เอลเลียต สเปอร์ลิง นักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านทิเบตและจีน
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นนักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ทิเบต-จีน และได้รับรางวัล MacArthur Fellow
- เขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเกี่ยวกับนโยบายของราชวงศ์หมิงต่อทิเบต ซึ่งเป็นงานที่ทรงอิทธิพลอย่างมาก
- เน้นการวิจัยจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิในภาษาทิเบตและจีน
- เป็นผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะการเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ชาวอุยกูร์และชาวทิเบต
เอลเลียต สเปอร์ลิง (Elliot Sperling) (4 มกราคม ค.ศ. 1951 – 29 มกราคม ค.ศ. 2017) เป็นหนึ่งในนักประวัติศาสตร์ชั้นนำของโลกผู้มีความเชี่ยวชาญด้านทิเบตและความสัมพันธ์ระหว่างทิเบตและจีน นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัล MacArthur Fellow ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสำหรับบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีความสามารถโดดเด่น
สเปอร์ลิงใช้เวลาส่วนใหญ่ในอาชีพนักวิชาการในตำแหน่งรองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาการศึกษาเอเชียกลางและยูเรเชีย (Department of Central Eurasian Studies) ณ มหาวิทยาลัยอินเดียนา (Indiana University) โดยเขาได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาเป็นเวลา 7 ปี

ประวัติและการศึกษา
สเปอร์ลิงเกิดและเติบโตในนครนิวยอร์ก ในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับการศึกษา ความขยันหมั่นเพียร และความรับผิดชอบต่อสังคม เขาเริ่มมีความตระหนักรู้ทางสังคมและการเมืองตั้งแต่วัยเยาว์ ในช่วงต้นทศวรรษ 1970 ขณะศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยควีนส์ (Queens College) ท่ามกลางกระแสวัฒนธรรมต่อต้าน (Counterculture movement) เขาได้เดินทางท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะการเดินทางทางบกจากอิสตันบูลไปยังเดลี ซึ่งจุดประกายความหลงใหลในการศึกษาดินแดนห่างไกล
การพำนักระยะสั้นในอินเดียทำให้เขาเกิดความรักในวัฒนธรรมของประเทศนี้ และการได้พบกับชาวทิเบตพลัดถิ่นเป็นครั้งแรกทำให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนวิชาเอกมาเป็นด้านเอเชียตะวันออกศึกษา สเปอร์ลิงได้ศึกษาภาษาจีนในไต้หวันก่อนจะเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยอินเดียนา โดยเขาได้ศึกษาทั้งภาษาทิเบตและภาษาจีน ทั้งในระดับคลาสสิกและสมัยใหม่
ในปี ค.ศ. 1983 สเปอร์ลิงเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเรื่อง Early Ming Policy toward Tibet: An Examination of the Proposition that the Early Ming Emperors Adopted a "Divide and Rule" Policy toward Tibet ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นงานวิจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุดในหัวข้อดังกล่าว
เส้นทางอาชีพและผลงานทางวิชาการ
สเปอร์ลิงเริ่มต้นอาชีพอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นมิสซิสซิปปี (University of Southern Mississippi) และได้รับรางวัล MacArthur Fellowship ในช่วงปี ค.ศ. 1984–1989 ต่อมาในปี ค.ศ. 1987 เขาได้กลับมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยอินเดียนา และพำนักอยู่ที่นั่นจนถึงเดือนธันวาคม ค.ศ. 2015 นอกจากนี้เขายังได้รับเชิญให้เป็นศาสตราจารย์อาคันตุกะที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (ค.ศ. 1992–1993) และมหาวิทยาลัยเดลี (ค.ศ. 1994–1995)
