← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เอลอยส์ ไคลน์ ฮีลีย์ กวีหญิงผู้ขับเคลื่อนอัตลักษณ์และสิทธิสตรี

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นกวีประจำเมืองลอสแอนเจลิส (Poet Laureate of Los Angeles) คนแรกในปี 2012
  • เคยประสบภาวะอะเฟเซีย (Aphasia) จากโรคสมองอักเสบ ทำให้ต้องหัดอ่านและเขียนภาษาใหม่ทั้งหมด
  • เป็นนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านสตรีศึกษา (Women's Studies) และการเขียนสร้างสรรค์

เอลอยส์ ไคลน์ ฮีลีย์ (เกิดปี ค.ศ. 1943) เป็นกวีชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียง ซึ่งผลงานของเธอมุ่งเน้นไปที่เรื่องของเพศวิถี, อัตลักษณ์, ชุมชน และสิทธิสตรี (Feminism) ตลอดระยะเวลา 46 ปีในเส้นทางสายวรรณกรรม เธอได้ตีพิมพ์ผลงานมาแล้วถึง 10 เล่ม ซึ่งหลายเล่มได้รับรางวัลและการยอมรับในระดับสูง จุดสูงสุดในอาชีพของเธอคือการได้รับเลือกให้เป็น กวีประจำเมืองลอสแอนเจลิส (Poet Laureate of Los Angeles) คนแรกในปี ค.ศ. 2012 นอกจากบทบาทกวีแล้ว ฮีลีย์ยังเป็นนักรณรงค์เพื่อสิทธิสตรีและกลุ่ม LGBTQ+ อีกด้วย

Eloise Klein Healy
เอลอยส์ ไคลน์ ฮีลีย์ กวีผู้ถ่ายทอดเรื่องราวของอัตลักษณ์และสังคม

ชีวิตส่วนตัวและการต่อสู้กับอุปสรรค

ฮีลีย์เกิดในปี ค.ศ. 1943 ที่เมืองเอลปาโซ รัฐเท็กซัส และเติบโตในเขตชนบทของเมืองเรมเซน รัฐไอโอวา แต่เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตอยู่ที่ลอสแอนเจลิส ในเวลาว่างจากการเขียนกวี เธอชื่นชอบการวาดภาพพู่กันจีนและการเล่นเบสบอล ซึ่งงานอดิเรกเหล่านี้มักจะปรากฏอยู่ในบทกวีของเธอเป็นระยะ

เหตุการณ์สำคัญในชีวิตเกิดขึ้นไม่กี่เดือนหลังจากเธอได้รับตำแหน่งกวีประจำเมืองลอสแอนเจลิส เมื่อฮีลีย์ล้มป่วยด้วยโรคสมองอักเสบจากไวรัส (Viral Encephalitis) ซึ่งส่งผลให้เธอเกิดภาวะ อะเฟเซีย (Aphasia) หรือความผิดปกติในการประมวลผลและทำความเข้าใจภาษา ฮีลีย์ต้องเริ่มต้น "กู้คืนภาษา" กลับมาใหม่ โดยการหัดอ่านและเขียนอีกครั้ง เธอต้องเชื่อมโยงคำศัพท์กับวัตถุหรือแนวคิด ทำความเข้าใจประเภทของคำ เช่น คำนามและคำกริยา และในบางครั้งต้องเริ่มเรียนรู้ภาษาใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ด้วยความช่วยเหลือจากคอลลีน รูนีย์ คู่สมรสของเธอ และเบตตี้ แมคคิกเกน นักบำบัด ฮีลีย์จึงสามารถฟื้นตัวจากสภาวะนี้ได้สำเร็จ

เส้นทางอาชีพและการศึกษา

ฮีลีย์สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยอิมแมคคูเลท ฮาร์ท (Immaculate Heart College) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยคาทอลิกในลอสแอนเจลิส หลังจากจบปริญญาตรี เธอเริ่มอาชีพการสอนควบคู่ไปกับการพัฒนาฝีมือการเขียนกวี จนกระทั่งในช่วงอายุสามสิบปลายๆ เธอจึงตัดสินใจเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาโทด้านการเขียนสร้างสรรค์ (MFA)

