บทบาทของกรีซในสภาแห่งยุโรป
สรุปใจความสำคัญ
- กรีซเป็นรัฐแรกที่เข้าเป็นสมาชิกสภาแห่งยุโรปหลังจากกลุ่มผู้ก่อตั้ง 10 รัฐแรก โดยเข้าร่วมเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 1949
- กรีซเป็นรัฐแรกในประวัติศาสตร์ที่ถอนตัวออกจากสภาแห่งยุโรปในปี 1969 เนื่องจากความขัดแย้งกับคณะรัฐประหารทหาร
- ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปเคยตัดสินว่ากฎหมายห้ามเผยแผ่ศาสนาของกรีซละเมิดเสรีภาพทางศาสนาตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป
กรีซมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและยาวนานกับสภาแห่งยุโรป (Council of Europe) โดยเป็นรัฐแรกที่เข้าเป็นสมาชิกหลังจากกลุ่มผู้ก่อตั้งสิบรัฐแรก และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน แม้จะเคยมีช่วงเวลาที่ต้องถอนตัวออกจากองค์กรเนื่องจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองภายในประเทศ
การเข้าร่วมและบทบาทในช่วงแรก
แม้กรีซจะไม่ได้เป็นหนึ่งในสิบรัฐผู้ก่อตั้งสภาแห่งยุโรป แต่กรีซเป็นรัฐแรกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นสมาชิก โดยเข้าเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1949 ซึ่งเป็นเวลาเพียงสามเดือนหลังจากการก่อตั้งองค์กร
ในปี ค.ศ. 1953 รัฐสภาเฮลเลนิก (Hellenic Parliament) ได้ให้สัตยาบันอย่างเป็นเอกฉันท์ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป (European Convention on Human Rights) และพิธีสารฉบับแรก ซึ่งเป็นสนธิสัญญาหลักด้านสิทธิมนุษยชนของสภาแห่งยุโรป นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 1956 กรีซยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการยื่นคำร้องระหว่างรัฐ (Interstate case) เป็นครั้งแรกต่อคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป ในคดี Greece v. United Kingdom โดยกล่าวหาว่าสหราชอาณาจักรละเมิดสิทธิมนุษยชนในไซปรัสซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ
การรัฐประหารและการถอนตัวจากสมาชิกภาพ
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1967 เมื่อเกิดการรัฐประหารโดยคณะทหาร (Greek junta) ซึ่งนำไปสู่การยกเลิกระบอบประชาธิปไตยและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้กรีซเกิดความขัดแย้งกับสภาแห่งยุโรปอย่างรุนแรง
- การร้องเรียนระหว่างรัฐ: ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1967 ประเทศเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน และเนเธอร์แลนด์ ได้ยื่นคำร้องระหว่างรัฐต่อคณะกรรมาธิการฯ เพื่อให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกรีซ
- การตรวจสอบ: สมัชชาที่ปรึกษาแห่งสภาแห่งยุโรปได้แต่งตั้ง Max van der Stoel ให้เป็นผู้รายงาน (Rapporteur) เพื่อสืบสวนสถานการณ์ในกรีซ
ในวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1969 หลังจากที่มีการรั่วไหลของรายงานการตรวจสอบคดีของกรีซ กรีซได้ตัดสินใจถอนตัวออกจากสภาแห่งยุโรปก่อนที่เรื่องดังกล่าวจะถูกนำเข้าสู่การลงมติ ทำให้กรีซกลายเป็นรัฐแรกในประวัติศาสตร์ที่ถอนตัวออกจากสภาแห่งยุโรป
การกลับเข้าสู่สมาชิกภาพและประเด็นทางกฎหมาย
หลังจากระบอบเผด็จการทหารล่มสลาย กรีซได้กลับเข้าเป็นสมาชิกของสภาแห่งยุโรปอีกครั้งเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1974
ข้อพิพาทเรื่องเสรีภาพทางศาสนา
ประเด็นทางกฎหมายที่สำคัญประการหนึ่งคือ รัฐธรรมนูญของกรีซที่มีข้อห้ามเรื่องการเผยแผ่ศาสนา (Proselytism) ซึ่งศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป (European Court of Human Rights) ได้วินิจฉัยในหลายคดีสำคัญ เช่น Larissis and others v. Greece และ Kokkinakis v. Greece ว่าการสั่งห้ามเผยแผ่ศาสนาแบบครอบคลุมทั้งหมดนั้นไม่สอดคล้องกับมาตรา 9 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป โดยศาลชี้ว่าแม้การห้ามเผยแผ่ศาสนาอาจทำได้ในบางกรณี แต่การห้ามโดยเด็ดขาดถือเป็นการละเมิดเสรีภาพทางศาสนา
ความร่วมมือในปัจจุบัน
ปัจจุบันกรีซมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในหน่วยงานต่างๆ ของสภาแห่งยุโรป ได้แก่:
- คณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและความไม่อดทน (ECRI)
- คณะกรรมการยุโรปเพื่อการป้องกันการทรมาน (CPT)
- กลุ่มรัฐเพื่อต่อต้านการทุจริต (GRECO)
ในปี ค.ศ. 2020 กรีซได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาแห่งยุโรปตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน และในปีเดียวกันนั้น รัฐบาลกรีซได้เสนอชื่อศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปให้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
คำถามที่พบบ่อย
กรีซเข้าเป็นสมาชิกสภาแห่งยุโรปเมื่อใด?
กรีซเข้าเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1949 ซึ่งเป็นรัฐแรกที่เข้าร่วมหลังจากกลุ่มผู้ก่อตั้ง 10 รัฐแรก
ทำไมกรีซจึงถอนตัวออกจากสภาแห่งยุโรปในปี 1969?
กรีซถอนตัวออกไปเนื่องจากความขัดแย้งกับสภาแห่งยุโรปเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายใต้การปกครองของคณะรัฐประหารทหาร (Greek junta)
กรีซกลับเข้าเป็นสมาชิกสภาแห่งยุโรปอีกครั้งเมื่อใด?
กรีซกลับเข้าเป็นสมาชิกอีกครั้งในวันที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1974 หลังจากระบอบเผด็จการทหารสิ้นสุดลง
กรีซมีบทบาทอย่างไรในสภาแห่งยุโรปในปี 2020?
กรีซดำรงตำแหน่งประธานสภาแห่งยุโรปตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงพฤศจิกายน ค.ศ. 2020 และได้เสนอชื่อศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปเพื่อชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