ขอบเขตการวิจัย
งานวิจัยของสเปอร์ลิงเน้นการใช้แหล่งข้อมูลปฐมภูมิทั้งภาษาทิเบตและภาษาจีน โดยมุ่งเน้นในประเด็นดังนี้:
- อำนาจอธิปไตยและเส้นเขตแดน
- รูปแบบของอำนาจทางการเมือง สังคม และครอบครัว
- นโยบายของจีนที่มีต่อทิเบตในยุคต่างๆ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 จนถึงปัจจุบัน
- บทบาทของข้าราชการ พระสงฆ์ และทูตในราชสำนักถังกุต, หยวน, หมิง และชิง
เขามีชื่อเสียงเป็นพิเศษในการวิเคราะห์เรื่องชาวถังกุต, อิทธิพลของมองโกลในทิเบตช่วงศตวรรษที่ 17 และ 18, รัชสมัยขององค์ทะไลลามะที่ 5 และสถานะของทิเบตภายใต้ราชวงศ์ชิง
มุมมองทางวิชาการ
สเปอร์ลิงเป็นที่รู้จักในฐานะนักวิชาการที่มีความเที่ยงตรงและกล้าวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา เขาเคยวิจารณ์นโยบายการกดขี่ของรัฐบาลจีนในทิเบต และในขณะเดียวกันก็วิจารณ์รัฐบาลพลัดถิ่นของทิเบตและองค์ทะไลลามะในประเด็นการละทิ้งเป้าหมายการประกาศเอกราชของทิเบต รวมถึงการขาดความเข้าใจในจุดยืนที่แท้จริงของจีน
การขับเคลื่อนด้านสิทธิมนุษยชน
นอกเหนือจากงานวิชาการ สเปอร์ลิงยังเป็นผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชนอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะในกรณีของ อิลฮัม โตฮ์ตี (Ilham Tohti) ศาสตราจารย์ชาวอุยกูร์ที่ถูกรัฐบาลจีนจำคุกตลอดชีวิตในข้อหา "แบ่งแยกดินแดน" ซึ่งสเปอร์ลิงเป็นหนึ่งในเสียงที่ส่งเสียงดังที่สุดในการเรียกร้องให้ปล่อยตัวโตฮ์ตี โดยระบุว่าข้อกล่าวหานั้นไม่มีมูลความจริง
เขายังเคยดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการเสรีภาพทางศาสนาในต่างประเทศ (Committee on Religious Freedom Abroad) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (ค.ศ. 1996–1999) และให้การต่อคณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนในหลายประเทศ รวมถึงฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา
คำถามที่พบบ่อย
เอลเลียต สเปอร์ลิง คือใคร?
เอลเลียต สเปอร์ลิง เป็นนักประวัติศาสตร์ชาวอเมริกันผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านประวัติศาสตร์ทิเบตและความสัมพันธ์ระหว่างทิเบตกับจีน โดยเคยเป็นรองศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยอินเดียนา
ผลงานทางวิชาการที่โดดเด่นที่สุดของเขาคืออะไร?
วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเขาในปี ค.ศ. 1983 เกี่ยวกับนโยบาย 'แบ่งแยกและปกครอง' ของราชวงศ์หมิงต่อทิเบต ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นงานวิจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุดในหัวข้อนี้
สเปอร์ลิงมีจุดยืนอย่างไรต่อประเด็นทิเบต?
เขามีจุดยืนที่เป็นกลางและกล้าวิจารณ์ทั้งรัฐบาลจีนที่กดขี่ทิเบต และรัฐบาลพลัดถิ่นของทิเบตที่เขามองว่าขาดความเข้าใจในจุดยืนที่แท้จริงของจีนและละทิ้งการเรียกร้องเอกราช
เขามีบทบาทอย่างไรในด้านสิทธิมนุษยชน?
เขาเป็นผู้สนับสนุนสิทธิมนุษยชนอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะการเรียกร้องให้ปล่อยตัว อิลฮัม โตฮ์ตี ศาสตราจารย์ชาวอุยกูร์ที่ถูกจำคุกตลอดชีวิตโดยรัฐบาลจีน