอบจากโรงงานผู้ผลิตอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพื่อให้ให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์นั้นให้ความปลอดภัยที่ให้ให้ความปลอดภัยตามมาตรฐานที่ซึ่งกำหนดไว้

UL Solutions ต่างจาก UL Research Institutes อย่างไร?

UL Solutions เป็นหน่วยงานที่แสวงหากำไรที่เน้นการให้บริการทดสอบและรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ในเชิงธุรกิจ, ในขณะที่ UL Research Institutes เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่เน้นการวิจัยและพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยใหม่ๆ