← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เอนดี ชาเวซ อดีตผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ผู้สร้างตำนานการรับลูกใน MLB

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นอดีตผู้เล่นเอาต์ฟิลด์ชาวเวเนซุเอลาที่เคยเล่นให้กับทีมใน MLB หลายทีม รวมถึง New York Mets และ Montreal Expos
  • สร้างชื่อเสียงระดับตำนานจาก 'The Catch' ในเกม NLCS ปี 2006 โดยการกระโดดข้ามกำแพงสนามเพื่อรับลูกป้องกันโฮมรัน
  • เป็นผู้บันทึกเอาต์สุดท้ายในประวัติศาสตร์ของทีม Montreal Expos ก่อนที่ทีมจะย้ายไปเป็น Washington Nationals
  • มีความโดดเด่นในด้านความเร็วและการเล่นเกมรับในตำแหน่งเซนเตอร์ฟิลด์

เอนดี เด เฆซุส ชาเวซ เมซา (Endy de Jesus Chávez Meza) เกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1978 เป็นอดีตนักเบสบอลอาชีพชาวเวเนซุเอลา ผู้เล่นในตำแหน่งเอาต์ฟิลด์ (Outfielder) ในลีกเมเจอร์ลีกเบสบอล (MLB) โดยได้ร่วมทีมชั้นนำหลายทีม เช่น Kansas City Royals, Montreal Expos, Washington Nationals, Philadelphia Phillies, New York Mets, Seattle Mariners, Texas Rangers และ Baltimore Orioles นอกจากนี้เขายังเป็นพี่ชายของ เอ็นเดอร์ ชาเวซ (Ender Chávez) นักเบสบอลอาชีพเช่นกัน

ชีวิตช่วงต้นและการเริ่มต้นอาชีพ

ชาเวซเกิดที่เมืองบาเลนเซีย ประเทศเวเนซุเอลา ในวัยเด็กเขาฝึกฝนทักษะการประสานงานระหว่างมือและสายตาด้วยการใช้ไม้ตีกรวดที่ลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งความสามารถนี้ดึงดูดความสนใจจากแมวมองของทีม Colorado Rockies เมื่ออายุ 18 ปี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเขามีรูปร่างที่ค่อนข้างเล็ก ทีม Rockies จึงลดความสนใจลง ทำให้ในที่สุดเขาตัดสินใจเซ็นสัญญากับทีม New York Mets

เส้นทางในลีกไมเนอร์

เขาเริ่มต้นการเล่นในลีกไมเนอร์ (Minor League Baseball) ในปี ค.ศ. 1997 กับทีม Gulf Coast League Mets และไต่เต้าผ่านทีมในเครือของ Mets หลายทีม จนกระทั่งวันที่ 11 ธันวาคม ค.ศ. 2000 เขาถูกเลือกโดยทีม Kansas City Royals ในการดราฟต์ Rule 5 และได้เปิดตัวในระดับเมเจอร์ลีกครั้งแรกกับทีม Royals เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ค.ศ. 2001

การค้าแข้งในเมเจอร์ลีกเบสบอล

ช่วงเวลากับ Montreal Expos และ Washington Nationals

หลังจากถูกปล่อยตัวจาก Royals ในช่วงฤดูหนาวปี 2001 ชาเวซได้ย้ายไปร่วมทีม Montreal Expos ซึ่งเป็นช่วงที่เขาได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยลงเล่น 309 เกมในช่วงปี 2002–2005 และเป็นตัวจริงในตำแหน่งเซนเตอร์ฟิลด์ (Center Field) ในปี 2003 และ 2004 ซึ่งเขาสามารถขโมยเบสได้ถึง 18 เบสในปี 2003 และ 32 เบสในปี 2004

เหตุการณ์สำคัญในชีวิตการค้าแข้งของเขาคือการเป็นผู้บันทึกเอาต์สุดท้ายในประวัติศาสตร์ของทีม Montreal Expos ในเกมที่แพ้ให้กับ New York Mets เมื่อวันที่ 3 ต่อลาคม ค.ศ. 2004 ก่อนที่ทีมจะย้ายไปเป็น Washington Nationals ในปีต่อมา