ในฐานะนักการศึกษา ฮีลีย์มีบทบาทสำคัญในหลายสถาบัน ดังนี้:

  • อาจารย์ที่วิทยาลัยอิมแมคคูเลท ฮาร์ท
  • ผู้อำนวยการโครงการสตรีศึกษาและศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียสเตต นอร์ทริจ (CSUN)
  • ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านการเขียนสร้างสรรค์ และประธานผู้ก่อตั้งหลักสูตร MFA ด้านการเขียนสร้างสรรค์ที่มหาวิทยาลัยแอนทิออค (Antioch University)
  • ผู้สอนในเวิร์กชอปสตูดิโอเฟมินิสต์ และคณะกรรมการบริหารของ Woman's Building ศูนย์วัฒนธรรมเฟมินิสต์ฝั่งตะวันตกในช่วงกลางทศวรรษ 1980

เธอเกษียณจากการสอนในปี ค.ศ. 2006 เพื่อทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับการเขียนกวีนิพนธ์

ผลงานที่โดดเด่น

ฮีลีย์ตีพิมพ์หนังสือบทกวี 7 เล่ม และหนังสือเล่มเล็ก (Chapbooks) 3 เล่ม ผลงานที่สำคัญ ได้แก่:

  • A Packet Beating Like a Heart (1981): นำเสนอธีมเรื่องอัตลักษณ์ การเติบโต และความสัมพันธ์ โดยมีบทกวีที่สะท้อนชีวิตในลอสแอนเจลิส
  • Passing (2002): พูดถึงการสูญเสียบุคคลสำคัญในชีวิต เช่น พ่อแม่ และเพื่อนที่เสียชีวิตจากโรคเอดส์และมะเร็งเต้านม โดยสะท้อนถึงการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองและอัตลักษณ์ทางเพศ
  • Ordinary Wisdom (2005): เขียนขึ้นระหว่างการพักผ่อนที่ Dorland Mountain Colony ซึ่งเน้นความเรียบง่ายของกิจวัตรในชีวิตประจำวัน
  • The Islands Project: Poems for Sappho (2007): บทกวีที่เขียนถึง 'แซฟโฟ' (Sappho) กวีหญิงกรีกโบราณ โดยเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างกวีธรรมดากับเทพธิดาในตำนาน
  • A Wild Surmise (2013): หนังสือเล่มแรกที่ใช้ QR Code เพื่อเชื่อมโยงไปยังไฟล์เสียงอ่านบทกวีของเธอ
  • Another Phase (2018): บันทึกประสบการณ์การต่อสู้กับโรคสมองอักเสบและภาวะอะเฟเซีย โดยใช้บทกวีห้าบรรทัดเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูภาษา

คำถามที่พบบ่อย

เอลอยส์ ไคลน์ ฮีลีย์ เขียนบทกวีเกี่ยวกับเรื่องอะไรเป็นหลัก?

เธอเขียนเกี่ยวกับเรื่องเพศวิถี, อัตลักษณ์, ชุมชน, และสิทธิสตรี (Feminism)

ภาวะอะเฟเซีย (Aphasia) ส่งผลต่อฮีลีย์อย่างไร?

ทำให้เธอสูญเสียความสามารถในการประมวลผลและทำความเข้าใจภาษา จนต้องหัดอ่านและเขียนใหม่ตั้งแต่ต้น

ผลงานเล่มใดที่สะท้อนถึงการฟื้นตัวจากอาการป่วยของเธอ?

หนังสือชื่อ 'Another Phase' (2018) ซึ่งรวบรวมบทกวีที่เธอเขียนขึ้นในช่วงที่กำลังฟื้นฟูการใช้ภาษา