← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เอฟ. โอ. แมททีเซน นักวิจารณ์วรรณกรรมและผู้บุกเบิกการศึกษาอเมริกัน

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้บัญญัติคำว่า 'American Renaissance' เพื่อเรียกวรรณกรรมอเมริกันช่วงกลางศตวรรษที่ 19
  • เป็นนักวิชาการและอาจารย์ผู้ทรงอิทธิพลที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด
  • เขียนหนังสือ 'American Renaissance: Art and Expression in the Age of Emerson and Whitman' ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการศึกษาวรรณกรรมอเมริกัน

เอฟ. โอ. แมททีเซน (Francis Otto Matthiessen) เป็นนักการศึกษา นักวิชาการ และนักวิจารณ์วรรณกรรมชาวอเมริกันที่มีอิทธิพลอย่างมากในด้านวรรณกรรมอเมริกันและการศึกษาอเมริกัน (American Studies) ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคือหนังสือ American Renaissance: Art and Expression in the Age of Emerson and Whitman ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จของนักเขียนชาวอเมริกันในศตวรรษที่ 19 และส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อเหล่านักวิชาการรุ่นต่อมา

ภาพพอร์ตเทรตของ เอฟ. โอ. แมททีเซน
เอฟ. โอ. แมททีเซน นักวิชาการผู้ทรงอิทธิพลด้านวรรณกรรมอเมริกัน

ประวัติช่วงต้นและการศึกษา

แมททีเซนเกิดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1902 ที่เมืองพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาเป็นบุตรคนที่สี่ในบรรดาลูกสี่คนของเฟรเดอริก วิลเลียม แมททีเซน และลูซี่ ออร์น แพรตต์ โดยคุณปู่ของเขาเป็นผู้นำทางอุตสาหกรรมด้านการผลิตสังกะสีและนาฬิกา รวมถึงเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองลาซาล รัฐอิลลินอยส์

หลังจากพ่อแม่แยกทางกัน เขาได้ย้ายไปอยู่กับคุณปู่คุณย่าที่เมืองลาซาล และจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนแฮคเลย์ ในเมืองแทร์รีทาวน์ รัฐนิวยอร์ก

ในปี ค.ศ. 1923 เขาสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) ซึ่งเขาได้ดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารของ Yale Daily News และบรรณาธิการของ Yale Literary Magazine นอกจากนี้เขายังเป็นสมาชิกของสมาคม Skull and Bones อีกด้วย ในปีสุดท้ายของการศึกษา เขาได้รับรางวัล Alpheus Henry Snow Prize ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักศึกษาชั้นปีสุดท้ายที่มีความสำเร็จทางปัญญาและบุคลิกภาพที่โดดเด่น

ในฐานะนักเรียนทุนโรดส์ (Rhodes Scholar) เขาได้เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และได้รับปริญญา B.Litt. ในปี ค.ศ. 1925 จากนั้นเขาจึงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท (M.A.) ในปี ค.ศ. 1926 และปริญญาเอก (Ph.D.) ในปี ค.ศ. 1927 จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ก่อนจะเริ่มอาชีพการสอนที่มหาวิทยาลัยเยลเป็นเวลาสองปี และย้ายมาสอนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในเวลาต่อมา

ผลงานทางวิชาการ

แมททีเซนเป็นนักวิชาการด้านอเมริกันศึกษาและนักวิจารณ์วรรณกรรมที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยเขาดำรงตำแหน่งประธานหลักสูตรปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์และวรรณกรรม เขาได้เขียนและแก้ไขผลงานวิชาการชิ้นสำคัญเกี่ยวกับนักเขียนชื่อดังหลายท่าน เช่น ที. เอส. เอเลียต, ราล์ฟ วอลโด เอเมอร์สัน, ตระกูลเจมส์, ซาร่าห์ ออร์น จูเวตต์, ซินแคลร์ ลูอิส, เฮอร์แมน เมลวิลล์, เฮนรี เดวิด โธโร และวอลต์ วิทแมน

หนังสือที่สร้างชื่อเสียงให้เขามากที่สุดคือ American Renaissance: Art and Expression in the Age of Emerson and Whitman (ค.ศ. 1941) ซึ่งวิเคราะห์การเบ่งบานของวัฒนธรรมวรรณกรรมในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ของอเมริกา โดยเน้นที่ช่วงปี ค.ศ. 1850 ถึง 1855 ซึ่งเป็นช่วงที่นักเขียนอย่าง เมลวิลล์, วิทแมน, ฮอว์ธอร์น และโธโร ได้ตีพิมพ์ผลงานชิ้นเอกของพวกเขา

เนื่องจากอิทธิพลของหนังสือเล่มนี้ วรรณกรรมอเมริกันในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 จึงถูกเรียกว่า "ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการของอเมริกา" (American Renaissance) ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้รับการยกย่องจาก New York Times ในปี ค.ศ. 2003 ว่าเป็นเล่มที่ "สร้างสาขาวิชาการศึกษาวรรณกรรมอเมริกันขึ้นมาอย่างแท้จริง"

นอกจากนี้ เขายังเป็นบรรณาธิการของ The Oxford Book of American Verse ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1950 ซึ่งเป็นหนังสือรวมบทกวีอเมริกันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเผยแพร่บทกวีสมัยใหม่ (Modernist Poetry) ในช่วงทศวรรษ 1950 และ 1960

บทบาททางการเมือง

แมททีเซนมีแนวคิดทางการเมืองแบบปีกซ้ายและสังคมนิยม เขาใช้ความมั่นคงทางการเงินของเขาในการสนับสนุนกิจกรรมทางการเมืองแบบก้าวหน้าและอุดมการณ์เสรีนิยมอย่างต่อเนื่อง

คำถามที่พบบ่อย

เอฟ. โอ. แมททีเซน คือใคร?

เขาคือนักวิจารณ์วรรณกรรมและนักวิชาการชาวอเมริกัน ผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างรากฐานการศึกษาวรรณกรรมอเมริกันในศตวรรษที่ 19

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาคืออะไร?

หนังสือเรื่อง 'American Renaissance: Art and Expression in the Age of Emerson and Whitman' ซึ่งวิเคราะห์ผลงานของนักเขียนชื่อดังในยุคดังกล่าว

แมททีเซนมีอิทธิพลต่อการเรียกชื่อยุคทางวรรณกรรมอย่างไร?

เขาเป็นผู้ทำให้คำว่า 'American Renaissance' กลายเป็นคำเรียกมาตรฐานสำหรับวรรณกรรมอเมริกันในช่วงกลางศตวรรษที่ 19