ความสำเร็จและ "The Catch" กับ New York Mets

ชาเวซย้ายกลับมาอยู่กับ New York Mets ในปี 2006 ซึ่งเป็นปีที่เขาสร้างชื่อเสียงโด่งดังที่สุด ภายใต้การดูแลของผู้จัดการทีม วิลลี แรนดอล์ฟ (Willie Randolph) ชาเวซได้ปรับปรุงสไตล์การตีจนทำให้ค่าเฉลี่ยการตี (Batting Average) เพิ่มขึ้นอย่างมาก และกลายเป็นกำลังสำคัญในเกมรับที่ช่วยให้ Mets คว้าแชมป์ดิวิชัน National League East

เหตุการณ์ที่กลายเป็นตำนานของเขาเกิดขึ้นในเกมที่ 7 ของ National League Championship Series (NLCS) ปี 2006 ณ สนาม Shea Stadium ในอินนิงที่ 6 ขณะที่คะแนนเสมอกัน 1-1 สก็อตต์ โรเลน (Scott Rolen) จากทีม Cardinals ตีลูกที่พุ่งตรงไปยังกำแพงสนามด้านซ้าย ชาเวซได้กระโดดข้ามกำแพงสูง 8 ฟุต และรับลูกไว้ได้ด้วยปลายถุงมือ ป้องกันไม่ให้เป็นโฮมรัน 2 แต้ม และยังสามารถส่งลูกกลับมาที่เบสหนึ่งเพื่อทำดับเบิลเพลย์จบอินนิงได้สำเร็จ

ลูกรับครั้งนี้ถูกขนานนามว่า "The Catch" และได้รับการยกย่องว่าเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรอบเพลย์ออฟปีนั้น แม้ว่าทีม Mets จะแพ้ในซีรีส์นี้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับการจดจำอย่างกว้างขวาง จนมีการผลิตตุ๊กตา Bobblehead ที่ระลึก และที่สนาม Citi Field แห่งใหม่ของทีม Mets ยังมีรูปเงาโลหะของนักเบสบอลที่กำลังกระโดดรับลูกเพื่อเป็นเกียรติแก่เหตุการณ์นี้

ช่วงปลายอาชีพ

หลังจากปี 2006 ชาเวซประสบปัญหาอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อแฮมสตริงและข้อเท้า ซึ่งส่งผลให้เวลาในการลงสนามลดลง เขาได้ย้ายไปร่วมทีมอื่น ๆ เช่น Seattle Mariners, Texas Rangers และ Baltimore Orioles ก่อนจะปิดฉากอาชีพนักเบสบอลอาชีพในที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

เอนดี ชาเวซ มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดจากเหตุการณ์ใด?

เขามีชื่อเสียงที่สุดจากลูกรับที่เรียกว่า 'The Catch' ในเกมที่ 7 ของ NLCS ปี 2006 กับทีม New York Mets โดยเขากระโดดข้ามกำแพงสนามด้านซ้ายเพื่อรับลูกที่กำลังจะเป็นโฮมรันของสก็อตต์ โรเลน

เอนดี ชาเวซ เคยเล่นให้กับทีมใดบ้างใน MLB?

เขาเคยเล่นให้กับ Kansas City Royals, Montreal Expos, Washington Nationals, Philadelphia Phillies, New York Mets, Seattle Mariners, Texas Rangers และ Baltimore Orioles

บทบาทของเขาในประวัติศาสตร์ของทีม Montreal Expos คืออะไร?

เขาเป็นผู้ที่บันทึกเอาต์สุดท้ายในประวัติศาสตร์ของทีม Montreal Expos ในเกมสุดท้ายก่อนที่ทีมจะย้ายไปเป็น Washington Nationals ในปี 2004