← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การบังคับให้หายสาบสูญในเวเนซุเอลา วิกฤตสิทธิมนุษยชน

สรุปใจความสำคัญ

  • การบังคับให้หายสาบสูญในเวเนซุเอลามักเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากนานาชาติ
  • สำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ระบุว่ารัฐบาลใช้การหายสาบสูญเป็นวิธีในการเซ็นเซอร์ผู้เห็นต่างและสร้างความกลัว
  • รัฐธรรมนูญของเวเนซุเอลาห้ามการบังคับให้หายสาบสูญอย่างเด็ดขาด แม้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน

การบังคับให้หายสาบสูญในเวเนซุเอลาเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงการบริหารงานของประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร ซึ่งมีลักษณะเด่นคือการหายสาบสูญในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากนานาชาติ

ลักษณะของการหายสาบสูญ

ในช่วงปี 2018 และ 2019 มีรายงานการบังคับให้หายสาบสูญจำนวนมาก โดยในปี 2018 มีอย่างน้อย 200 ราย และในปี 2019 เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 524 ราย โดยมีระยะเวลาการหายสาบสูญเฉลี่ยเพียง 5 วัน ข้อมูลจาก Foro Penal และ Robert F. Kennedy Human Rights ระบุว่าการทำให้หายสาบสูญในระยะเวลาสั้นๆ นี้มีจุดประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบที่อาจเกิดขึ้นจากการกักขังในระยะยาว

รายงานจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (OHCHR) ในปี 2019 สรุปว่ารัฐบาลเวเนซุเอลาใช้การบังคับให้หายสาบสูญเป็นเครื่องมือในการปิดปากผู้เห็นต่างทางการเมืองและสร้างความหวาดกลัวในสังคม แม้ว่ารัฐธรรมนูญของเวเนซุเอลาจะสั่งห้ามการบังคับให้หายสาบสูญไม่ว่าในสถานการณ์ใดก็ตาม

ผลกระทบและการเสียชีวิตในระหว่างการกักขัง

ในหลายกรณี ผู้ที่ถูกทำให้หายสาบสูญได้เสียชีวิตในระหว่างการกักขังหลังจากถูกจับกุมในระยะเวลาอันสั้น เช่น กรณีของ เฟอร์นันโด อัลบัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านที่ถูกจับกุมในปี 2018 ซึ่งไม่มีการแจ้งข้อมูลสถานที่กักขังจนกระทั่งเขาเสียชีวิตใน 3 วันต่อมา และกรณีของ ราฟาเอล อะคอสต้า อะเรวาโล กัปตันเรือคอร์เวตที่เสียชีวิตในโรงพยาบาลทหารพร้อมร่องรอยการทรมานหลังจากหายสาบสูญไป

กรณีการหายสาบสูญระยะยาว

แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการหายสาบสูญระยะสั้น แต่ยังมีบางกรณีที่ผู้เสียหายหายสาบสูญไปเป็นเวลาหลายปี เช่น ฮูโก มาริโน และ อัลเซโด โมรา ซึ่งหายสาบสูญไปนานกว่า 4 ปี และ 8 ปี ตามลำดับ โดยยังไม่มีการยืนยันสถานที่กักขังหรือสถานะปัจจุบันของพวกเขาจนถึงปี 2023

ประวัติและเหตุการณ์สำคัญ

เหตุการณ์ในปี 1989 และ 2004

ศาลสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศได้ขอให้รัฐบาลเวเนซุเอลาตรวจสอบการหายสาบสูญของบุคคลหลายรายในช่วงเหตุการณ์ Caracazo ในปี 1989 และมีการรายงานการหายสาบสูญของกลุ่มผู้ประท้วงอย่างน้อย 7 รายในปี 2004

เหตุการณ์ในช่วงปี 2015 - 2019

  • 2015: อัลเซโด โมรา ผู้นำทางสังคมหายสาบสูญไปหลังจากออกมาเปิดโปงการลักลอบขนส่งเชื้อเพลิงไปยังโคลอมเบีย
  • 2017: นักข่าว เชซุส เมดินา เอซาอิน ถูกกักขังและหายสาบสูญไปชั่วคราว ก่อนจะถูกพบตัวในภายหลังพร้อมคำบอกเล่าว่าถูกทรมานและข่มขู่
  • 2018: นายทหาร อิกเบิร์ต มาริน ชาปาร์โร ถูกกักขังโดยไม่ให้ติดต่อสื่อสารกับภายนอกและถูกทรมาน
  • 2019: นักข่าว ลุยส์ คาร์ลอส ดิอาซ หายสาบสูญไป 9 ชั่วโมงหลังจากถูกจับกุม และ กิลเบอร์ คาโร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ถูกทำให้หายสาบสูญหลายครั้งในระยะเวลาหลายสัปดาห์

คำถามที่พบบ่อย

การบังคับให้หายสาบสูญในเวเนซุเอลาแตกต่างจากกรณีทั่วไปอย่างไร?

ส่วนใหญ่เป็นการหายสาบสูญในระยะเวลาสั้นๆ (เฉลี่ย 5 วัน) เพื่อให้รัฐบาลสามารถกักขังและทรมานผู้เห็นต่างได้โดยไม่ต้องแจ้งสถานที่กักขังและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากองค์กรสิทธิมนุษยชน

ใครคือกลุ่มเป้าหมายหลักของการบังคับให้หายสาบสูญในเวเนซุเอลา?

กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้เห็นต่างทางการเมือง นักข่าว และผู้นำทางสังคมที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของนิโคลัส มาดูโร

กฎหมายเวเนซุเอลากำหนดไว้อย่างไรเกี่ยวกับการหายสาบสูญ?

มาตรา 45 ของรัฐธรรมนูญเวเนซุเอลาห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งพลเรือนและทหาร ไม่ให้กระทำการ อนุญาต หรือยอมให้มีการบังคับให้หายสาบสูญของบุคคล ไม่ว่าจะเป็นในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการจำกัดสิทธิเสรีภาพก็ตาม